<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Factory Guideline &#187; Money Optimization</title>
	<atom:link href="https://factoryguideline.com/category/money-optimization/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://factoryguideline.com</link>
	<description>factoryguideline.com ครบเครื่องเรื่องอุตสาหกรรม</description>
	<lastBuildDate>Tue, 15 Oct 2019 16:36:41 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.2.38</generator>
	<item>
		<title>มาตรการ QE ที่สหรัฐและญี่ปุนนำมาใช้คืออะไร</title>
		<link>https://factoryguideline.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-qe-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%8d%e0%b8%b5%e0%b9%88/</link>
		<comments>https://factoryguideline.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-qe-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%8d%e0%b8%b5%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 09 Nov 2014 08:10:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Nongluck Boonsook]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Money Optimization]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรการ QE]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://factoryguideline.com/?p=2227</guid>
		<description><![CDATA[ปดาห์ที่แล้วได้ยินข่าวมาตรฐาน QE ของสหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่นที่นำนโยบายเดียวกันมาใช้ แต่ผลัดกันใช้ อีกคนหยุด อีกเคนเริ่ม ฟังแลวอย่าเพิ่งงงนะคะ เพราะถ้าพิจารณาดูแล้ว เป็นผลดีกับเรา ๆ ทั้งหลายที่รอข่าวบวกทางด้านเศรษฐกิจกันมานาน &#160; มาตรการ QE คืออะไร ภาษาชาวบ้าน ๆ ก็คือการอัตฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ เพื่อกระตุ้นให้มีเม็ดเงินมากขึ้น กระตุ้นต่อมอยากให้ผู้บริโภคทั้งหลายอดใจกันไม่ไหว ต้องจับจ่ายใช้สอย เมื่อจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ความต้องการหรือ Demand เพิ่มขึ้นก็ไปกระตุ้นภาพรวมของธุรกิจต่าง ๆ ให้ขยับคลับเคลื่อนกันล่ะค่ะ ทำไมอเมริกาหยุดใช้มาตรการ QE เพราะเริ่มเห็นแนวโน้มที่ดีขึ้นก็เริ่มหยุดอัดฉีดเม็ดเงิน ปล่อยให้เป็นไปตามกลไกลธรรมชาติ ก็น่าจะเป็นข่าวดีที่ทางอเมริกาเริ่มค่อนข้างมั่นใจว่าที่กระตุ้นมาแล้วเอาอยู่ เริ่มปล่อยมือได้แล้ว ส่วนญี่ปุ่นทำไมจึงต้องอัดฉีด ญี่ปุ่นต้องการให้ค่าเงินอ่อนลงอีกหน่อย ของจะได้ขายง่าย ๆ ขึ้น การอัดฉีดเม็ดเงินด้วยมาตรการ QE จึงเหมือนยาบำรุงกระตุ้นยอดขาย เมื่อค่าเงินอ่อนลง ของถูกลง คนที่กำลังพิจารณาซื้อก็ตัดสินใจง่ายขึ้น เพราะใคร ๆ ก็รู้ว่าโดยธรรมชาติสินค้าญี่ปุ่นคุณภาพดีอยู่แล้ว เพียงแต่ราคา… เป็นที่รู้กัน แต่จะว่าไปแล้วส่วนใหญ่ของก็สมราคาที่ …. หากมียามากระตุ้นยอดขายก็คงช่วยได้ไม่น้อย &#160; แล้วเมืองไทยได้อะไรจากมาตรการนี้บ้าง? มาตรการ QE ของญี่ปุ่นที่น่าจะส่งผลให้ค่าเงินเงินอ่อนค่าลงเพื่อกระตุ้นการขาย ก็น่าจะส่งผลดีต่อผู้นำเข้าที่จ่ายเงินน้อยลง แต่ในทางกลับกันก็ต้องกันมาดูค่าเงินบาทด้วยว่า ค่าเงินเราเปลี่ยนแปลงเป็นไปในแนวทางเดียวกับเงินเยนหรือเปล่า หรือสวนทางกัน ข้อนี้ต้องพิจารณาให้ดี หรือระยะเวลาในการชำระเงินเมื่อไร จำเป็นต้องซื้อความเสี่ยงในอัตราแลกแปลี่ยนหรือเปล่า สิ่งเหล่านี้ต้องประเมินและคิดให้ถี่ถ้วน เพราะทุกอย่างคือต้นทุนที่คุณต้องควักจากกระเป๋าทั้งนั้นเลยค่ะ &#160; เครดิต : รายการช่องทางทำกิน ไทยพีบีเอส &#160;]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><span class="dropcap "><strong><span style="color: #000080;">สั</span></strong></span>ปดาห์ที่แล้วได้ยินข่าว<span style="color: #ff6600;"><em>มาตรฐาน QE</em></span> ของสหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่นที่นำนโยบายเดียวกันมาใช้ แต่ผลัดกันใช้ อีกคนหยุด อีกเคนเริ่ม ฟังแลวอย่าเพิ่งงงนะคะ เพราะถ้าพิจารณาดูแล้ว เป็นผลดีกับเรา ๆ ทั้งหลายที่รอข่าวบวกทางด้านเศรษฐกิจกันมานาน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #003366;"><strong>มาตรการ QE คืออะไร</strong></span></p>
<p>ภาษาชาวบ้าน ๆ ก็คือการอัตฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ เพื่อกระตุ้นให้มีเม็ดเงินมากขึ้น กระตุ้นต่อมอยากให้ผู้บริโภคทั้งหลายอดใจกันไม่ไหว ต้องจับจ่ายใช้สอย เมื่อจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ความต้องการหรือ Demand เพิ่มขึ้นก็ไปกระตุ้นภาพรวมของธุรกิจต่าง ๆ ให้ขยับคลับเคลื่อนกันล่ะค่ะ</p>
<p>ทำไมอเมริกาหยุดใช้<em><span style="color: #ff6600;">มาตรการ QE</span></em> เพราะเริ่มเห็นแนวโน้มที่ดีขึ้นก็เริ่มหยุดอัดฉีดเม็ดเงิน ปล่อยให้เป็นไปตามกลไกลธรรมชาติ ก็น่าจะเป็นข่าวดีที่ทางอเมริกาเริ่มค่อนข้างมั่นใจว่าที่กระตุ้นมาแล้วเอาอยู่ เริ่มปล่อยมือได้แล้ว</p>
<p><a href="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2014/04/Untitled-17.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1425" alt="Untitled-17" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2014/04/Untitled-17.jpg" width="800" height="600" /></a></p>
<p>ส่วนญี่ปุ่นทำไมจึงต้องอัดฉีด ญี่ปุ่นต้องการให้ค่าเงินอ่อนลงอีกหน่อย ของจะได้ขายง่าย ๆ ขึ้น การอัดฉีดเม็ดเงินด้วยมาตรการ QE จึงเหมือนยาบำรุงกระตุ้นยอดขาย เมื่อค่าเงินอ่อนลง ของถูกลง คนที่กำลังพิจารณาซื้อก็ตัดสินใจง่ายขึ้น เพราะใคร ๆ ก็รู้ว่าโดยธรรมชาติสินค้าญี่ปุ่นคุณภาพดีอยู่แล้ว เพียงแต่ราคา… เป็นที่รู้กัน แต่จะว่าไปแล้วส่วนใหญ่ของก็สมราคาที่ …. หากมียามากระตุ้นยอดขายก็คงช่วยได้ไม่น้อย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แล้วเมืองไทยได้อะไรจากมาตรการนี้บ้าง?</p>
<p><em><span style="color: #ff6600;">มาตรการ QE</span></em> ของญี่ปุ่นที่น่าจะส่งผลให้ค่าเงินเงินอ่อนค่าลงเพื่อกระตุ้นการขาย ก็น่าจะส่งผลดีต่อผู้นำเข้าที่จ่ายเงินน้อยลง แต่ในทางกลับกันก็ต้องกันมาดูค่าเงินบาทด้วยว่า ค่าเงินเราเปลี่ยนแปลงเป็นไปในแนวทางเดียวกับเงินเยนหรือเปล่า หรือสวนทางกัน ข้อนี้ต้องพิจารณาให้ดี หรือระยะเวลาในการชำระเงินเมื่อไร จำเป็นต้องซื้อความเสี่ยงในอัตราแลกแปลี่ยนหรือเปล่า สิ่งเหล่านี้ต้องประเมินและคิดให้ถี่ถ้วน เพราะทุกอย่างคือต้นทุนที่คุณต้องควักจากกระเป๋าทั้งนั้นเลยค่ะ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เครดิต : รายการช่องทางทำกิน ไทยพีบีเอส</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://factoryguideline.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-qe-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%8d%e0%b8%b5%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การบริหารกระแสเงินสด หรือการบริหาร Cash flow</title>
		<link>https://factoryguideline.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%94-%e0%b8%ab%e0%b8%a3/</link>
		<comments>https://factoryguideline.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%94-%e0%b8%ab%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 30 Mar 2014 15:59:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Nongluck Boonsook]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[Money Optimization]]></category>
		<category><![CDATA[การบริหารกระแสเงินสด หรือการบริหาร Cash flow]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://factoryguideline.com/test/?p=924</guid>
		<description><![CDATA[ารบริหารกระแสเงินสด หรือการบริหาร Cash flow สำหรับองค์กร โดยเฉพาะภาคเอกชน ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญ เพราะกระแสเงินสดถ้าจะเปรียบเปรยให้เข้าใจง่าย ๆ เสมือนเส้นเลือดน้อยใหญ่ที่หล่อเลี้ยงร่างกาย หากการหมุนเวียนไม่สะดวก ร่างกายก็ไม่แข็งแรงหรือเจ็บป่วย เมื่อการไหลเวียนไม่ทั่วถึง แน่นอนว่าจะมีจุดของร่างกายที่ประสิทธิภาพในการทำงานจะด้อยลงไปทันที ปัญหาที่ว่ามานี้อาจจะมาจากเลือดไม่พอ เลือดด้อยคุณภาพ ก็เป็นได้ ถ้าเทียบกับองค์กรธุรกิจ กระแสเงินสด หรือ cash flow หากมีไม่เพียงพอต่อการหมุนเวียนก็อาจะทำให้องค์กรสะดุด หยุดชะงักได้ ดังนั้นไม่ว่าองค์กรเล็ก หรือใหญ่มีสิทธิพบเจอปัญหานี้ด้วยกันทั้งนั้น เพราะบางครั้งองค์กรใหญ่อาจจะเจออุบัติเหตุทางธุรกิจก็ได้ใครจะรู้ ทีนี้มาดูกันว่าอะไรที่จะช่วยให้ การบริหารกระแสเงินสด หรือการบริหาร Cash flow เราไหลลื่นกันได้บ้างล่ะ คิดแบบง่าย ๆ แบ่งได้ดังนี้ค่ะ เรื่องแรกคือทุกอย่างที่เป็นขารับ ทั้งจากลูกหนี้ ที่เกิดจากการขายสินค้า หรือรายได้อื่นใดก็ตาม รวมไปถึงภาษีหรืออะไรก็แล้วแต่ที่จะได้คืนกลับมา ต้องกุมให้อยู่หมัด ได้ตามเป้า ไม่งั้นมีสิทธิแย่ได้ เพราะคนที่ใช้เงินจะไม่รู้ปัญหาของขารับว่าติดอะไรตรงไหนบ้าง ยังใช้เหมือนเดิม เรื่องที่สองคือขาจ่าย ก็คือ ค่าสินค้าที่จะต้องจ่าย supplier ภาษี เงินเดือน หรือค่าใช้จ่ายอื่น โดยปกติถ้าหากต้องการให้บริหาร cash flow ง่ายหน่อย ก็ต้องพยายามหาเครดิตได้สมดุลหรือมากกว่าขารับ เพราะถ้ารับน้อย รับช้า แต่จ่ายเร็ว ลองนึกภาพว่าจะเกิดอะไรขึ้น? รอบสองด้านจะไม่เท่ากัน? อาการคงไม่ต่างจากรูปนี้ แม้แต่รอบเท่ากันก็เหนื่อยแล้ว เพราะหากขาจ่ายสักรายเปลี่ยนใจไปจ่ายในภายหลัง เราจะเกิดอาการขาดเลือดหรือขาดกระแสเงินสดในบัดดล การบริหารกระแสเงินสด หรือการบริหาร Cash flow นั้นดูเหมือนง่าย แต่ปัญหาของ SME คือขาดการ forecast หรือประเมินสถานที่ไม่คาดคิดว่าอาจจะเกิดขึ้น หรือไม่ได้มีการวิเคราะห์คุณภาพหนี้ คุณภาพของลูกค้ามากพอ ทำให้อาจจะเกิดปัญหาอันไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้ นอกจากนี้อีกปัญหาหนึ่งของ SME หรือมักจะต้องซื้อเงินสด หรือไม่ได้เครดิต ทำให้ขารับและขาจ่ายไม่สัมพันธ์กัน คือจ่ายเร็ว รับช้า แถมลูกค้าต้องการเครดิตยาว ๆ อีก ในขณะที่ตนเองไม่สามารถหาเครดิตได้ ดังนั้นรอบการหมุนของเงินขารับและขาจ่ายแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ดังนั้นไม่ว่าองค์กรเล็กหรือใหญ่ต้องคอยหมั่นตรวจสุขภาพของตัวเองอยู่สม่ำเสมอ ๆ  การบริหารกระแสเงินสด หรือการบริหาร Cash flow จะต้องแน่นตั้งแต่ทีมงาน ว่าทั้งรับและจ่ายจะต้อง balance กัน หากเกิดมีปัญหาเฉพาะหน้าก็ควรจะต้องรู้ตัวล่วงหน้าก่อน แต่การทำหรือเป็นแนวนั้นได้นั้น หมายถึงฝ่ายการเงินต้องคอยติดตามดูแลทั่วถึง ไม่ให้คลาดสายตา และตัวเลขที่รายงานก็ต้องแม่นยำ สร้างรายรับรายจ่ายให้สมดุล cash flow คุณปลอดภัยแนนอน]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><span style="color: #0000ff;"><span style="color: #000000;"><span class="dropcap dropcap1 "><span style="color: #ffffff;"><strong>ก</strong></span></span></span></span><span style="color: #0000ff;"><strong>ารบริหารกระแสเงินสด หรือการบริหาร Cash flow </strong></span>สำหรับองค์กร โดยเฉพาะภาคเอกชน <em><span style="color: #0000ff;">ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญ เพราะกระแสเงินสดถ้าจะเปรียบเปรยให้เข้าใจง่าย ๆ เสมือนเส้นเลือดน้อยใหญ่ที่หล่อเลี้ยงร่างกาย</span></em> หากการหมุนเวียนไม่สะดวก ร่างกายก็ไม่แข็งแรงหรือเจ็บป่วย เมื่อการไหลเวียนไม่ทั่วถึง แน่นอนว่าจะมีจุดของร่างกายที่ประสิทธิภาพในการทำงานจะด้อยลงไปทันที ปัญหาที่ว่ามานี้อาจจะมาจากเลือดไม่พอ เลือดด้อยคุณภาพ ก็เป็นได้</p>
<p style="text-align: justify;">ถ้าเทียบกับองค์กรธุรกิจ กระแสเงินสด หรือ cash flow หากมีไม่เพียงพอต่อการหมุนเวียนก็อาจะทำให้องค์กรสะดุด หยุดชะงักได้ ดังนั้นไม่ว่าองค์กรเล็ก หรือใหญ่มีสิทธิพบเจอปัญหานี้ด้วยกันทั้งนั้น เพราะบางครั้งองค์กรใหญ่อาจจะเจออุบัติเหตุทางธุรกิจก็ได้ใครจะรู้</p>
<p style="text-align: justify;">ทีนี้มาดูกันว่าอะไรที่จะช่วยให้ <span style="color: #0000ff;"><em>การบริหารกระแสเงินสด หรือการบริหาร Cash flow</em> </span>เราไหลลื่นกันได้บ้างล่ะ คิดแบบง่าย ๆ แบ่งได้ดังนี้ค่ะ</p>
<p style="text-align: justify;"><strong><span style="color: #993300;"><em>เรื่องแรกคือทุกอย่างที่เป็นขารับ ทั้งจากลูกหนี้ ที่เกิดจากการขายสินค้า</em> </span></strong>หรือรายได้อื่นใดก็ตาม รวมไปถึงภาษีหรืออะไรก็แล้วแต่ที่จะได้คืนกลับมา ต้องกุมให้อยู่หมัด ได้ตามเป้า ไม่งั้นมีสิทธิแย่ได้ เพราะคนที่ใช้เงินจะไม่รู้ปัญหาของขารับว่าติดอะไรตรงไหนบ้าง ยังใช้เหมือนเดิม</p>
<p style="text-align: justify;"><strong><span style="color: #993300;"><em>เรื่องที่สองคือขาจ่าย ก็คือ ค่าสินค้าที่จะต้องจ่าย supplier ภาษี เงินเดือน หรือค่าใช้จ่ายอื่น</em></span></strong> โดยปกติถ้าหากต้องการให้บริหาร cash flow ง่ายหน่อย ก็ต้องพยายามหาเครดิตได้สมดุลหรือมากกว่าขารับ</p>
<h4 style="text-align: justify;"><blockquote><p><span style="color: #ff9900;">เพราะอะไร?</span></p></blockquote></h4>
<p style="text-align: justify;">เพราะถ้ารับน้อย รับช้า แต่จ่ายเร็ว ลองนึกภาพว่าจะเกิดอะไรขึ้น?</p>
<p style="text-align: justify;">รอบสองด้านจะไม่เท่ากัน?</p>
<p style="text-align: justify;">อาการคงไม่ต่างจากรูปนี้</p>
<p style="text-align: justify;"><img class="aligncenter size-medium wp-image-706" alt="transfer" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2014/03/transfer-300x225.jpg" width="300" height="225" /></p>
<p style="text-align: justify;">แม้แต่รอบเท่ากันก็เหนื่อยแล้ว เพราะหากขาจ่ายสักรายเปลี่ยนใจไปจ่ายในภายหลัง เราจะเกิดอาการขาดเลือดหรือขาดกระแสเงินสดในบัดดล</p>
<p style="text-align: justify;"><em><span style="color: #0000ff;">การบริหารกระแสเงินสด หรือการบริหาร Cash flow </span></em>นั้นดูเหมือนง่าย แต่ปัญหาของ SME คือขาดการ forecast หรือประเมินสถานที่ไม่คาดคิดว่าอาจจะเกิดขึ้น หรือไม่ได้มีการวิเคราะห์คุณภาพหนี้ คุณภาพของลูกค้ามากพอ ทำให้อาจจะเกิดปัญหาอันไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้ นอกจากนี้อีกปัญหาหนึ่งของ SME หรือมักจะต้องซื้อเงินสด หรือไม่ได้เครดิต ทำให้ขารับและขาจ่ายไม่สัมพันธ์กัน คือจ่ายเร็ว รับช้า แถมลูกค้าต้องการเครดิตยาว ๆ อีก ในขณะที่ตนเองไม่สามารถหาเครดิตได้ ดังนั้นรอบการหมุนของเงินขารับและขาจ่ายแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง</p>
<p style="text-align: justify;">ดังนั้นไม่ว่าองค์กรเล็กหรือใหญ่ต้องคอยหมั่นตรวจสุขภาพของตัวเองอยู่สม่ำเสมอ ๆ  <span style="color: #0000ff;"><em>การบริหารกระแสเงินสด หรือการบริหาร Cash flow </em></span>จะต้องแน่นตั้งแต่ทีมงาน ว่าทั้งรับและจ่ายจะต้อง balance กัน หากเกิดมีปัญหาเฉพาะหน้าก็ควรจะต้องรู้ตัวล่วงหน้าก่อน แต่การทำหรือเป็นแนวนั้นได้นั้น หมายถึงฝ่ายการเงินต้องคอยติดตามดูแลทั่วถึง ไม่ให้คลาดสายตา และตัวเลขที่รายงานก็ต้องแม่นยำ</p>
<h3 style="text-align: center;"><span style="color: #339966;">สร้างรายรับรายจ่ายให้สมดุล cash flow คุณปลอดภัยแนนอน</span></h3>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://factoryguideline.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%94-%e0%b8%ab%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
