Home Training Trip ถอดบทเรียน “เรือล่มที่เกาหลีใต้” ให้อะไรแก่ผู้ประกอบการบ้าง ในเรื่องของความปลอดภัย?

ถอดบทเรียน “เรือล่มที่เกาหลีใต้” ให้อะไรแก่ผู้ประกอบการบ้าง ในเรื่องของความปลอดภัย?

This article is in

0 1338

ข่าวดังในรอบสอบสัปดาห์  เรือล่มที่เกาหลีใต้ ทำให้เราต้องนำมา ถอดบทเรีบน เรือล่มที่เกาหลีใต้ ให้อะไรแก่ผู้ประกอบการบ้าง ในเรื่องของความปลอดภัย ?

อ่านแล้วอย่าเพิ่งสงสัยนะคะว่า เรือล่มแล้วเกี่ยวอะไรกับวงการอุตสาหกรรม?

ถ้าอ้างอิงจากข้อมูลในข่าว มีประเด็นที่น่าสนใจแล้วนำมาวิเคราะหา์ เทียบเคียง กับระบบในอุตสาหกรรม เพื่อนำมาปรับปรุงข้อบกพร่องได้ดังนี้ค่ะ

 เรือล่มที่เกาหลีใต้ กัปตันให้ผู้โดยสารอยู่นิ่ง และเข้าไปอยู่ในห้องโดยสาร เพราะมองว่าข้างนอกคลื่นลมแรง และอากาศหนาวจัดมีความเสี่ยงมากกว่าอยู่บนเรือ ในช่วง 30 นาที  ถ้าดูข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่าการจะช่วยให้ผู้โดยสารปลอดภัยต้องให้อพยพก่อนที่เรือจะเอียงเกิน  30 องศา เพราะถ้าเกินกว่านั้น จะเป็นการยากต่อการทรงตัว แสดงว่าการ Training ในเรื่องของการปลอดภัย หรือการแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้าอาจจะน้อยเกินไปทำให้การตัดสินใจผิดพลาด คือปรารถนาดี แต่ประเมินสถานการณ์ผิดไป

water-1

ส่วนประเด็นก่อนเรือล่มที่ตามข่าวบอกว่า ให้ผู้ช่วยที่ไม่ชำนาญเป็นผู้ควบคุมคุมการเลี้ยว แล้วหักเลี้ยวเร็วเกินไปทำให้เรือเอียง ประกอบกับมีรถยนต์จำนวนมาก เมื่อเรือเลี้ยวกะทันหันทำให้น้ำหนักเทไปด้านใดด้านหนึ่ง เรือจึงเอียง นี่น่าจะเป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้เรือล่ม ข้อนี้หลักการ Training อีกเช่นกัน เพราะเรือโดยสารขนาดนี้ต้องการผู้ชำนาญการ เพราะต้องรับผิดชอบคนอีกมากมาย หากชั่วโมงบินน้อยเกินไปเมื่อพลาดจึงไม่มีโอกาสแก้ตัว และนอกจากเรื่อง Training แล้ว ข้อนี้ยังสอดคล้องกับเรื่อง safety เพราะการทำงานใด ๆ นั้นจะต้องมี WI (Work in process) เหมือนเป็นคู่มือในการทำงานที่ผู้ทำงานต้องตระหนักว่า จุดใดพลาดไม่ได้ หรือเป็นข้อห้าม โดยเฉพาะเรือโดยสารแบบนี้ เรื่อง safety ต้องเข้มข้นมาก เพราะทุกนาทีคือชีวิต

ประเด็นสุดท้ายที่ได้ดูจากข่าวเมื่อคืน คือ ที่จริงมีเรือยางที่ใช้ในยามฉุกเฉินอยู่หลายลำ แต่นำมาใข้แค่ลำเดียว แถมผู้ปฏิบัติงานทั้งหมดรอดชีวิตทั้งหมด ไม่ได้ช่วยเหลือผู้โดยสารเป็นลำดับแรก จึงเป็นที่น่าเสียดาย เพราะที่จริงแล้ว หากผู้ปฎิบัติงานได้รับการ Training อย่างดี มีความเชี่ยวชาญ เข้าใจในหลักความปลอดภัย (safety) และปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ความเสียหายน่าจะน้อยกว่านี้เป็นแน่

 เรือล่มที่เกาหลีใต้  เมื่อนำมามาเทียบเคียบกับด้านอุตสาหกรรมของเราบ้าง ถ้าจำกันได้ทุกปีเราจะต้องมีซ้อมดับเพลิง ซ้อมหนีไฟกันทุกปี แต่พวกเรามันจะสนุกสนานกันระหว่างซ้อม เพราะมันคือเหตุการณ์จำลอง หากเราลองสมมติว่าสักวันเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นจริงเราคงยิ้มไม่ออกเป็นแน่ ดังนั้นปีนี้ตั้งใจซ้อมกันหน่อยนะคะ เพราะถึงแม้เราอาจจะไม่พบบทเรียนจากที่ทำงาน แต่การซักซ้อทอยู่เป็นนิจยอ่มทำให้เราเข้าใจหลักการวามปลอดภัย (safety) ตระหนักและรู้หน้าที่ตนเองเป็นอย่างดีว่า่ในยามคับขัน เมื่อมีภัยมาถึงจะต้องปฏิบัติตนอย่างไรจึงจะปลอดภัยทั้งตนเองและเพื่อนร่วมงาน

เห็นกันแล้วใช่มั้ยคะว้่า ระบบความปลอดภัยสำคัญขนาดไหน ยิ่งถ้าใครเป็น จป ก็ยิ่งต้องตระหนักกันให้มากเลยล่ะค่ะ และจากจากเหตุการณ์อยากให้เพื่อน ๆ ในวงการอุตสาหกรรมตระหนักถึงเรื่องความปลอดภัยเป็นสำคัญ เพราะถ้ามันไม่เกิดก็ไม่เป็นไร แต่เกิดเมื่อไร อะไรก็ชดเชยไม่ได้

เครดิต : Youtube

Update 25 เมษายน

ข้อมูลเพิ่มเติมจากข่าวเหตุการณ์ครั้งคือการต่อเติมเรือเกินกว่าที่ขออนุญาตไว้  และยังมีเรื่องของการใช้เรือเกินกว่าที่ควรจะเป็นคือ 15 ปี แต่ดูเหมือนจะใช้ไปแล้ว 18 ปี นี่ก็จะเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่เป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุ เพราะใช้งานเกินกำลัง และเกินอายุที่ควรจะใช้งานได้ ท้้งสองเหตุนี้เป็นเรื่องของการไม่ได้รักษามาตรฐานในการทำงาน และหลักของความปลอดภัย ได้แต่ฝากย้ำเตือนกันนะคะ บางเรื่องอาจจะทำให้ธุรกิจเรามีกำไรมากขึ้นบ้าง แต่จะคุ้มกับความเสียหายที่จะเกิดขึ้นตามมาหรือเปล่าต้องลองประเมินดู โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยเป็นสิ่งที่ต่อรองไม่ได้เลยตามหลักการของ safety เรื่่องราวคราวนี้จึงควรถอดออกมาเป็นบทเรียน เพื่อปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น อย่าแค่ให้ผ่านพ้นไปเป็นไฟไหม้ฟาง

NO COMMENTS

Leave a Reply