<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Factory Guideline &#187; Money for Your Life</title>
	<atom:link href="https://factoryguideline.com/category/money-for-your-life/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://factoryguideline.com</link>
	<description>factoryguideline.com ครบเครื่องเรื่องอุตสาหกรรม</description>
	<lastBuildDate>Tue, 15 Oct 2019 16:36:41 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.2.38</generator>
	<item>
		<title>Chip card และเทคโนโลยี EMV ช่วยป้องกันบัตรเดบิต และบัตรเอทีเอ็มจากการโจรกรรมข้อมูลได้จริงหรือ?</title>
		<link>https://factoryguideline.com/chip-card-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5-emv-%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87/</link>
		<comments>https://factoryguideline.com/chip-card-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5-emv-%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 10 Apr 2014 16:22:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Nongluck Boonsook]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Money for Your Life]]></category>
		<category><![CDATA[Chip card และเทคโนโลยี EMV ช่วยป้องกันบัตรเดบิต และบัตรเอทีเอ็มจากการโจรกรรมได้จริงหรือ?]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://factoryguideline.com/?p=1349</guid>
		<description><![CDATA[ ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><div class="wpb_row row-fluid">
	<div class="span4 wpb_column column_container">
		<div class="wpb_wrapper">
			<span class="dropcap dropcap1 "><span style="color: #ffffff;"><strong>C</strong></span></span><strong><span style="color: #ff6600;">hip Card และ เทคโนโลยี EMV</span></strong><span style="color: #333399;">  </span>มาพร้อมข่าวดังประจำสัปดาห์นี้ เมื่อมีการจับกุมกลุ่มมิจฉาชีพที่โจรกรรมข้อมูล<em><span style="color: #ff9900;"><strong>บัตรเดบิต และบัตรเอทีเอ็ม</strong></span></em>จากต่างประเทศ แล้วมาซื้อบัตรปลอมที่ย่านสีลม และนำข้อมูลมาลงในบัตรเหล่านั้น หลังจากนั้นก็กดเงิน ซึ่งคาดว่าจะสร้างความเสียหายระดับร้อยล้าน ซึ่งเหตุการณ์นี้ปลายปีก่อนบ้านเราก็โดนมาแล้ว แต่กลับกันคือขโมยข้อมูลบ้านเราแล้วไปกดเงินต่างประเทศ <em><span style="color: #ff9900;">skimming</span> </em>คือแอบติดเครื่องที่ใช้อ่านข้อมูลจากแถบแม่เหล็กหลังบัตร พร้อมติดกล้องเล็ก ๆ เพื่อดูรหัส 4 ตัวขณะกดเงินจากตู้</p>
<p style="text-align: justify;">ช่างเป็นปัญหาหนักอกของแบงค์เล็ก แบงค์ใหญ่ ทั้งไทยและเทศ เพราะจับไม่ได้ไล่ไม่ทันกับพวกมิจฉาชีพเหล่านี้เสียหาย ข่าวที่เพิ่งได้รับชมเมื่อสักครู่ แสดงให้เห็นว่า ตอนนี้มีเทคโนโลยีใหม่เกี่ยวกับการป้องกันบัตรถูกโจรกรรมข้อมูลด้วยการเปลี่ยนรูปแบบจากแถบแม่เหล็กที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ให้เป็นแบบ <em><span style="color: #333399;">chip card</span>  </em>โดยฝังข้อมูลไว้ในบัตร ทำให้ยากขึ้นสำหรับเหล่ามือขโมยทั้งหลาย</p>
<h4 style="text-align: justify;"><strong><span style="color: #008000;">แล้วจะแก้ปัญหาได้จริงหรือ?</span></strong></h4>
<p style="text-align: justify;">นอกจากจะต้องเปลี่ยนรูปแบบบัตรแล้ว สิ่งที่จะต้องเปลี่ยนตามมาคือตู้เอทีเอ็มจะต้องเปลี่ยนเป็น<em> <span style="color: #ff9900;"><strong>เทคโนโลยี EMV</strong></span></em><span style="color: #ff9900;"><strong> </strong></span>เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว
		</div> 
	</div> 

	<div class="span4 wpb_column column_container">
		<div class="wpb_wrapper">
			
<p style="text-align: justify;"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1359" alt="pocket" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2014/04/pocket-300x225.jpg" width="300" height="225" /></p>
<p style="text-align: justify;"><img class="aligncenter size-thumbnail wp-image-1350" alt="lock" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2014/04/lock-150x150.jpg" width="150" height="150" /></p>
<p style="text-align: justify;"><span style="line-height: 1.5em;">
		</div> 
	</div> 

	<div class="span4 wpb_column column_container">
		<div class="wpb_wrapper">
			</span></p>
<p style="text-align: justify;">แต่ใช่ว่าปัญหาเรื่องการปลอมแปลงเบาบางลงแล้วอะไร ๆ จะฉลุย สิ่งที่หนักอกมากกว่านั้นสำหรับนายแบงค์ก็ตรงที่จะต้องเปลี่ยนระบบตู้ยกแผงที่แหละ เงิน เงิน และก็เงิน สำหรับลงทุน บรรดานายแบงค์คงต้องใช้เวลาพิจารณากันอย่างถี่ถ้วนทีเดียว เพราะแม้แต่อเมริกาเองก็ทำไม่ทำก็ด้วยเหตุผลเรื่องที่ต้องลงทุนกับระบบตู้เอทีเอ็มใหม่ทั้งหมด ดังนั้นการหว่านล้อม ๆ ให้เพื่อน ๆ ธนาคารด้วยกันยินยอมพร้อมใจกันด้วย เพราะบ้านเราใช้ ATM  Pull  หากเราไปเพื่อนไปก็จบกัน เพราะคนไม่นิยมแน่ กว่าจะหาตู้เราเจอ กดเงินที่อื่นก็ไม่ได้</p>
<p style="text-align: justify;">จากเนื้อข่าว แบงค์ชาติน่าจะดำเนินการ <em><span style="color: #333399;"><span style="color: #ff9900;">Chip card และเทคโนโลยี EMV ช่วยป้องกันบัตรเดบิต และบัตรเอทีเอ็มจากการโจรกรรมข้อมูล</span> </span></em>ให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี ซึ่งน่าจะเป็นข่าวดีสำหรับชาวบ้านอย่างเรา ๆ ที่จะได้กดเงินได้อย่างสบายอารมณ์ ไม่ต้องจด ๆ จ้อง ๆ ว่าใครแอบมองรหัสหรือเปล่า หรือมีใครเอาอะไรมาติดไว้ที่เครื่องหรือเปล่า บางทีก็วิตกจริตนะ โดยเฉพาะช่วงโบนัสออกที่แหล่งอุตสาหกรรมใหญ่ที่พวกเราใช้ประกอบอาชีพ หากใครโดนโจรกรรมช่วงนั้นคงลมใส่เป็นแน่ ถึงแม้ส่วนใหญ่ผู้เสียหายจะเป็นธนาคาร แต่ไม่เกิดก็คงจะเป็นการดีที่สุดใช่มั้ยล่ะคะ</p>
<p style="text-align: justify;"> ระหว่างที่รอเทคโนโลยีใหม่ ก็ต้องป้องกันตัวเองไปพลาง ๆ ก่อนแล้วกันค่ะ</p>
<p style="text-align: justify;"> เครดิต : ไทยพีบีเอส</p>
<p style="text-align: justify;">
		</div> 
	</div> 
</div>
<p style="text-align: justify;"><span style="line-height: 1.5em;"> </span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://factoryguideline.com/chip-card-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5-emv-%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บัตรเครดิตโดนแฮค</title>
		<link>https://factoryguideline.com/%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ae%e0%b8%84/</link>
		<comments>https://factoryguideline.com/%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ae%e0%b8%84/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 30 Mar 2014 10:54:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Nongluck Boonsook]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Money for Your Life]]></category>
		<category><![CDATA[บัตรเครดิตโดนแฮค]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://factoryguideline.com/test/?p=902</guid>
		<description><![CDATA[ตรเครดิตโดนแฮค ผู้ใช้บริการบัตรเครดิตไม่ว่าธนาคารใดก็ตามอาจจะเคยพบปัญหานี้กันมาบ้างแล้ว ผู้เขียนเองโดนมาแล้วสองรอบในบัตรธนาคารเดียวกัน พูดง่าย ๆ ครบรอบปีก็เกิดตามมาอีก 1 ครั้ง ทีนี้จะมาเล่าถึงวิธีการที่มิจฉาชีพพวกนี้เค้าแฮคบัตรกัน ส่วนใหญ่แล้วที่ บัตรเครดิตโดนแฮค มักจะรูดบัตรที่อเมริกา โดนรูดผ่านเว็บไซด์ต่าง ๆ เนื่องจากอเมริกาใช้บริการออนไลน์กันเป็นเรื่องปกติ พวกนี้จะรูดในวงเงินไม่สูงมาก เช่น ประมาณ 3,000-4,000 บาท ต่อครั้งเพื่อไม่ให้ผู้ถือบัตรผิดสังเกต อีกนัยหนึ่งป้องกันธนาคารต้นสังกัดจับได้อีกด้วย ทั้งสองครั้งที่เคยโดนเป็นการต่ออายุเว็บไซด์ผ่านโฮสชื่อดังหนึ่งครึ่ง และอีกครั้งเป็นการซื้อสินค้าออนไลน์ แต่ก็ต้องชมทางธนาคารที่เร็วมาก เพราะที่เคยโดนทั้งสองครั้ง พอมีรายการเกิดขึ้นธนาคารโทรหาทันที แล้วสอบถามว่าเรามีใช้บริการดังกล่าวหรือไม่ เนื่องจากค่อนข้างผิดปกติ ถึงแม้อีกเว็บไซด์จะเคยใช้บริการก็ตาม แต่ลักษณะบริการต่างออกไป แต่ถ้าเป็นการรูดบัตรในจุดเดิม ๆ ธนาคารมักจะไม่ถาม แต่ในบางธนาคารอาจจะมี message มา remind หรือ confirm ว่ามีรายการเกิดขึ้นหากไม่ใช่รายการที่เราเป็นผู้ดำเนินการให้รีบแจ้งกลับธนาคารทันที สำหรับผู้ที่บัตรเครดิตโดนแฮค ต้องทำอย่างไร? ธนาคารจะอายัดบัตรในทันที และจะใช้เวลาประมาณไม่เกินสองสัปดาห์ในการออกบัตรใหม่ทดแทน หลังจากนั้นก็ต้องดำเนินการเหมือนเปิดบัตรใหม่ มีผลกระทบอะไรบ้างสำหรับผู้ถือบัตร? ความยุ่งยากอาจจะเกิดขึ้นหาก บัตรเครดิตโดนแฮค หากคุณมีหักค่าบริการสาธารณูปโภค เงินบริจาค หรือค่าอะไรก็แล้วแต่ผ่านธนาคานั้น ๆ เพราะหากระหว่างรอบัตรเป็นจังหวะที่ถึงรอบวันตัดพอดี ยอดตัดจะกลายเป็นยอดค้างจ่าย สำหรับปีทีผ่านมามีปัญหายุ่งยากตามมาพอสมควร ค่าไฟฟ้า ไม่สามารถตัดบัญชีได้ การไฟฟ้ามีหนังสือมาเตือน แต่หนังสือส่งไปที่บ้านอีกหลัง ในขณะที่โทรตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ธนาคารก็เกิดการเข้าใจผิดว่าจะเรียกเก็บซ้ำเอง เราไม่ต้องดำเนินการใด ๆ ผลสรุปก็คือ โดนยกหม้อไฟไปซะหนึ่งคืน สบายไป วันดีคืนดี กลับมาบ้านพบเจอกับความมืดสนิท ตอนนั้นสามทุ่ม ไม่รู้จะไปร้องเรียนกับใคร น้องข้างบ้านมาช่วยกันส่องไฟดู ตอนแรกเข้าใจว่าฟิวส์เสีย สุดท้ายไปส่องเสาไฟหน้าบ้าน หม้อไฟโดนยกไปแล้วค่ะ ที่เด็ดกว่านั้นตอนเช้าไปตามหม้อไฟเสียไปร้อยกว่าบาทค่าปรับ ปรากฏว่ามีอีกเกือบยิ่สิบหม้อโดนยกเหมือนบ้านเราเลย หลาย ๆ คนคงเหมือนเรางานยุ่งซะจนไม่รู้ว่ากลับมาจะไม่มีไฟฟ้าใช้ ส่วนค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น เงินบริจาคก็ต้องมานั่ง confirm เบอร์บัตรกันใหม่ เพราะมูลนิธิตัดยอดด้วยเลขที่เดิมไม่ได้แล้ว สำหรับรายที่ บัตรเครดิตโดนแฮค  เงินที่เค้ารูดจากบัตรไป สิ้นเดือนที่โดนแฮคเราก็หักยอดนั้นออกจากยอดที่จะต้องจ่ายจริง หลังจากนั้นธนาคารจะใช้เวลาอีกประมาณสามสี่เดือนในการเคลียร์ปัญหาและยอดนี้จะล้างไปเอง สำหรับผู้เขียนเองปกติจะตรวจสอบยอดบิลกับสลิปก่อนจ่ายบัตรเครดิตเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครมาแอบรูดบัตรเรา แล้วเพื่อน ๆ ทำแบบนี้กันหรือเปล่าคะ โดนเฉพาะคนที่ใช้เยอะมองข้ามไม่ได้นะ ไม่งั้นอาจจะมีคนมาช่วยเพื่อนใช้บัตรก็เป็นได้ เห็นมั้ยคะแค่ปัญหาบัตรเครดิตโดนแฮค ลามไปถึงปัญหาอื่น ๆ ที่คาดไม่ถึง ใครถือบัตรก็ระแวดระวังกันหน่อยแล้วกันค่ะ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><span class="dropcap dropcap1 "><span style="color: #ffffff;"><strong>บั</strong></span></span><strong><span style="color: #ff0000;">ตรเครดิตโดนแฮค</span></strong> ผู้ใช้บริการบัตรเครดิตไม่ว่าธนาคารใดก็ตามอาจจะเคยพบปัญหานี้กันมาบ้างแล้ว ผู้เขียนเองโดนมาแล้วสองรอบในบัตรธนาคารเดียวกัน พูดง่าย ๆ ครบรอบปีก็เกิดตามมาอีก 1 ครั้ง</p>
<p style="text-align: justify;">ทีนี้จะมาเล่าถึงวิธีการที่มิจฉาชีพพวกนี้เค้าแฮคบัตรกัน <em><span style="text-decoration: underline;"><strong><span style="color: #ff0000; text-decoration: underline;">ส่วนใหญ่แล้วที่ บัตรเครดิตโดนแฮค มักจะรูดบัตรที่อเมริกา โดนรูดผ่านเว็บไซด์ต่าง ๆ เนื่องจากอเมริกาใช้บริการออนไลน์กันเป็นเรื่องปกติ</span></strong></span></em> พวกนี้จะรูดในวงเงินไม่สูงมาก เช่น ประมาณ 3,000-4,000 บาท ต่อครั้งเพื่อไม่ให้ผู้ถือบัตรผิดสังเกต อีกนัยหนึ่งป้องกันธนาคารต้นสังกัดจับได้อีกด้วย ทั้งสองครั้งที่เคยโดนเป็นการต่ออายุเว็บไซด์ผ่านโฮสชื่อดังหนึ่งครึ่ง และอีกครั้งเป็นการซื้อสินค้าออนไลน์ แต่ก็ต้องชมทางธนาคารที่เร็วมาก เพราะที่เคยโดนทั้งสองครั้ง พอมีรายการเกิดขึ้นธนาคารโทรหาทันที แล้วสอบถามว่าเรามีใช้บริการดังกล่าวหรือไม่ เนื่องจากค่อนข้างผิดปกติ ถึงแม้อีกเว็บไซด์จะเคยใช้บริการก็ตาม แต่ลักษณะบริการต่างออกไป แต่ถ้าเป็นการรูดบัตรในจุดเดิม ๆ ธนาคารมักจะไม่ถาม แต่ในบางธนาคารอาจจะมี message มา remind หรือ confirm ว่ามีรายการเกิดขึ้นหากไม่ใช่รายการที่เราเป็นผู้ดำเนินการให้รีบแจ้งกลับธนาคารทันที</p>
<h3 style="text-align: justify;"><span style="color: #003366;"><strong>สำหรับผู้ที่บัตรเครดิตโดนแฮค ต้องทำอย่างไร?</strong></span></h3>
<p style="text-align: justify;">ธนาคารจะอายัดบัตรในทันที และจะใช้เวลาประมาณไม่เกินสองสัปดาห์ในการออกบัตรใหม่ทดแทน หลังจากนั้นก็ต้องดำเนินการเหมือนเปิดบัตรใหม่</p>
<div id="attachment_965" style="width: 310px" class="wp-caption aligncenter"><img class="size-medium wp-image-965 " alt="(Image owner &gt; Freddie Peña : http://www.flickr.com/photos/fixem/4815843665/)" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2014/03/4815843665_d8fe74fe53_z-300x200.jpg" width="300" height="200" /><p class="wp-caption-text">(Image owner &gt; Freddie Peña : http://www.flickr.com/photos/fixem/4815843665/)</p></div>
<h3 style="text-align: justify;"><span style="color: #003366;"><strong>มีผลกระทบอะไรบ้างสำหรับผู้ถือบัตร?</strong></span></h3>
<p style="text-align: justify;"><span style="text-decoration: underline;"><em><strong><span style="color: #ff6600; text-decoration: underline;">ความยุ่งยากอาจจะเกิดขึ้นหาก บัตรเครดิตโดนแฮค หากคุณมีหักค่าบริการสาธารณูปโภค เงินบริจาค หรือค่าอะไรก็แล้วแต่ผ่านธนาคานั้น ๆ</span> </strong></em></span>เพราะหากระหว่างรอบัตรเป็นจังหวะที่ถึงรอบวันตัดพอดี ยอดตัดจะกลายเป็นยอดค้างจ่าย สำหรับปีทีผ่านมามีปัญหายุ่งยากตามมาพอสมควร</p>
<p style="text-align: justify;">ค่าไฟฟ้า ไม่สามารถตัดบัญชีได้ การไฟฟ้ามีหนังสือมาเตือน แต่หนังสือส่งไปที่บ้านอีกหลัง ในขณะที่โทรตรวจสอบกับเจ้าหน้าที่ธนาคารก็เกิดการเข้าใจผิดว่าจะเรียกเก็บซ้ำเอง เราไม่ต้องดำเนินการใด ๆ ผลสรุปก็คือ โดนยกหม้อไฟไปซะหนึ่งคืน สบายไป วันดีคืนดี กลับมาบ้านพบเจอกับความมืดสนิท ตอนนั้นสามทุ่ม ไม่รู้จะไปร้องเรียนกับใคร น้องข้างบ้านมาช่วยกันส่องไฟดู ตอนแรกเข้าใจว่าฟิวส์เสีย สุดท้ายไปส่องเสาไฟหน้าบ้าน หม้อไฟโดนยกไปแล้วค่ะ ที่เด็ดกว่านั้นตอนเช้าไปตามหม้อไฟเสียไปร้อยกว่าบาทค่าปรับ ปรากฏว่ามีอีกเกือบยิ่สิบหม้อโดนยกเหมือนบ้านเราเลย หลาย ๆ คนคงเหมือนเรางานยุ่งซะจนไม่รู้ว่ากลับมาจะไม่มีไฟฟ้าใช้</p>
<p style="text-align: justify;">ส่วนค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น เงินบริจาคก็ต้องมานั่ง confirm เบอร์บัตรกันใหม่ เพราะมูลนิธิตัดยอดด้วยเลขที่เดิมไม่ได้แล้ว</p>
<p style="text-align: justify;">สำหรับรายที่ <em><span style="color: #ff0000;">บัตรเครดิตโดนแฮค</span></em>  เงินที่เค้ารูดจากบัตรไป สิ้นเดือนที่โดนแฮคเราก็หักยอดนั้นออกจากยอดที่จะต้องจ่ายจริง หลังจากนั้นธนาคารจะใช้เวลาอีกประมาณสามสี่เดือนในการเคลียร์ปัญหาและยอดนี้จะล้างไปเอง</p>
<p style="text-align: justify;">สำหรับผู้เขียนเองปกติจะตรวจสอบยอดบิลกับสลิปก่อนจ่ายบัตรเครดิตเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครมาแอบรูดบัตรเรา แล้วเพื่อน ๆ ทำแบบนี้กันหรือเปล่าคะ โดนเฉพาะคนที่ใช้เยอะมองข้ามไม่ได้นะ ไม่งั้นอาจจะมีคนมาช่วยเพื่อนใช้บัตรก็เป็นได้</p>
<h3 style="text-align: center;"><span style="color: #339966;"><strong>เห็นมั้ยคะแค่ปัญหาบัตรเครดิตโดนแฮค</strong></span></h3>
<h3 style="text-align: center;"><span style="color: #339966;"><strong> ลามไปถึงปัญหาอื่น ๆ ที่คาดไม่ถึง </strong></span></h3>
<h3 style="text-align: center;"><span style="color: #339966;"><strong>ใครถือบัตรก็ระแวดระวังกันหน่อยแล้วกันค่ะ</strong></span></h3>
<p style="text-align: justify;">
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://factoryguideline.com/%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%ae%e0%b8%84/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
