<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Factory Guideline &#187; Purchasing Inside</title>
	<atom:link href="https://factoryguideline.com/category/purchasing-inside/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://factoryguideline.com</link>
	<description>factoryguideline.com ครบเครื่องเรื่องอุตสาหกรรม</description>
	<lastBuildDate>Tue, 15 Oct 2019 16:36:41 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.2.38</generator>
	<item>
		<title>เทคนิคการลดต้นทุนด้วยการทำ localization</title>
		<link>https://factoryguideline.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%81-3/</link>
		<comments>https://factoryguideline.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%81-3/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 10 Jul 2017 16:13:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Nongluck Boonsook]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Material Looking]]></category>
		<category><![CDATA[Purchasing Inside]]></category>
		<category><![CDATA[Localization]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://factoryguideline.com/?p=3677</guid>
		<description><![CDATA[ocalization เพื่อนๆ คงเริ่มคุ้นเคยกับการทำ กันไปแล้วนะคะ ทีนี้มาดูวิธีการลงมือทำให้เห็นผลการลดต้นทุนกันบ้างค่ะ ว่าของจริงทำกันอย่างไรกัน สมมติว่า บริษัท A นำเข้าเคมีชนิดหนึ่งจากต่างประเทศ และบริษัทดังกล่าวก็มีสาขาอยู่ในประเทศไทย และมีความพร้อมที่จะพัฒนาการผลิตสินค้าตัวดังกล่าวด้วยเช่นกัน แต่อาจจะยังไม่เคยผลิต เนื่องจากเป็นชนิดที่บริษัทแม่ขายตรงให้กับบริษัท A กรณีแบบนี้มีเกิดขึ้นบ่อย และ Project แบบนี้จะสำเร็จได้จัดซื้อต้องเข้มแข็ง และผู้บริหารต้องสนับสนุนในการต่อรองกับ supplier ดังกล่าว เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้ามีทางเลือกที่จะทำ Localize ได้ โดยไม่เปิดกั้นจนเกินไป อย่างไรก็ตาม การทำ project ลักษณะนี้ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก เพราะหากเป็นวัตถุดิบสำคัญ เช่น เคมี น้ำมัน หรือแม้จะเป็นวัตถุดิบอื่นที่มีสาระสำคัญของการผลิต ควรจะต้องมีขั้นตอนดังนี้ กำหนดทีมงานรับผิดชอบทั้งฝ่ายผู้ซื้อและตัวแทนผลิตในประเทศ Trial plan หรือแผนการทดลอง มีจำนวน Lot และระยะเวลาที่เหมาะสมหรือตามมาตรฐานที่บริษัทหรือลูกค้ากำหนดไว้ เพื่อสร้างความมั่นใจในช่วงเปลี่ยนผ่านจะไม่มีปัญหา Validate scope หรือหัวข้อที่ใช้ในการพิจารณาอนุมัติผลการผลิตของแหล่งทดแทนต้องมีกฎเกณฑ์ชัดเจน พูดง่าย ๆ ว่า ต้องเปรียบเทียบ specification แบบรายการต่อรายการ ห้ามพลาดกันเลยค่ะ ข้อนี้สำคัญมาก ถ้าพลาดอาชีพจัดซื้อคุณจบเลยนะ ตกม้าตายเลยทีเดียวล่ะค่ะ project แบบนี้ท้าท้ายค่ะ แต่ต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง ต้องมีแผนสำรอง สต็อกเดิมยังต้องมีอยู่บ้าง เผื่อแผนฉุกเฉิน จนกว่าจะมั่นใจ หรืออาจจะปรับทีละ Line การผลิต โดยแยก Lot ให้ขัดเจน ผลการ Trail ควรเทียบเคียงด้วย Lab หรือผลที่อ้างอิงได้ขัดเจน เช่น graph ที่แสดงผลของแต่ละผลิตภัณฑ์ที่สามารถสร้างความมั่นใจกับทีมงานและลูกค้าได้ และข้อที่ลืมไม่ได้กันเลยทีเดียวคือ ควรจะต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบ หากวัตถุดิบดังกล่าวมีข้อตกลงกับลูกค้าที่จะต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลง หรือเคมีดังกล่าวกระทบกับ product ลูกค้าในภายหลัง ท้ายสุดหากทุกอย่างเป็นไปตามแผน อย่าลืมคำนวณ saving ที่เกิดขึ้นจริง ได้ผลเหมือนกับที่เราทำงบประมาณไว้หรือไม่ เพื่อจะได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ไว้ทำ localize วัตถุดิบชนิดอื่นต่อไปค่ะ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><span class="dropcap ">L</span><strong><span style="color: #ff6600;">ocalization</span></strong> เพื่อนๆ คงเริ่มคุ้นเคยกับการทำ กันไปแล้วนะคะ ทีนี้มาดูวิธีการลงมือทำให้เห็นผลการลดต้นทุนกันบ้างค่ะ ว่าของจริงทำกันอย่างไรกัน</p>
<p style="text-align: justify;">สมมติว่า บริษัท A นำเข้าเคมีชนิดหนึ่งจากต่างประเทศ และบริษัทดังกล่าวก็มีสาขาอยู่ในประเทศไทย และมีความพร้อมที่จะพัฒนาการผลิตสินค้าตัวดังกล่าวด้วยเช่นกัน แต่อาจจะยังไม่เคยผลิต เนื่องจากเป็นชนิดที่บริษัทแม่ขายตรงให้กับบริษัท A กรณีแบบนี้มีเกิดขึ้นบ่อย และ Project แบบนี้จะสำเร็จได้จัดซื้อต้องเข้มแข็ง และผู้บริหารต้องสนับสนุนในการต่อรองกับ supplier ดังกล่าว เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้ามีทางเลือกที่จะทำ <strong><span style="color: #ff6600;">Localize</span> </strong>ได้ โดยไม่เปิดกั้นจนเกินไป</p>
<p style="text-align: justify;"><img class="aligncenter size-medium wp-image-3048" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2016/03/shutterstock_274827698-300x200.jpg" alt="shutterstock_274827698" width="300" height="200" /></p>
<p style="text-align: justify;">อย่างไรก็ตาม การทำ project ลักษณะนี้ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก เพราะหากเป็นวัตถุดิบสำคัญ เช่น เคมี น้ำมัน หรือแม้จะเป็นวัตถุดิบอื่นที่มีสาระสำคัญของการผลิต ควรจะต้องมีขั้นตอนดังนี้</p>
<ol>
<li style="text-align: justify;">กำหนดทีมงานรับผิดชอบทั้งฝ่ายผู้ซื้อและตัวแทนผลิตในประเทศ</li>
<li style="text-align: justify;">Trial plan หรือแผนการทดลอง มีจำนวน Lot และระยะเวลาที่เหมาะสมหรือตามมาตรฐานที่บริษัทหรือลูกค้ากำหนดไว้ เพื่อสร้างความมั่นใจในช่วงเปลี่ยนผ่านจะไม่มีปัญหา</li>
<li style="text-align: justify;">Validate scope หรือหัวข้อที่ใช้ในการพิจารณาอนุมัติผลการผลิตของแหล่งทดแทนต้องมีกฎเกณฑ์ชัดเจน พูดง่าย ๆ ว่า ต้องเปรียบเทียบ specification แบบรายการต่อรายการ ห้ามพลาดกันเลยค่ะ ข้อนี้สำคัญมาก ถ้าพลาดอาชีพจัดซื้อคุณจบเลยนะ ตกม้าตายเลยทีเดียวล่ะค่ะ project แบบนี้ท้าท้ายค่ะ แต่ต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง</li>
<li style="text-align: justify;">ต้องมีแผนสำรอง สต็อกเดิมยังต้องมีอยู่บ้าง เผื่อแผนฉุกเฉิน จนกว่าจะมั่นใจ หรืออาจจะปรับทีละ Line การผลิต โดยแยก Lot ให้ขัดเจน</li>
<li style="text-align: justify;">ผลการ Trail ควรเทียบเคียงด้วย Lab หรือผลที่อ้างอิงได้ขัดเจน เช่น graph ที่แสดงผลของแต่ละผลิตภัณฑ์ที่สามารถสร้างความมั่นใจกับทีมงานและลูกค้าได้</li>
<li style="text-align: justify;">และข้อที่ลืมไม่ได้กันเลยทีเดียวคือ ควรจะต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบ หากวัตถุดิบดังกล่าวมีข้อตกลงกับลูกค้าที่จะต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลง หรือเคมีดังกล่าวกระทบกับ product ลูกค้าในภายหลัง</li>
<li style="text-align: justify;">ท้ายสุดหากทุกอย่างเป็นไปตามแผน อย่าลืมคำนวณ saving ที่เกิดขึ้นจริง ได้ผลเหมือนกับที่เราทำงบประมาณไว้หรือไม่ เพื่อจะได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ไว้ทำ <span style="color: #ff6600;">localize</span> วัตถุดิบชนิดอื่นต่อไปค่ะ</li>
</ol>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://factoryguideline.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%81-3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Localization หมายถึงอะไรในงานด้านจัดซื้อ?</title>
		<link>https://factoryguideline.com/localization-%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99/</link>
		<comments>https://factoryguideline.com/localization-%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 10 Jul 2017 15:59:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Nongluck Boonsook]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Material Looking]]></category>
		<category><![CDATA[Purchasing Inside]]></category>
		<category><![CDATA[Localization]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://factoryguideline.com/?p=3666</guid>
		<description><![CDATA[ocalization ถ้าแปลกันตรงตัวหมายถึงการ จำกัดพื้นที่ จำกัดขอบเขต เพื่อน ๆ อาจจะนึกไม่ออกว่าจะเกี่ยวข้องกับงานจัดซื้ออย่างไร  ไม่ใช่เรื่องแปลกที่หากเพื่อน ๆ ที่ทำงานเฉพาะจัดซื้อในประเทศจะไม่คุ้นเคยกันค่ะ เพราะคำว่า Localize, localization จะใช้กับงานที่เกี่ยวเนื่องกับการซื้อสินค้าจากต่างประเทศนั่นเองค่ะ อย่างไรล่ะ? ยกตัวอย่างให้เห็นง่าย ๆ แล้วกันนะคะ เช่น เราซื้อวัตถุดิบบางชนิดจากต่างประเทศ เพื่อมาผลิต หรือขายในประเทศ ซึ่งการนำเข้าจากต่างประเทศย่อมจะมีค่าใช้จ่ายหลายอย่าง นับจากค่าวัตถุดิบ ค่าพิธีการศุลกากร ค่าขนส่งสินค้า ค่าขนส่งไปยังปลายทาง ค่าประกันภัย  เป็นต้น ค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะถูกนำมารวมเป็นต้นทุนสินค้าทั้งหมด รวม ๆ ย่อมเป็นต้นทุนที่ไม่น้อยเลยทีเดียว จากค่าใช้จ่ายเบื้องต้นหากประเทศผู้นำเข้าสามารถหาวัตถุดิบหรือวัสดุที่ผลิตเองจากในประเทศได้จะช่วยให้สามารถลดค่าใช้จ่ายได้มากเลยทีเดียวค่ะ  หรือจะพูดอีกนัยหนึ่งก็คือการเน้นการพึ่งพาตัวเอง จากเดิมนำเข้ามาขาย นำเข้ามาผลิต เป็นการหาทางพึ่งพาตัวเองด้วยการผลิตเองในประเทศ หรือจากเดิมนำเข้ามาขาย ก็อาจจะนำเข้าวัตถุดิบที่ถูกลงแล้วมาผลิตเอง  วัตถุประสงค์หลักก็คือลดต้นทุนสินค้านั่นเองค่ะ นั่นจึงเป็นที่มาของการทำ localize ในหลาย ๆ ธุรกิจค่ะ ลักษณะธุรกิจแบบใดที่สามารถใช้วิธีการ localize มาช่วยได้บ้าง มาดูตัวอย่างกันนะคะ ผู้ผลิตที่นำเข้าวัตถุดิบ อาจจะเลือกวัตถุดิบทดแทน หรือใกล้เคียงที่สามารถผลิตได้ในประเทศทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศ ผู้จัดจำหน่าย หรือ Trading อาจจะปรับวิธีการเช่นการนำสินค้าเข้ามาขาย เป็นการหาแหล่งผลิตในประเทศ การพัฒนาแหล่งผลิตในประเทศให้ทัดเทียมสินค้านำเข้า โดยยังคงนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศหรือใช้แหล่งจากในประเทศ จากตัวอย่างข้างต้นจะเห็นว่าสามารถทำได้หลายวิธี แต่ทุกวิธีนำไปสู่การลดต้นทุนการผลิต หรือต้นทุนทางการค้าทั้งสิ้น สุดท้ายประโยชน์จะตกอยู่กับผู้ค้าและผู้บริโภคนั่นเองค่ะ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><span class="dropcap dropcap1 ">L</span><strong><span style="color: #003366;">ocalization </span></strong>ถ้าแปลกันตรงตัวหมายถึงการ จำกัดพื้นที่ จำกัดขอบเขต เพื่อน ๆ อาจจะนึกไม่ออกว่าจะเกี่ยวข้องกับงานจัดซื้ออย่างไร  ไม่ใช่เรื่องแปลกที่หากเพื่อน ๆ ที่ทำงานเฉพาะจัดซื้อในประเทศจะไม่คุ้นเคยกันค่ะ เพราะคำว่า <strong><span style="color: #800080;">Localize, localization</span> </strong>จะใช้กับงานที่เกี่ยวเนื่องกับการซื้อสินค้าจากต่างประเทศนั่นเองค่ะ</p>
<h3 style="text-align: justify;"><span style="color: #000080;"><strong>อย่างไรล่ะ?</strong></span></h3>
<p style="text-align: justify;">ยกตัวอย่างให้เห็นง่าย ๆ แล้วกันนะคะ เช่น เราซื้อวัตถุดิบบางชนิดจากต่างประเทศ เพื่อมาผลิต หรือขายในประเทศ ซึ่งการนำเข้าจากต่างประเทศย่อมจะมีค่าใช้จ่ายหลายอย่าง นับจากค่าวัตถุดิบ ค่าพิธีการศุลกากร ค่าขนส่งสินค้า ค่าขนส่งไปยังปลายทาง ค่าประกันภัย  เป็นต้น ค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะถูกนำมารวมเป็นต้นทุนสินค้าทั้งหมด รวม ๆ ย่อมเป็นต้นทุนที่ไม่น้อยเลยทีเดียว</p>
<p style="text-align: justify;">จากค่าใช้จ่ายเบื้องต้นหากประเทศผู้นำเข้าสามารถหาวัตถุดิบหรือวัสดุที่ผลิตเองจากในประเทศได้จะช่วยให้สามารถลดค่าใช้จ่ายได้มากเลยทีเดียวค่ะ  หรือจะพูดอีกนัยหนึ่งก็คือการเน้นการพึ่งพาตัวเอง จากเดิมนำเข้ามาขาย นำเข้ามาผลิต เป็นการหาทางพึ่งพาตัวเองด้วยการผลิตเองในประเทศ หรือจากเดิมนำเข้ามาขาย ก็อาจจะนำเข้าวัตถุดิบที่ถูกลงแล้วมาผลิตเอง  วัตถุประสงค์หลักก็คือลดต้นทุนสินค้านั่นเองค่ะ นั่นจึงเป็นที่มาของการทำ <strong><span style="color: #800080;">localize </span></strong>ในหลาย ๆ ธุรกิจค่ะ</p>
<p style="text-align: justify;"><img class="aligncenter size-medium wp-image-3147" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2016/03/shutterstock_234929116-300x200.jpg" alt="shutterstock_234929116" width="300" height="200" /></p>
<p style="text-align: justify;">ลักษณะธุรกิจแบบใดที่สามารถใช้วิธีการ <strong><span style="color: #800080;">localize </span></strong>มาช่วยได้บ้าง มาดูตัวอย่างกันนะคะ</p>
<ol style="text-align: justify;">
<li>ผู้ผลิตที่นำเข้าวัตถุดิบ อาจจะเลือกวัตถุดิบทดแทน หรือใกล้เคียงที่สามารถผลิตได้ในประเทศทดแทนการนำเข้าจากต่างประเทศ</li>
<li>ผู้จัดจำหน่าย หรือ Trading อาจจะปรับวิธีการเช่นการนำสินค้าเข้ามาขาย เป็นการหาแหล่งผลิตในประเทศ</li>
<li>การพัฒนาแหล่งผลิตในประเทศให้ทัดเทียมสินค้านำเข้า โดยยังคงนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศหรือใช้แหล่งจากในประเทศ</li>
</ol>
<p style="text-align: justify;">จากตัวอย่างข้างต้นจะเห็นว่าสามารถทำได้หลายวิธี แต่ทุกวิธีนำไปสู่การลดต้นทุนการผลิต หรือต้นทุนทางการค้าทั้งสิ้น สุดท้ายประโยชน์จะตกอยู่กับผู้ค้าและผู้บริโภคนั่นเองค่ะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://factoryguideline.com/localization-%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตัวแทนจำหน่าย Hydraulic Press machine LMS</title>
		<link>https://factoryguideline.com/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2-hydraulic-press-machine-lms/</link>
		<comments>https://factoryguideline.com/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2-hydraulic-press-machine-lms/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 12 Oct 2016 16:04:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Nongluck Boonsook]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Purchasing Inside]]></category>
		<category><![CDATA[Supplier source]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://factoryguideline.com/?p=3563</guid>
		<description><![CDATA[Distributor of hydraulic press machine from Italy &#8220;Competition price with high quality&#8221; &#160; &#160; นับจาก 1924 จนมาถึงวันนี้กว่า 90 ปี ของ LMS Locatelli Meccanica ที่พัฒนาเครื่องปั๊ม หรือ Press machine จนก้าวมาสู่หนึ่งในผู้ผลิต Hydraulic press machine สำหรับสินค้าเครื่องประดับ นาฬิกา และอุตสาหกรรมต่าง ๆ อีกมากมาย &#160; ในความเป็นมือาชีพ LMS นำเสนออะไรให้แก่ลูกค้าบ้าง Hydraulic presses Handling And Transfer Systems Engineering Integrated system engineering Control Panel ประกอบด้วย – PLC Panel – Special Purpose Panel – Allen Bradley PLC – Control Panels – Siemens PLC – Control panels 15-1200 ตัน 35-500 ตัน เกี่ยวกับระบบ Hydraulic ประกอบด้วยอะไรบ้าง Hydraulic presses From 150 kN up to 12000 kN tons Capacity H Frame, 4-columns Precision Presses Hydraulic Power Packs Designed as per customer’s applications like clamping, die lifting, etc. High quality components from West Europe top quality brands Precision ของเครื่อง LMS Frame rigidity guaranteed by the 4 columns system: piston’s position ±0.01 mm. in repeatibility Mobile table sliding on the four columns to guarantee a perfect parallelism (±0.002 mm. per ton.) Quality Hydraulic pack: pressure precision 1% difference form the set pressure in repeatibility การทำงานของ Software Specific software designed for high quality stamping High speed cycle up to 30 strokes/min. (Custom made software available upon request) Teleassistance standard on all models เรามาดูกันนะคะว่า standard สำหรับ hydraulic press machine LMS ประกอบด้วยอะไรบ้าง Standard &#160; Multiple pressing system with adjustable dwell-time &#160; &#160; Ramps of pressure to set the pressing speed &#160; ต่อไปมาดู Option กันบ้างค่ะ Option &#160; &#160; • Lower injectorr 80 kN to 500 kN, with dwell time and cushion function &#160; และถ้าหากจำเป็นต้องใช้ Robot ทาง LMS ก็มีบริการลูกค้าเช่นกันค่ะ Handling and robot system &#160; มาสรุปข้อดีของการใช้  Hydraulic press machine ของ LMS กันบ้างค่ะ • Using Locatelli presses guarantees: &#62;  การรับประกันสินค้า • High productivity &#62; สามารถตอบโจทย์เรื่องประสิทธิภาพในการผลิตสูง • Low maintenance &#62; อัตราการซ่อมบำรุงต่ำ • Best quality production with less force. คุณภาพงานดี • Long life of the tools &#62; อายุการใช้งานของอุปกรณ์ยาวนาน • Small space needed, ergonomic comfort &#62; ประหยัดพื้นที่ สะดวกในการใช้งาน • Full technical support &#62; ผู้ผลิตมีบริการเรื่องเทคนิค • Very good prices for such high quality &#62; ราคาย่อมเยาคุณภาพยอดเยี่ยม สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อตัวแทนจำหน่ายได้ที่ บริษัท บีลักซ์ จำกัด 086 9027240, ID line : bnongluck  และพบกันที่ Metalex 2016 Booth AK19 Hall 99 นะคะ &#160;]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><span style="color: #000080;"><strong>Distributor of hydraulic press machine from Italy</strong></span></p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #000080;"><strong>&#8220;Competition price with high quality&#8221;</strong></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img class="aligncenter size-medium wp-image-3571" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2016/10/logo-300x86.jpg" alt="logo" width="300" height="86" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นับจาก 1924 จนมาถึงวันนี้กว่า 90 ปี ของ LMS Locatelli Meccanica ที่พัฒนาเครื่องปั๊ม หรือ Press machine จนก้าวมาสู่หนึ่งในผู้ผลิต Hydraulic press machine สำหรับสินค้าเครื่องประดับ นาฬิกา และอุตสาหกรรมต่าง ๆ อีกมากมาย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #000080;">ในความเป็นมือาชีพ LMS นำเสนออะไรให้แก่ลูกค้าบ้าง</span></p>
<p>Hydraulic presses<br />
Handling And Transfer Systems<br />
Engineering<br />
Integrated system engineering<br />
Control Panel ประกอบด้วย<br />
– PLC Panel<br />
– Special Purpose Panel<br />
– Allen Bradley PLC – Control Panels<br />
– Siemens PLC – Control panels</p>
<p style="text-align: center;"><strong>15-1200 ตัน</strong></p>
<p><img class="aligncenter size-medium wp-image-3567" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2016/10/^07219FD4D42350F192755B774FE4E33485BD33ACD36CC01D91^pimgpsh_fullsize_distr-170x300.jpg" alt="^07219FD4D42350F192755B774FE4E33485BD33ACD36CC01D91^pimgpsh_fullsize_distr" width="170" height="300" /></p>
<p style="text-align: center;"><strong>35-500 ตัน</strong></p>
<p><img class="aligncenter size-medium wp-image-3569" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2016/10/^D48AE7D1C5C88E2425BF48A34C208CB534A78E156BDD86254A^pimgpsh_fullsize_distr-205x300.jpg" alt="^D48AE7D1C5C88E2425BF48A34C208CB534A78E156BDD86254A^pimgpsh_fullsize_distr" width="205" height="300" /></p>
<p><span style="color: #000080;"><strong>เกี่ยวกับระบบ Hydraulic ประกอบด้วยอะไรบ้าง</strong></span></p>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>Hydraulic presses</strong></span></p>
<ul>
<li>From 150 kN up to 12000 kN tons Capacity</li>
<li>H Frame, 4-columns</li>
<li>Precision Presses</li>
</ul>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>Hydraulic Power Packs</strong></span></p>
<ul>
<li>Designed as per customer’s applications like<br />
clamping, die lifting, etc.</li>
<li>High quality components from West Europe<br />
top quality brands</li>
</ul>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>Precision ของเครื่อง LMS</strong></span></p>
<ul>
<li>Frame rigidity guaranteed by the 4 columns system: piston’s position ±0.01 mm. in repeatibility</li>
<li>Mobile table sliding on the four columns to guarantee a perfect parallelism (±0.002 mm. per ton.)</li>
<li>Quality Hydraulic pack: pressure precision 1% difference form the set pressure in repeatibility</li>
</ul>
<p><span style="color: #ff0000;"><strong>การทำงานของ Software</strong></span></p>
<ul>
<li>Specific software designed for high quality<br />
stamping</li>
<li>High speed cycle up to 30 strokes/min.<br />
(Custom made software available upon<br />
request)</li>
<li>Teleassistance standard on all models</li>
</ul>
<p>เรามาดูกันนะคะว่า standard สำหรับ hydraulic press machine LMS ประกอบด้วยอะไรบ้าง</p>
<p style="text-align: center;"><strong><span style="color: #003366;">Standard</span></strong></p>
<p><img class="aligncenter size-medium wp-image-3577" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2016/10/^D67E1BA1EE9512AECE99CE1E0CBCE98BAA51198F0F1137949B^pimgpsh_fullsize_distr-300x162.jpg" alt="^D67E1BA1EE9512AECE99CE1E0CBCE98BAA51198F0F1137949B^pimgpsh_fullsize_distr" width="300" height="162" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Multiple pressing system with adjustable dwell-time</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img class="aligncenter size-medium wp-image-3575" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2016/10/^8047245025936561BDBB2E8509254C86AA7F240FD529AC087A^pimgpsh_fullsize_distr-300x164.jpg" alt="^8047245025936561BDBB2E8509254C86AA7F240FD529AC087A^pimgpsh_fullsize_distr" width="300" height="164" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Ramps of pressure to set the pressing speed</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ต่อไปมาดู Option กันบ้างค่ะ</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #003366;"><strong>Option</strong></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img class="aligncenter size-medium wp-image-3576" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2016/10/^B573949AE3A1158283BE9968B96061804A6800313ED9F333B1^pimgpsh_fullsize_distr-300x240.jpg" alt="^B573949AE3A1158283BE9968B96061804A6800313ED9F333B1^pimgpsh_fullsize_distr" width="300" height="240" /></p>
<p>• Lower injectorr 80 kN to 500 kN, with dwell time and cushion function</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>และถ้าหากจำเป็นต้องใช้ Robot ทาง LMS ก็มีบริการลูกค้าเช่นกันค่ะ</p>
<p style="text-align: center;"><strong>Handling and robot system</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img class="aligncenter size-medium wp-image-3579" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2016/10/3-300x200.jpg" alt="3" width="300" height="200" /></p>
<p><strong><span style="color: #003366;">มาสรุปข้อดีของการใช้  Hydraulic press machine ของ LMS กันบ้างค่ะ</span></strong></p>
<p>• Using Locatelli presses guarantees: &gt;  การรับประกันสินค้า<br />
• High productivity &gt; สามารถตอบโจทย์เรื่องประสิทธิภาพในการผลิตสูง<br />
• Low maintenance &gt; อัตราการซ่อมบำรุงต่ำ<br />
• Best quality production with less force. คุณภาพงานดี<br />
• Long life of the tools &gt; อายุการใช้งานของอุปกรณ์ยาวนาน<br />
• Small space needed, ergonomic comfort &gt; ประหยัดพื้นที่ สะดวกในการใช้งาน<br />
• Full technical support &gt; ผู้ผลิตมีบริการเรื่องเทคนิค<br />
• Very good prices for such high quality &gt; ราคาย่อมเยาคุณภาพยอดเยี่ยม</p>
<p>สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถติดต่อตัวแทนจำหน่ายได้ที่ บริษัท บีลักซ์ จำกัด 086 9027240, ID line : bnongluck  และพบกันที่ Metalex 2016 Booth AK19 Hall 99 นะคะ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img class="aligncenter size-medium wp-image-3583" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2016/10/img590-191x300.jpg" alt="img590" width="191" height="300" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://factoryguideline.com/%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7%e0%b9%81%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2-hydraulic-press-machine-lms/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก</title>
		<link>https://factoryguideline.com/%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a9%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%a7/</link>
		<comments>https://factoryguideline.com/%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a9%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%a7/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 19 Jun 2016 16:03:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Nongluck Boonsook]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Job Opportunity]]></category>
		<category><![CDATA[Supplier source]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://factoryguideline.com/?p=3499</guid>
		<description><![CDATA[ขตเศรษฐกิจพิเศษ ช่วงปีสองปีนี้เราคงได้ยินคำนี้กันบ่อย ๆ ทางสื่อ หลายคนอาจจะสงสัยว่าต่างจากเขตอุตสาหกรรมที่เรามีอยู่อย่างไร สรุปง่าย ๆ คือ ตอนนี้แต่ละประเทศก็มีเงื่อนไขเพื่อต้องการเชิญชวนให้นักลงทุนไปลงทุนในประเทศของตนเอง จึงต้องออก promotion ลดแลกแจกแถม เพื่อให้นักลงทุนสนใจ อาทิเช่น การยกเว้นภาษีเงินได้ในระยะเวลาหนึ่ง การลดหย่อยหรือยกเว้นภาษีการนำเข้าเครื่องจักรลักษณะเดียวกับที่ BOI เคยให้ เพียงแต่กติกาจะปรับเปลี่ยนไปตาม promotion เท่านั้นเอง มองโดยรวมก็คือ นักลงทุนก็จะบวก ลบ คูณ หาร ว่า ลงทุนที่ไหนแล้วคุ้มที่สุด ซึ่งน่าจะต้องมองหลายประเด็นไม่ใช่แค่สิทธิทางภาษีเท่านั้นค่ะ สำหรับเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ภาครัฐมีแนวโน้มต่อยอดจากนิคมที่มีอยู่เพื่อขยายฐานลูกค้า และเป้าสำคัญก็เพื่อกระตุ้นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยรวมอีกด้วย ระยะนี้ภาคตะวันออกโดยเฉพาะชลบุรี ระยอง จะเห็นว่าพื้นที่ ถนนหนทาง มีการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงอย่างมาก เพื่อรองรับภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น สิทธินี้้ยังวางกรอบกว้างไปถึงธุรกิจทางการเงินของธนาคารต่างชาติ สิทธิของต่างชาติในการถือครองอสังหาริมทรัพย์ การนำคนต่างชาติที่มีความรู้เฉพาะทางเข้ามาทำงานในประเทศไทย ข้อนี้มองได้สองมุมค่ะ ถ้ามองลบจะรู้สึกว่าเราโดนแย่งงาน แต่มองในอีกมุมเราจะมีโอกาสได้เรียนรู้เรื่องภาษา วัฒนธรรม และเทคโนโลยีที่มักจะล้ำสมัยกว่าเรา เราต้องรู้จักใช้โอกาสให้เป็นค่ะ ตัวอย่างที่ดีคือสิงคโปร์ช่วงที่เริ่มต้นประเทศจะเปิดรับคนเก่ง ๆ เยอะมาก เสนอสิทธิดี ๆ ให้ ก็เพื่อยืมมือคนเหล่านั้นมาพัฒนาประเทศตัวเอง ลองพิจารณาดี ๆ จะเห็นได้ว่านอกจากงานพื้นฐานที่บ้านเราทำกันอยู่แล้ว เช่น งาน machine โลหะต่าง ๆ งานบริการอื่น ๆ สำหรับภาคโรงงาน ยังอาจจะมีงานที่เกี่ยวกับคนต่างด้าวซึ่งก็จำเป็นต้องใช้บริการต่าง ๆ อีกด้วย และจากปัจจัยนี้เอง ทางเราเองเล็งเห็นความสำคัญในการเตรียมพร้อมเพื่อให้บริการดังกล่าว ทั้งการรับทำงานโลหะทุกชนิดด้วยเครื่องจักชนิดต่างๆ ในเขตชลบุรี ระยอง และนอกจากนี้ยังพร้อมให้บริการต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับพนักงานต่างชาติ ตั้งแต่การสรรหาบุคลากรเฉพาะทาง การทำเอกสารครบวงจร วีซ่า work permit สามารถติดต่อสอบถามการให้บริการได้ที่ 086 9027240  ID Line : bnongluck]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><span class="dropcap ">เ</span>ขตเศรษฐกิจพิเศษ ช่วงปีสองปีนี้เราคงได้ยินคำนี้กันบ่อย ๆ ทางสื่อ หลายคนอาจจะสงสัยว่าต่างจากเขตอุตสาหกรรมที่เรามีอยู่อย่างไร สรุปง่าย ๆ คือ ตอนนี้แต่ละประเทศก็มีเงื่อนไขเพื่อต้องการเชิญชวนให้นักลงทุนไปลงทุนในประเทศของตนเอง จึงต้องออก promotion ลดแลกแจกแถม เพื่อให้นักลงทุนสนใจ อาทิเช่น การยกเว้นภาษีเงินได้ในระยะเวลาหนึ่ง การลดหย่อยหรือยกเว้นภาษีการนำเข้าเครื่องจักรลักษณะเดียวกับที่ BOI เคยให้ เพียงแต่กติกาจะปรับเปลี่ยนไปตาม promotion เท่านั้นเอง มองโดยรวมก็คือ นักลงทุนก็จะบวก ลบ คูณ หาร ว่า ลงทุนที่ไหนแล้วคุ้มที่สุด ซึ่งน่าจะต้องมองหลายประเด็นไม่ใช่แค่สิทธิทางภาษีเท่านั้นค่ะ</p>
<p style="text-align: justify;">สำหรับ<strong><span style="color: #003366;">เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก</span></strong> ภาครัฐมีแนวโน้มต่อยอดจากนิคมที่มีอยู่เพื่อขยายฐานลูกค้า และเป้าสำคัญก็เพื่อกระตุ้นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยรวมอีกด้วย ระยะนี้ภาคตะวันออกโดยเฉพาะชลบุรี ระยอง จะเห็นว่าพื้นที่ ถนนหนทาง มีการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงอย่างมาก เพื่อรองรับภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น</p>
<p style="text-align: justify;">สิทธินี้้ยังวางกรอบกว้างไปถึงธุรกิจทางการเงินของธนาคารต่างชาติ สิทธิของต่างชาติในการถือครองอสังหาริมทรัพย์ การนำคนต่างชาติที่มีความรู้เฉพาะทางเข้ามาทำงานในประเทศไทย ข้อนี้มองได้สองมุมค่ะ ถ้ามองลบจะรู้สึกว่าเราโดนแย่งงาน แต่มองในอีกมุมเราจะมีโอกาสได้เรียนรู้เรื่องภาษา วัฒนธรรม และเทคโนโลยีที่มักจะล้ำสมัยกว่าเรา เราต้องรู้จักใช้โอกาสให้เป็นค่ะ ตัวอย่างที่ดีคือสิงคโปร์ช่วงที่เริ่มต้นประเทศจะเปิดรับคนเก่ง ๆ เยอะมาก เสนอสิทธิดี ๆ ให้ ก็เพื่อยืมมือคนเหล่านั้นมาพัฒนาประเทศตัวเอง</p>
<p style="text-align: justify;">ลองพิจารณาดี ๆ จะเห็นได้ว่านอกจากงานพื้นฐานที่บ้านเราทำกันอยู่แล้ว เช่น งาน machine โลหะต่าง ๆ งานบริการอื่น ๆ สำหรับภาคโรงงาน ยังอาจจะมีงานที่เกี่ยวกับคนต่างด้าวซึ่งก็จำเป็นต้องใช้บริการต่าง ๆ อีกด้วย และจากปัจจัยนี้เอง ทางเราเองเล็งเห็นความสำคัญในการเตรียมพร้อมเพื่อให้บริการดังกล่าว ทั้งการรับทำงานโลหะทุกชนิดด้วยเครื่องจักชนิดต่างๆ ในเขตชลบุรี ระยอง และนอกจากนี้ยังพร้อมให้บริการต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับพนักงานต่างชาติ ตั้งแต่การสรรหาบุคลากรเฉพาะทาง การทำเอกสารครบวงจร วีซ่า work permit สามารถติดต่อสอบถามการให้บริการได้ที่ 086 9027240  ID Line : bnongluck</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://factoryguideline.com/%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b8%95%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a3%e0%b8%a9%e0%b8%90%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a9%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%b0%e0%b8%a7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ช่างรับเหมาก่อฉาบ ช่างขัดมัน ช่างทาสี ชลบุรี และทั่วประเทศ</title>
		<link>https://factoryguideline.com/%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%89%e0%b8%b2%e0%b8%9a-%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82/</link>
		<comments>https://factoryguideline.com/%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%89%e0%b8%b2%e0%b8%9a-%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 19 Jun 2016 15:41:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Nongluck Boonsook]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Civil work]]></category>
		<category><![CDATA[Supplier source]]></category>
		<category><![CDATA[civil work]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://factoryguideline.com/?p=3492</guid>
		<description><![CDATA[บื้องหลังอาคารที่โครงสร้างแข็งแรง สวยงามนั้น นอกจากสีสันภายนอกที่เราสัมผัสได้ด้วยสายตาแล้ว เบื้องหลังเบื้องลึกกว่าจะมาเป็นอาคารสวย ๆ ได้น้้น นอกจากการดูแลงานอย่างใกล้ชิดของทีมงานวิศวกร ที่ต้องทำงานตามหลักวิศวกรรมแล้ว หลังจากงานโครงสร้างหลัก ๆ เสร็จ งานส่วนหลัง ๆ ที่เกี่ยวกับสถาปัตย์ถือว่าเป็นงานโชว์ที่ทำดีก็เสริมงานโครงสร้าง ถ้าทำไม่ดี หรือออกมาไม่งาม งานโครงสร้างที่ทุ่มเทลงไปก็ถูกลดทอนความสำเร็จโดยรวมลงไปเลยทีเดียว ช่างก่อฉาบ จึงเป็นอีกหนึ่งในช่างฝีมือที่ต้องแสดงบทบาทสำคัญสร้างสรรค์ก่อนที่ช่างสีจะทำงานต่อ งานนี้จึงไม่ได้แค่ทำได้ แต่ต้องทำเป็น และรักษาระดับฝึมือให้งานออกมาสวยงามอีกด้วย การเลือกช่างก่อฉาบที่จะมาทำงานจึงสำคัญมิใช่น้อย เพราะเป็นการปูพื้นงานที่สำคัญสำคัญ ก่อนจะไปถึงมือของ ช่างทาสี ดังนั้นจึงต้องใช้ทั้งฝีมือและทีม work งานจึงจะออกมาดีค่ะ นอกจากนี้บางงานที่ระหว่างเทคอนกรีตทำงานไว้ไม่เรียบร้อย ช่างก่อฉาบก็ต้องใช้ฝีมือมากขึ้นเพื่อเก็บความไม่เรียบร้อยนั้น ก็เป็นอีกบททดสอบสำหรับช่างก่อฉาบที่จะต้องทำให้งานออกมาให้ดีให้ได้กันล่ะค่ะ  เรามีทีมช่างฝีมือที่พร้อมให้บริการครบครัน หากสนใจติดต่อขอให้บริการได้ที่ 086 9027240  ID Line : bnongluck   ยินดีและพร้อมให้บริการทุกท่านค่ะ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><span class="dropcap dropcap1 ">เ</span>บื้องหลังอาคารที่โครงสร้างแข็งแรง สวยงามนั้น นอกจากสีสันภายนอกที่เราสัมผัสได้ด้วยสายตาแล้ว เบื้องหลังเบื้องลึกกว่าจะมาเป็นอาคารสวย ๆ ได้น้้น นอกจากการดูแลงานอย่างใกล้ชิดของทีมงานวิศวกร ที่ต้องทำงานตามหลักวิศวกรรมแล้ว หลังจากงานโครงสร้างหลัก ๆ เสร็จ งานส่วนหลัง ๆ ที่เกี่ยวกับสถาปัตย์ถือว่าเป็นงานโชว์ที่ทำดีก็เสริมงานโครงสร้าง ถ้าทำไม่ดี หรือออกมาไม่งาม งานโครงสร้างที่ทุ่มเทลงไปก็ถูกลดทอนความสำเร็จโดยรวมลงไปเลยทีเดียว <strong><span style="color: #003366;">ช่างก่อฉาบ</span> </strong>จึงเป็นอีกหนึ่งในช่างฝีมือที่ต้องแสดงบทบาทสำคัญสร้างสรรค์ก่อนที่<strong><span style="color: #003366;">ช่างสี</span></strong>จะทำงานต่อ งานนี้จึงไม่ได้แค่ทำได้ แต่ต้องทำเป็น และรักษาระดับฝึมือให้งานออกมาสวยงามอีกด้วย</p>
<p style="text-align: justify;">การเลือก<strong><span style="color: #003366;">ช่างก่อฉาบ</span></strong>ที่จะมาทำงานจึงสำคัญมิใช่น้อย เพราะเป็นการปูพื้นงานที่สำคัญสำคัญ ก่อนจะไปถึงมือของ <strong><span style="color: #003366;">ช่างทาสี</span></strong> ดังนั้นจึงต้องใช้ทั้งฝีมือและทีม work งานจึงจะออกมาดีค่ะ นอกจากนี้บางงานที่ระหว่างเทคอนกรีตทำงานไว้ไม่เรียบร้อย <strong><span style="color: #003366;">ช่างก่อฉาบ</span></strong>ก็ต้องใช้ฝีมือมากขึ้นเพื่อเก็บความไม่เรียบร้อยนั้น ก็เป็นอีกบททดสอบสำหรับ<strong><span style="color: #003366;">ช่างก่อฉาบ</span></strong>ที่จะต้องทำให้งานออกมาให้ดีให้ได้กันล่ะค่ะ  เรามีทีมช่างฝีมือที่พร้อมให้บริการครบครัน หากสนใจติดต่อขอให้บริการได้ที่ 086 9027240  ID Line : bnongluck   ยินดีและพร้อมให้บริการทุกท่านค่ะ</p>
<p style="text-align: justify;"><img class="aligncenter size-medium wp-image-2706" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2015/11/S__811062-300x225.jpg" alt="S__811062" width="300" height="225" /></p>
<p style="text-align: justify;">
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://factoryguideline.com/%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%89%e0%b8%b2%e0%b8%9a-%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การผลิตแบบ Made to order หมายถึงอะไร</title>
		<link>https://factoryguideline.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a-made-to-order-%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84/</link>
		<comments>https://factoryguideline.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a-made-to-order-%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 17 Apr 2016 09:11:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Nongluck Boonsook]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Marketing]]></category>
		<category><![CDATA[Purchasing Inside]]></category>
		<category><![CDATA[Made to order]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://factoryguideline.com/?p=3440</guid>
		<description><![CDATA[ade to order  เป็นหนึ่งในรูปแบบของการรับจ้างผลิตงานของภาคอุตสาหกรรม  วันนี้จะมาเล่าให้ฟังกันค่ะ หมายถึงอะไร และทำอย่างไรกันค่ะ &#160; ในภาคอุตสาหกรรมเราอาจจะแบ่งการจ้างทำออกเป็น 2 ลักษณะใหญ่ ๆ ด้วยกันนะคะ 1. การรับจ้างผลิตแบบรายครั้ง หรือ Made to order 2. การรับจ้างผลิตในปริมาณมากหรือ Mass production &#160; วันนี้จะกล่าวถึงเฉพาะ Made to order ก่อนแล้วกันนะคะ การผลิตแบบไหนบ้างที่เข้าลักษณะ Made to order ยกตัวอย่างง่าย ๆ ให้พอเข้าใจดังนี้ค่ะ เครื่่องจักร หรืออุปกรณ์ที่ต้องการผลิตขึ้นมาใช้เเป็นการเฉพาะกิจสำหรับ Line การผลิต หรือเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดการทำงานก็เป็นได้ค่ะ  ลักษณะนี้มักเป็นของฝ่ายผลิต หรือซ่อมบำรุง คือสั่งงานเฉพาะ หรือสั่ง spare part มาเพื่อเปลี่ยนแทนเครื่องที่ไม่มี drawing สำหรับ spare part จึงเป็นการ copy งานเฉพาะหน้านั่นเองค่ะ สิ่งที่ลูกค้าสั่งซื้ออาจจะนำไปใช้กับฝ่ายผลิต ซ่อมบำรุง หรือแผนกอื่น ๆ ก็ได้ ไม่ได้จำกัดวงอยู่ที่ฝ่ายผลิตหรือซ่อมบำรุงเท่านั้น เช่น ฝ่ายบุคคลอยากได้ตู้ล็อคเกอร์แบบพิเศษที่สั่งทำเฉพาะของตนเองเท่านั้น สั่งทำขึ้นมาใหม่ตามแบบที่ตนเองกำหนด ความถี่ในการสั่งทำ นาน ๆ ครั้ง หรือสั่งครั้งเดียวแล้วจบเลย แก้ปัญหาเฉพาะกรณีแล้วจบไป การจ้างผลิตแบบรายครั้งโดยธรรมชาติราคาต่อชิ้นจะสูงกว่าผลิตในปริมาณมาก เนื่องจากผู้ขายมักจะต้องซื้อวัตถุดิบเพื่่อใช้งานเดียว และอุปกรณ์บางอย่างไม่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ หรือจะต้องซื้อด้วยปริมาณขั้นต่ำ ทำให้ค่าเฉลี่ยของต้นทุนจะสูงกว่านั่นเองค่ะ การสั่งงานเฉพาะกิจทั้งผู้ซื้อและผู้ขายอาจจะต้องใช้ความระมัดระวังในการทำความเข้าใจ scope ความต้องการของลูกค้า อนุมัติแบบให้ชัดเจนก่อนเริ่มลงมือทำ หรือได้รับอนุมัติใบสั่งซื้อ/งบประมาณเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะการสั่งทำครั้งเดียว หากทำผิดวัตถุประสงค์แล้วใช้งานไม่ได้ ปัญหาที่ตามมาคือ ผู้ขายเก็บเงินไม่ได้ หรือเก็บได้ช้า ผู้ซื้อไม่รับสินค้า คืนสินค้า หรือบ่ายเบี่ยงที่จะจ่าย  ดังนั้นหัวใจคือการอนุมัติแบบและออกใบสั่งซื้อให้เรียบร้อยนั่นเองค่ะ เพื่อเป็นการ safe แบบแพ็คคู่ ไม่ต้องเจ็บตัวหมู่นั่นเองค่ะ กรณีธรรมดา ๆ แบบนี้ เจ็บกันมามากต่อมากแล้ว ทำกันแบบไว้ใจ คุยอะไรง่าย ๆ พอเรื่องจบ ไม่ง่ายที่จบ รบกันไม่เลิกเลยทีเดียวล่ะค่ะ เรื่องเล็ก ๆ ที่ไม่ควรละเลยที่นำมาฝากกันวันนี้ค่ะ &#160;]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><span class="dropcap ">M</span><span style="color: #333399;"><strong>ade to order</strong></span>  เป็นหนึ่งในรูปแบบของการรับจ้างผลิตงานของภาคอุตสาหกรรม  วันนี้จะมาเล่าให้ฟังกันค่ะ หมายถึงอะไร และทำอย่างไรกันค่ะ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ในภาคอุตสาหกรรมเราอาจจะแบ่งการจ้างทำออกเป็น 2 ลักษณะใหญ่ ๆ ด้วยกันนะคะ</p>
<p>1. การรับจ้างผลิตแบบรายครั้ง หรือ<strong><span style="color: #333399;"> Made to order</span></strong></p>
<p>2. การรับจ้างผลิตในปริมาณมากหรือ<strong><span style="color: #333399;"> Mass production</span></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>วันนี้จะกล่าวถึงเฉพาะ<strong><span style="color: #333399;"> Made to order</span></strong> ก่อนแล้วกันนะคะ การผลิตแบบไหนบ้างที่เข้าลักษณะ <strong><span style="color: #333399;">Made to order</span> </strong>ยกตัวอย่างง่าย ๆ ให้พอเข้าใจดังนี้ค่ะ</p>
<ol>
<li>เครื่่องจักร หรืออุปกรณ์ที่ต้องการผลิตขึ้นมาใช้เเป็นการเฉพาะกิจสำหรับ Line การผลิต หรือเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดการทำงานก็เป็นได้ค่ะ  ลักษณะนี้มักเป็นของฝ่ายผลิต หรือซ่อมบำรุง คือสั่งงานเฉพาะ หรือสั่ง spare part มาเพื่อเปลี่ยนแทนเครื่องที่ไม่มี drawing สำหรับ spare part จึงเป็นการ copy งานเฉพาะหน้านั่นเองค่ะ</li>
<li>สิ่งที่ลูกค้าสั่งซื้ออาจจะนำไปใช้กับฝ่ายผลิต ซ่อมบำรุง หรือแผนกอื่น ๆ ก็ได้ ไม่ได้จำกัดวงอยู่ที่ฝ่ายผลิตหรือซ่อมบำรุงเท่านั้น เช่น ฝ่ายบุคคลอยากได้ตู้ล็อคเกอร์แบบพิเศษที่สั่งทำเฉพาะของตนเองเท่านั้น สั่งทำขึ้นมาใหม่ตามแบบที่ตนเองกำหนด</li>
<li>ความถี่ในการสั่งทำ นาน ๆ ครั้ง หรือสั่งครั้งเดียวแล้วจบเลย แก้ปัญหาเฉพาะกรณีแล้วจบไป</li>
<li>การจ้างผลิตแบบรายครั้งโดยธรรมชาติราคาต่อชิ้นจะสูงกว่าผลิตในปริมาณมาก เนื่องจากผู้ขายมักจะต้องซื้อวัตถุดิบเพื่่อใช้งานเดียว และอุปกรณ์บางอย่างไม่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้ หรือจะต้องซื้อด้วยปริมาณขั้นต่ำ ทำให้ค่าเฉลี่ยของต้นทุนจะสูงกว่านั่นเองค่ะ</li>
<li>การสั่งงานเฉพาะกิจทั้งผู้ซื้อและผู้ขายอาจจะต้องใช้ความระมัดระวังในการทำความเข้าใจ scope ความต้องการของลูกค้า อนุมัติแบบให้ชัดเจนก่อนเริ่มลงมือทำ หรือได้รับอนุมัติใบสั่งซื้อ/งบประมาณเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะการสั่งทำครั้งเดียว หากทำผิดวัตถุประสงค์แล้วใช้งานไม่ได้ ปัญหาที่ตามมาคือ ผู้ขายเก็บเงินไม่ได้ หรือเก็บได้ช้า ผู้ซื้อไม่รับสินค้า คืนสินค้า หรือบ่ายเบี่ยงที่จะจ่าย  ดังนั้นหัวใจคือการอนุมัติแบบและออกใบสั่งซื้อให้เรียบร้อยนั่นเองค่ะ เพื่อเป็นการ safe แบบแพ็คคู่ ไม่ต้องเจ็บตัวหมู่นั่นเองค่ะ กรณีธรรมดา ๆ แบบนี้ เจ็บกันมามากต่อมากแล้ว ทำกันแบบไว้ใจ คุยอะไรง่าย ๆ พอเรื่องจบ ไม่ง่ายที่จบ รบกันไม่เลิกเลยทีเดียวล่ะค่ะ เรื่องเล็ก ๆ ที่ไม่ควรละเลยที่นำมาฝากกันวันนี้ค่ะ</li>
</ol>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://factoryguideline.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a-made-to-order-%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%96%e0%b8%b6%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Cost breakdown คืออะไร</title>
		<link>https://factoryguideline.com/cost-breakdown-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/</link>
		<comments>https://factoryguideline.com/cost-breakdown-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 16 Apr 2016 04:44:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Nongluck Boonsook]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Purchasing Inside]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://factoryguideline.com/?p=3367</guid>
		<description><![CDATA[ost Breakdown คืออะไร คำว่า cost breakdown อาจจะใช้กันเฉพาะทางในแวดวงจัดซื้อ การตลาด หรืออุตสาหกรรม และถึงแม้จะอยู่ในวงการอุตสาหกรรม cost breakdown ก็อาจจะยังไม่ได้ใช้หรือพบเห็นคำนี้มากนัก แต่หากเป็นอุตสาหกรรมใหญ่ หรืออุตสาหกรรมชั้นน้ำ เช่น ยานยนต์ โดยเฉพาะจัดซื้อหรือฝ่ายการตลาด ควรจะต้องรู้จักและเข้าใจให้ถ่องแท้กันทีเดียวละค่ะ วันนี้เราจะมามองคำนี้กันในสองมิตินะคะ Cost breakdown ในมุมของนักจัดซื้อ  เพื่อน ๆ ลองย้อนกลับไปดูรูปด้านบนนะคะ ให้สังเกตว่า ในรูปได้แยกแยะองค์ประกอบของโทรศัพท์ออกมาเป็นส่วน ๆ  รูปนี้กำลังสื่อให้เห็นว่าก่อนที่จะมาเป็นองค์ประกอบแต่ละชิ้นนั้น จะประกอบไปได้ ค่าวัตถุดิบ ค่าแรง ค่ากระบวนการผลิต การขนส่ง และค่าบริหารจัดการ เป็นต้น เพื่อทำให้เกิดแต่ละชิ้นงานขึ้นมา โดยแต่ละชิ้นงานก็อาจจะผ่านกระบวนการขั้นตอนการผลิตที่แตกต่างกัน ต้นทุนแต่ละชิ้นจึงแตกต่างกัน และเมื่่อนำทุกชิ้นมารวมกันจึงกลายเป็นโทรศัพท์ 1 เครื่่อง หรือคืองานสำเร็จรูป (Finish goods) นั่นเองค่ะ นักจัดซื้อนำไปใช้ประโยชน์อะไรกัน? นักจัดซื้อต้องการรู้ประมาณต้นทุนของแต่ละชิ้น หรือ cost breakdown เพื่่อต้องการเปรียบเทียบต้นทุนของ supplier แต่ละราย เพื่อต่อยอดการวิเคราะห์ต้นทุนรวมของสินค้าที่ต้องการซื้อต่อไปนั่นเองค่ะ  แต่หากลักษณะสินค้าเป็นแบบอื่น supplier ก็อาจจะทำ cost breakdown โดยการแสดงต้นทุนทาง วัตถุดิบ (Raw material), กระบวนการผลิต (production process), การขนส่ง (Transport/Logistic), ค่าบริหารจัดการ (Overhead/management cost) ตามหลักการประมาณนี้ค่ะ ทีนี้เรามีทำความเข้าใจ Cost breakdown ในมุมของนักขายกันบ้างค่ะ นักจัดซื้อก็จะอยากรู้ต้นทุนให้มากที่สุด ลึกที่สุด เพื่อซื้อของได้ถูกที่สุด แน่นอนค่ะนักขายก็ต้องซ่อนให้ได้มากที่สุด ไม่ได้บอกว่านักขายไม่ดีนะคะ โดยธรรมชาติก็จะบอกในระดับหนึ่ง แต่หากบอกหมดก็คงไม่ได้ ในระยะยาวเมื่อถึงทางตันของต้นทุนก็อาจจะเสียธุรกิจไปในที่สุด ดังนั้นการวางกลยุทธ์เรื่อง cost breakdown จึงเป็นเรื่องสำคัญ ประเด็นไหนเสี่ยงต้องมองให้ขาด หรือเผื่อเหลือเผื่อขาดไว้บ้าง ก่อนที่จะะไม่เหลืออะไรเลยหากนำเสนอนั้นขาดข้อมูลหรือการมองให้รอบคอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับงาน Mass production เพราะหากนำเสนอพลาดแต่ได้งานก็หมายความว่าจะขาดทุนมหาศาล ไม่ใช่กำไรอย่างที่คาดหวังกันไว้ล่ะค่ะ ที่ย้ำประเด็นนี้เพราะ cost breakdown ไม่ใช่เพียงแต่การนำเสนอเรื่องต้นทุนเพื่อการแข่งขันในการนำเสนอ project แต่กำลังจะเป็นตัววัดชะตาขององค์กรกันในบางกรณีกันเลยทีเดียว เนื่องจากบางงานอาจจะกลายเป็นกรณีที่ทำงานแบบหวานอมขมกลืนขาดทุนจนกว่าจะจบ project   ส่วนนักจัดซื้อเองการได้มาซึ่ง cost breakdown เป็นสิ่งที่ดีที่จะทำให้การบริหารต้นทุนมีประสิทธิภาพ เพียงแต่อาจจะต้องเปิดกว้างและเข้าใจเรื่องการทำธุรกิจด้วยเช่นกัน เพื่อให้คู่ค้าสามารถอยู่รอดและผลิตสินค้ามีคุณภาพได้แบบยั่งยืนนั่นเองค่ะ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><span class="dropcap dropcap1 ">C</span><strong><span style="color: #333399;">ost Breakdown </span></strong><span style="color: #000000;">คืออะไร คำว่า <strong><span style="color: #333399;">cost </span></strong></span><strong><span style="color: #333399;">breakdown</span></strong><span style="color: #000000;"> อาจจะใช้กันเฉพาะทางในแวดวงจัดซื้อ การตลาด หรืออุตสาหกรรม และถึงแม้จะอยู่ในวงการอุตสาหกรรม <strong><span style="color: #333399;">cost breakdown </span></strong>ก็อาจจะยังไม่ได้ใช้หรือพบเห็นคำนี้มากนัก แต่หากเป็นอุตสาหกรรมใหญ่ หรืออุตสาหกรรมชั้นน้ำ เช่น ยานยนต์ โดยเฉพาะจัดซื้อหรือฝ่ายการตลาด ควรจะต้องรู้จักและเข้าใจให้ถ่องแท้กันทีเดียวละค่ะ วันนี้เราจะมามองคำนี้กันในสองมิตินะคะ</span></p>
<p style="text-align: justify;"><span style="color: #ff0000;"><strong>Cost breakdown ในมุมของนักจัดซื้อ </strong></span></p>
<p style="text-align: justify;">เพื่อน ๆ ลองย้อนกลับไปดูรูปด้านบนนะคะ ให้สังเกตว่า ในรูปได้แยกแยะองค์ประกอบของโทรศัพท์ออกมาเป็นส่วน ๆ  รูปนี้กำลังสื่อให้เห็นว่าก่อนที่จะมาเป็นองค์ประกอบแต่ละชิ้นนั้น จะประกอบไปได้ ค่าวัตถุดิบ ค่าแรง ค่ากระบวนการผลิต การขนส่ง และค่าบริหารจัดการ เป็นต้น เพื่อทำให้เกิดแต่ละชิ้นงานขึ้นมา โดยแต่ละชิ้นงานก็อาจจะผ่านกระบวนการขั้นตอนการผลิตที่แตกต่างกัน ต้นทุนแต่ละชิ้นจึงแตกต่างกัน และเมื่่อนำทุกชิ้นมารวมกันจึงกลายเป็นโทรศัพท์ 1 เครื่่อง หรือคืองานสำเร็จรูป (Finish goods) นั่นเองค่ะ</p>
<p style="text-align: justify;"><strong><span style="color: #ff0000;">นักจัดซื้อนำไปใช้ประโยชน์อะไรกัน?</span></strong></p>
<p style="text-align: justify;">นักจัดซื้อต้องการรู้ประมาณต้นทุนของแต่ละชิ้น หรือ cost breakdown เพื่่อต้องการเปรียบเทียบต้นทุนของ supplier แต่ละราย เพื่อต่อยอดการวิเคราะห์ต้นทุนรวมของสินค้าที่ต้องการซื้อต่อไปนั่นเองค่ะ  แต่หากลักษณะสินค้าเป็นแบบอื่น supplier ก็อาจจะทำ <strong><span style="color: #333399;">cost breakdown</span></strong> โดยการแสดงต้นทุนทาง วัตถุดิบ (Raw material), กระบวนการผลิต (production process), การขนส่ง (Transport/Logistic), ค่าบริหารจัดการ (Overhead/management cost) ตามหลักการประมาณนี้ค่ะ</p>
<p style="text-align: justify;"><span style="color: #008000;"><strong>ทีนี้เรามีทำความเข้าใจ Cost breakdown ในมุมของนักขายกันบ้างค่ะ</strong></span></p>
<p style="text-align: justify;">นักจัดซื้อก็จะอยากรู้ต้นทุนให้มากที่สุด ลึกที่สุด เพื่อซื้อของได้ถูกที่สุด แน่นอนค่ะนักขายก็ต้องซ่อนให้ได้มากที่สุด ไม่ได้บอกว่านักขายไม่ดีนะคะ โดยธรรมชาติก็จะบอกในระดับหนึ่ง แต่หากบอกหมดก็คงไม่ได้ ในระยะยาวเมื่อถึงทางตันของต้นทุนก็อาจจะเสียธุรกิจไปในที่สุด ดังนั้นการวางกลยุทธ์เรื่อง <span style="color: #333399;"><strong>cost breakdown</strong></span> จึงเป็นเรื่องสำคัญ ประเด็นไหนเสี่ยงต้องมองให้ขาด หรือเผื่อเหลือเผื่อขาดไว้บ้าง ก่อนที่จะะไม่เหลืออะไรเลยหากนำเสนอนั้นขาดข้อมูลหรือการมองให้รอบคอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับงาน<strong><span style="color: #333399;"> Mass production</span></strong> เพราะหากนำเสนอพลาดแต่ได้งานก็หมายความว่าจะขาดทุนมหาศาล ไม่ใช่กำไรอย่างที่คาดหวังกันไว้ล่ะค่ะ</p>
<p style="text-align: justify;">ที่ย้ำประเด็นนี้เพราะ <strong><span style="color: #333399;">cost breakdown </span></strong>ไม่ใช่เพียงแต่การนำเสนอเรื่องต้นทุนเพื่อการแข่งขันในการนำเสนอ project แต่กำลังจะเป็นตัววัดชะตาขององค์กรกันในบางกรณีกันเลยทีเดียว เนื่องจากบางงานอาจจะกลายเป็นกรณีที่ทำงานแบบหวานอมขมกลืนขาดทุนจนกว่าจะจบ project   ส่วนนักจัดซื้อเองการได้มาซึ่ง <span style="color: #333399;"><strong>cost breakdown</strong></span> เป็นสิ่งที่ดีที่จะทำให้การบริหารต้นทุนมีประสิทธิภาพ เพียงแต่อาจจะต้องเปิดกว้างและเข้าใจเรื่องการทำธุรกิจด้วยเช่นกัน เพื่อให้คู่ค้าสามารถอยู่รอดและผลิตสินค้ามีคุณภาพได้แบบยั่งยืนนั่นเองค่ะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://factoryguideline.com/cost-breakdown-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Demo คืออะไร เกี่ยวข้องอย่างไรกับงานจัดซื้อ</title>
		<link>https://factoryguideline.com/demo-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3-%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2/</link>
		<comments>https://factoryguideline.com/demo-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3-%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 11 Apr 2016 08:39:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Nongluck Boonsook]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Purchasing Inside]]></category>
		<category><![CDATA[Demo]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://factoryguideline.com/?p=3360</guid>
		<description><![CDATA[emo หมายถึง การสาธิต อาจจะเป็นสินค้าอย่างหนึ่งอย่างใดที่เรามีแผนจะซื้อ เช่น เครื่องจักร โปรแกรม หรือสินค้าเฉพาะทางที่ลูกค้าอยากเห็นการทำงานของสินค้าก่อนตัดสินใจ ทำไมต้องทำ Demo ? ยกตัวอย่างเครื่องจักรแล้วกันนะคะ เพราะซื้อเครื่องจักรมาเยอะ ถ้าจะพูดถึงเครื่อง Demo นั้นมีประโยชน์ด้วยกันหลายอย่างค่ะ อาทิเช่น เป็นเครื่องทดลองใช้งานสำหรับลูกค้าที่ยังไม่เคยใช้งานเครื่องจักรนั้นมาก่อน จินตนาการไม่ออกว่าใช้งานอย่างไร การทำงาน หรือผลของการทำงานเป็นอย่างไร ถ้าเป็นเครื่องจักรส่วนใหญ่จะย่อขนาดให้เล็กลง หรือเป็น batch เล็กลง เพื่อสะดวกต่อการขนย้าย วัตถุประสงค์เพื่่อจำลองภาพให้ลูกค้าเห็นเท่านั้น โดยลูกค้าอาจจะทดลองที่บริษัทของ Supplier หรือไปทดลองใช้ที่โรงงานก็ได้ ในบางกรณี นอกจากใช้สำหรับเป็นเครื่องทดลองแล้ว ในบางโอกาสที่ลูกค้า short capacity ก็จะให้ยืมเครื่อง Demo เหล่านี้ไปเสริม Capacity ชั่วคราวระหว่างที่รอสั่งเครื่องใหม่ การได้ทดสอบการใช้งานกับเครื่อง Demo จะช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้ข้อสังเกตจากการทำงานของเครื่องอธิบายวัตถุประสงค์ในการใช้งานให้สัมพันธ์กับความสามารถของเครื่องได้ดียิ่งขึ้น ข้อนี้จะช่วยให้ทางทีม Design หรือ R&#38;D ทำงานได้ง่ายขึ้น ประเด็นนี้นักจัดซื้อที่ดูแลการจัดซื้อเครื่องจักรไม่ควรละเลย เพราะข้อมูลเล็กน้อยอาจจะทำให้การออกแบบเครื่องจักรผิดพลาดได้ทีเดียวเลยค่ะ และอีกข้อที่หลาย ๆ คนนิยมกันคือ รอซื้อเครื่อง Demo ที่ปลดระวางแล้วในราคาพิเศษ ข้อนี้ก็ช่วยประหยัดต้นทุนได้ไม่น้อยทีเดียวล่ะค่ะ เกร็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับเครื่อง Demo ที่เก็บมาฝากกันค่ะ หากเป็นสินค้าอื่นก็อาจจะแตกต่างกันไปบ้างบางประเด็นนะคะ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><span class="dropcap ">D</span><span style="color: #333399;">emo หมายถึง การสาธิต</span> อาจจะเป็นสินค้าอย่างหนึ่งอย่างใดที่เรามีแผนจะซื้อ เช่น เครื่องจักร โปรแกรม หรือสินค้าเฉพาะทางที่ลูกค้าอยากเห็นการทำงานของสินค้าก่อนตัดสินใจ</p>
<p style="text-align: justify;"><span style="color: #ff0000;">ทำไมต้องทำ Demo ?</span></p>
<p style="text-align: justify;">ยกตัวอย่างเครื่องจักรแล้วกันนะคะ เพราะซื้อเครื่องจักรมาเยอะ ถ้าจะพูดถึงเครื่อง <strong><span style="color: #000080;">Demo</span> </strong>นั้นมีประโยชน์ด้วยกันหลายอย่างค่ะ อาทิเช่น</p>
<ul style="text-align: justify;">
<li>เป็นเครื่องทดลองใช้งานสำหรับลูกค้าที่ยังไม่เคยใช้งานเครื่องจักรนั้นมาก่อน จินตนาการไม่ออกว่าใช้งานอย่างไร การทำงาน หรือผลของการทำงานเป็นอย่างไร ถ้าเป็นเครื่องจักรส่วนใหญ่จะย่อขนาดให้เล็กลง หรือเป็น batch เล็กลง เพื่อสะดวกต่อการขนย้าย วัตถุประสงค์เพื่่อจำลองภาพให้ลูกค้าเห็นเท่านั้น โดยลูกค้าอาจจะทดลองที่บริษัทของ Supplier หรือไปทดลองใช้ที่โรงงานก็ได้</li>
<li>ในบางกรณี นอกจากใช้สำหรับเป็นเครื่องทดลองแล้ว ในบางโอกาสที่ลูกค้า short capacity ก็จะให้ยืมเครื่อง <strong><span style="color: #000080;">Demo</span></strong> เหล่านี้ไปเสริม Capacity ชั่วคราวระหว่างที่รอสั่งเครื่องใหม่</li>
<li>การได้ทดสอบการใช้งานกับเครื่อง <strong><span style="color: #000080;">Demo</span></strong> จะช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้ข้อสังเกตจากการทำงานของเครื่องอธิบายวัตถุประสงค์ในการใช้งานให้สัมพันธ์กับความสามารถของเครื่องได้ดียิ่งขึ้น ข้อนี้จะช่วยให้ทางทีม Design หรือ R&amp;D ทำงานได้ง่ายขึ้น ประเด็นนี้นักจัดซื้อที่ดูแลการจัดซื้อเครื่องจักรไม่ควรละเลย เพราะข้อมูลเล็กน้อยอาจจะทำให้การออกแบบเครื่องจักรผิดพลาดได้ทีเดียวเลยค่ะ</li>
<li>และอีกข้อที่หลาย ๆ คนนิยมกันคือ รอซื้อเครื่อง Demo ที่ปลดระวางแล้วในราคาพิเศษ ข้อนี้ก็ช่วยประหยัดต้นทุนได้ไม่น้อยทีเดียวล่ะค่ะ</li>
</ul>
<p style="text-align: justify;">เกร็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับเครื่อง Demo ที่เก็บมาฝากกันค่ะ หากเป็นสินค้าอื่นก็อาจจะแตกต่างกันไปบ้างบางประเด็นนะคะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://factoryguideline.com/demo-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3-%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b9%88%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Payment term นั้นสำคัญไฉน?</title>
		<link>https://factoryguideline.com/payment-term-%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b9%84%e0%b8%89%e0%b8%99/</link>
		<comments>https://factoryguideline.com/payment-term-%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b9%84%e0%b8%89%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 11 Apr 2016 08:16:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Nongluck Boonsook]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Purchasing Inside]]></category>
		<category><![CDATA[Payment term]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://factoryguideline.com/?p=3352</guid>
		<description><![CDATA[ayment term หรือเงื่อนไขในการจ่ายชำระเงิน เป็นอีกหนึ่่งสาระสำคัญของงานจัดซื้อ อย่างไรล่ะ? เพราะในเชิงธุรกิจแล้ว ในระหว่างที่มีการเสนอราคาด้วยคุณสมบัติของสินค้าที่ต้องการ เงื่อนไขการชำระเงินจะถูกพิจารณาในคราวเดียวกัน ก่อนที่จะตัดสินใจทำธุรกิจกัน เพราะทั้งราคา Payment term หรือ Term of payment โดยปกติจะถูกพิจารณาโดยภาพรวม เราจะไม่พิจารณาทีละข้อ ประเด็นนี้นักจัดซื้อหน้าใหม่นำไปใช้ได้เลยค่ะ ทำไมต้องพิจารณารวม? การเจรจาที่ดีทั้งสองฝ่ายควรเปิดเงื่อนไขที่ตนเองต้องการให้แก่คู่ค้าในคราวเดียวจึงจะถือเป็น Fair condition ไม่กั๊กบางประเด็นที่ตนเองได้เปรียบ เช่น คุยราคาเสร็จแล้วเพิ่งจะมาบอกว่าจะจ่ายเงินอย่างไรนั้นไม่ควร  บางท่านอาจจะบอกว่า เราได้ประโยชน์นี่ ก็อาจจะใช่ค่ะ  แต่อยา่ลืมมองย้อนกลับไปว่าหากเราเจรจาธูรกิจแบบไม่ fair ก็จะเสียโอกาสที่จะได้คู่ค้าดี ๆ ไปค่ะ และประเด็นสำคัญทุกอย่างคือต้นทุน ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราตกลงซื้อสินค้าโดยจ่ายเงินสดคู่ค้าเราชอบเพราะไม่มีความเสี่ยงได้รับเงินทันทีเลย แต่หากเราบอกว่าจะจ่ายเงินภายในอีกหนึ่งเดือน สองเดือน หรือสามเดือน หมายถึงเขาจะต้องแบกรับความเสี่ยงและต้นทุนดอกเบี้ยที่จะต้องไปหาเงินจากแหล่งอื่นเพื่อมาดำเนินธุรกิจต่อนั่นเองค่ะ ที่บอกว่าเป็นต้นทุนคือแบบนี้  ดังนั้นจากเหตุผลนี้ราคาเงินสดกับเครดิตจึงต่างกัน เพราะมีต้นทุนดอกเบี้ยของการทำธุรกิจที่ต่างกัน ไม่รวมความเสี่ยงอื่น ๆ ที่อาจจะมีอีกด้วย เช่น ลูกค้าไม่รับสินค้าอาจจะด้วย สินค้ายังไม่เรียบร้อย หรือดึง due การชำระเงินออกไปเพราะบุคคลที่สามหรือลูกค้าปลายทางยังไม่อนุมัติ เห็นหรือเปล่าคะว่ามีตัวแปรที่อาจจะมากระทบอีกหลายเรื่องเลยทีเดียว ดังนั้นในระหว่างการเจรจาธุรกิจ ภาพการชำระเงิน และระยะเวลาที่จะชำระเงินจริงนั้นต้องชัดเจน เพื่อความเป็นธรรมกับคู่ค้าที่จะประเมินต้นทุนที่แท้จริงอีกด้วย]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><span class="dropcap dropcap1 ">P</span><strong><span style="color: #333399;">ayment term</span></strong> หรือเงื่อนไขในการจ่ายชำระเงิน เป็นอีกหนึ่่งสาระสำคัญของงานจัดซื้อ อย่างไรล่ะ?</p>
<p style="text-align: justify;">เพราะในเชิงธุรกิจแล้ว ในระหว่างที่มีการเสนอราคาด้วยคุณสมบัติของสินค้าที่ต้องการ เงื่อนไขการชำระเงินจะถูกพิจารณาในคราวเดียวกัน ก่อนที่จะตัดสินใจทำธุรกิจกัน เพราะทั้งราคา <strong><span style="color: #333399;">Payment term</span> </strong>หรือ<strong><span style="color: #333399;"> Term of payment</span> </strong>โดยปกติจะถูกพิจารณาโดยภาพรวม เราจะไม่พิจารณาทีละข้อ ประเด็นนี้นักจัดซื้อหน้าใหม่นำไปใช้ได้เลยค่ะ</p>
<p style="text-align: justify;"><strong><span style="color: #ff0000;">ทำไมต้องพิจารณารวม?</span></strong></p>
<p style="text-align: justify;">การเจรจาที่ดีทั้งสองฝ่ายควรเปิดเงื่อนไขที่ตนเองต้องการให้แก่คู่ค้าในคราวเดียวจึงจะถือเป็น Fair condition ไม่กั๊กบางประเด็นที่ตนเองได้เปรียบ เช่น คุยราคาเสร็จแล้วเพิ่งจะมาบอกว่าจะจ่ายเงินอย่างไรนั้นไม่ควร  บางท่านอาจจะบอกว่า เราได้ประโยชน์นี่ ก็อาจจะใช่ค่ะ  แต่อยา่ลืมมองย้อนกลับไปว่าหากเราเจรจาธูรกิจแบบไม่ fair ก็จะเสียโอกาสที่จะได้คู่ค้าดี ๆ ไปค่ะ และประเด็นสำคัญทุกอย่างคือต้นทุน ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราตกลงซื้อสินค้าโดยจ่ายเงินสดคู่ค้าเราชอบเพราะไม่มีความเสี่ยงได้รับเงินทันทีเลย แต่หากเราบอกว่าจะจ่ายเงินภายในอีกหนึ่งเดือน สองเดือน หรือสามเดือน หมายถึงเขาจะต้องแบกรับความเสี่ยงและต้นทุนดอกเบี้ยที่จะต้องไปหาเงินจากแหล่งอื่นเพื่อมาดำเนินธุรกิจต่อนั่นเองค่ะ ที่บอกว่าเป็นต้นทุนคือแบบนี้  ดังนั้นจากเหตุผลนี้ราคาเงินสดกับเครดิตจึงต่างกัน เพราะมีต้นทุนดอกเบี้ยของการทำธุรกิจที่ต่างกัน ไม่รวมความเสี่ยงอื่น ๆ ที่อาจจะมีอีกด้วย เช่น ลูกค้าไม่รับสินค้าอาจจะด้วย สินค้ายังไม่เรียบร้อย หรือดึง due การชำระเงินออกไปเพราะบุคคลที่สามหรือลูกค้าปลายทางยังไม่อนุมัติ เห็นหรือเปล่าคะว่ามีตัวแปรที่อาจจะมากระทบอีกหลายเรื่องเลยทีเดียว ดังนั้นในระหว่างการเจรจาธุรกิจ ภาพการชำระเงิน และระยะเวลาที่จะชำระเงินจริงนั้นต้องชัดเจน เพื่อความเป็นธรรมกับคู่ค้าที่จะประเมินต้นทุนที่แท้จริงอีกด้วย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://factoryguideline.com/payment-term-%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b9%84%e0%b8%89%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การสรรหา คัดเลือก ผู้ขาย (Supplier Sourcing service)</title>
		<link>https://factoryguideline.com/%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%b2-%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81/</link>
		<comments>https://factoryguideline.com/%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%b2-%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 11 Apr 2016 04:33:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Nongluck Boonsook]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Supplier source]]></category>
		<category><![CDATA[Sourcing]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://factoryguideline.com/?p=3316</guid>
		<description><![CDATA[upplier sourcing หรือการสรรหา คัดเลือก supplier เพื่อให้ทำงานในลักษณะต่าง ๆ เช่น ชิ้นงาน งานบริการด้านเทคนิค การซ่อมบำรุง หรืองานด้านอื่น ๆ หากเป็นองค์ใหญ่มักจะขึ้นอยู่กับแผนก sourcing ที่มีหน้าที่สรรหาจากแหล่งต่าง ๆ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กร ทั้งด้านคุณภาพ ราคา และการจัดส่ง  แต่หากบริษัทขนาดกลางทั่วไป หรือบริษัทเล็ก ๆ ที่ขาดความรู้ความชำนาญล่ะ จะประสบปัญหาอะไรบ้าง อาจจะแบ่งเป็นประเด็นหลักๆ ดังนี้นะคะ   หากเป็นบริษัททั่วไปที่ไม่ได้แยกแผนก sourcing โดยขนาดของธุรกิจไม่ได้ใหญ่มาก หน้าที่นี้ย่อมรวมอยู่กับงานของแผนกจัดซื้อ เพราะก็เหมือนแค่หา supplier รายใหม่มาทดแทน ถ้าเป็นสินค้ามาตรฐานในตลาดที่หาได้ทั่วไปก็เป็นเรื่องปกติค่ะ แต่หากเป็นสินค้าพิเศษ ต้องเจรจาในเชิงลึก  หรือเป็นธุรกิจผูกขาด เฉพาะทาง พูดง่าย ๆ ว่าเป็น deal ใหญ่ ถ้าพนักงานจัดซื้อที่เคยเพียงแต่ซื้อสินค้าทั่วไปอาจจะขาดทักษะในการเจรจาลักษณะงานที่เป็น project  ประเด็นนี้อาจจะทำให้องค์กรไม่ได้รับประโยชน์เท่าที่ควร ข้อนี้อาจจะโทษใครไม่ได้ เพราะชั่วโมงบินบางเรื่องมีเฉพาะในบางองค์กรเท่่านั้นจริง ๆ การวางกลยุทธ์ในระยะต่าง ๆ การ sourcing หรือ resourcing  แต่ละครั้งจำเป็นอย่างมากที่จะต้องวางกลยุทธ์ทางธุรกิจไว้ให้หมด เพราะการเปลี่ยน supplier ในแต่ละครั้งเหนื่อยและวุ่นวายมิใช่น้อย หากทำไม่เรียบร้อย สินค้าหรือบริการอาจจะขาดสต็อคหรือหยุดชะงักได้เลยทีเดียว นั่นหมายถึงส่งผลกระทบต่อพนักงานทั้งโรงงานก็เป็นได้ ต้องวางแผนดี ๆ ทั้งเรื่องข้อกำหนดต่าง ๆ ระยะเวลา การขนส่ง ทั้งระยะยาวและช่วงเปลียนผ่าน เหมือนง่าย แต่ไม่ง่ายค่ะ ยิ่งมูลค่าสูงหรือเป็นบริการที่ความถี่สูงเช่น รถขนส่งนี่ปัญหาสารพันเลยล่ะค่ะ ราคาคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดกิจกรรมนี้ ส่วนใหญ่ sourcing ประเด็นหลักคือต้องการราคาที่ถูกลง เพื่่อผู้ประกอบการจะได้กำไรมากขึ้น อย่างไรก็ตามคุณการและการขนส่ง หรือหลักการ QCD ก็ยังต้องคงไว้ด้วย ข้อนี้จึงต้องวางหมากดีๆ ไม่ใช่เปลี่ยน supplier แล้วไปเจอเรื่องปัญหาคุณภาพ ส่งของไม่ตรงเวลา หรือให้ราคาได้แค่รอบเดียว แล้วทำต่อไม่ได้ เพราะ supplier ประเมินราคาพลาด ถ้าแบบนั้นคน sourcing นี่จะต้องเหนื่อยรอบสองแบบทุลักทุเลกันเลยล่ะค่ะ Supplier ต่างประเทศจะมั่นใจได้อย่างไรกับสิ่งที่เราคาดหวัง อันนี้ยากหน่อย ต้องดูภูมิหลัง,  site audit, financial report, customer reference คือต้องทำการบ้านเยอะว่างั้นเถอะ &#160; &#160; ถ้าเป็นงานเฉพาะทางอื่น ๆ ล่ะ ยกตัวอยา่งการซื้อเครื่องจักรแล้วกันค่ะ ทางทีมงานจัดซื้อหรือ sourcing ต้องเข้าใจกระบวนการทำงานของ supplier และจะต้องกำหนดให้สอดคล้องกับงวดการง่ายเงิน เช่น Design  &#62; Finish production process &#62; Pre commissiong at supplier &#62; Commissioning at customer site&#62;Accepted machine   จะเห็นได้ว่าแต่ละ step ทางทีมงานจัดซื้อหรือ sourcing จะต้องเข้าใจการทำงานของ supplier แบ่งการจ่ายเงินให้เหมาะสม สอดประสานกับทีมที่ใช้เครื่องจักร และควรจะต้องเข้าใจเรื่องการขนส่งระหว่างประเทศ หากเป็นเครือ่งจักรนำเข้าเพื่อป้องกันปัญหาที่จะตามมาระหว่างการขนส่ง มีประกันภัยหรือไม่ คุ้มครองอย่างไร เพื่อไม่ให้ project มีความเสี่ยงทั้งเรื่องเวลาในการจัดส่งและ safety ด้านต่าง ๆ ที่เล่ามาทั้งหมดคือปัญหา basic ที่ต้องเจอแน่ ๆ แต่บอกให้เลยว่าการเปลียน supplier แต่ละครั้งมักอาจจะต้องเจออะไรเด็ด ๆ ที่คาดไม่ถึงก็เป็นได้ และด้วยความที่ผ่านการ sourcing มาเยอะ ใน supplier หลาย ๆ กลุ่ม หากท่านใดสนใจรับคำปรึกษาและรับบริการทั้งในประเทศและต่างประเทศสำหรับทุกอุตสาหกรรมได้ที่ 086 9027240 ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><span class="dropcap dropcap1 ">S</span><strong><span style="color: #333399;">upplier sourcing</span> <span style="color: #333399;">หรือการสรรหา คัดเลือก supplier</span> </strong>เพื่อให้ทำงานในลักษณะต่าง ๆ เช่น ชิ้นงาน งานบริการด้านเทคนิค การซ่อมบำรุง หรืองานด้านอื่น ๆ หากเป็นองค์ใหญ่มักจะขึ้นอยู่กับแผนก sourcing ที่มีหน้าที่สรรหาจากแหล่งต่าง ๆ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ขององค์กร ทั้งด้านคุณภาพ ราคา และการจัดส่ง  แต่หากบริษัทขนาดกลางทั่วไป หรือบริษัทเล็ก ๆ ที่ขาดความรู้ความชำนาญล่ะ จะประสบปัญหาอะไรบ้าง อาจจะแบ่งเป็นประเด็นหลักๆ ดังนี้นะคะ</p>
<ul style="text-align: justify;">
<li>  หากเป็นบริษัททั่วไปที่ไม่ได้แยกแผนก sourcing โดยขนาดของธุรกิจไม่ได้ใหญ่มาก หน้าที่นี้ย่อมรวมอยู่กับงานของแผนกจัดซื้อ เพราะก็เหมือนแค่หา supplier รายใหม่มาทดแทน ถ้าเป็นสินค้ามาตรฐานในตลาดที่หาได้ทั่วไปก็เป็นเรื่องปกติค่ะ แต่หากเป็นสินค้าพิเศษ ต้องเจรจาในเชิงลึก  หรือเป็นธุรกิจผูกขาด เฉพาะทาง พูดง่าย ๆ ว่าเป็น deal ใหญ่ ถ้าพนักงานจัดซื้อที่เคยเพียงแต่ซื้อสินค้าทั่วไปอาจจะขาดทักษะในการเจรจาลักษณะงานที่เป็น project  ประเด็นนี้อาจจะทำให้องค์กรไม่ได้รับประโยชน์เท่าที่ควร ข้อนี้อาจจะโทษใครไม่ได้ เพราะชั่วโมงบินบางเรื่องมีเฉพาะในบางองค์กรเท่่านั้นจริง ๆ</li>
<li>การวางกลยุทธ์ในระยะต่าง ๆ การ<strong><span style="color: #333399;"> sourcing</span> </strong>หรือ <strong><span style="color: #333399;">resourcing</span> </strong> แต่ละครั้งจำเป็นอย่างมากที่จะต้องวางกลยุทธ์ทางธุรกิจไว้ให้หมด เพราะการเปลี่ยน supplier ในแต่ละครั้งเหนื่อยและวุ่นวายมิใช่น้อย หากทำไม่เรียบร้อย สินค้าหรือบริการอาจจะขาดสต็อคหรือหยุดชะงักได้เลยทีเดียว นั่นหมายถึงส่งผลกระทบต่อพนักงานทั้งโรงงานก็เป็นได้ ต้องวางแผนดี ๆ ทั้งเรื่องข้อกำหนดต่าง ๆ ระยะเวลา การขนส่ง ทั้งระยะยาวและช่วงเปลียนผ่าน เหมือนง่าย แต่ไม่ง่ายค่ะ ยิ่งมูลค่าสูงหรือเป็นบริการที่ความถี่สูงเช่น รถขนส่งนี่ปัญหาสารพันเลยล่ะค่ะ</li>
<li>ราคาคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดกิจกรรมนี้ ส่วนใหญ่ sourcing ประเด็นหลักคือต้องการราคาที่ถูกลง เพื่่อผู้ประกอบการจะได้กำไรมากขึ้น อย่างไรก็ตามคุณการและการขนส่ง หรือหลักการ QCD ก็ยังต้องคงไว้ด้วย ข้อนี้จึงต้องวางหมากดีๆ ไม่ใช่เปลี่ยน supplier แล้วไปเจอเรื่องปัญหาคุณภาพ ส่งของไม่ตรงเวลา หรือให้ราคาได้แค่รอบเดียว แล้วทำต่อไม่ได้ เพราะ supplier ประเมินราคาพลาด ถ้าแบบนั้นคน<strong><span style="color: #333399;"> sourcing</span></strong> นี่จะต้องเหนื่อยรอบสองแบบทุลักทุเลกันเลยล่ะค่ะ</li>
<li>Supplier ต่างประเทศจะมั่นใจได้อย่างไรกับสิ่งที่เราคาดหวัง อันนี้ยากหน่อย ต้องดูภูมิหลัง,  site audit, financial report, customer reference คือต้องทำการบ้านเยอะว่างั้นเถอะ</li>
</ul>
<p><img class="aligncenter size-medium wp-image-3043" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2016/03/shutterstock_358197605-300x300.jpg" alt="shutterstock_358197605" width="300" height="300" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<ul style="text-align: justify;">
<li>ถ้าเป็นงานเฉพาะทางอื่น ๆ ล่ะ ยกตัวอยา่งการซื้อเครื่องจักรแล้วกันค่ะ ทางทีมงานจัดซื้อหรือ sourcing ต้องเข้าใจกระบวนการทำงานของ supplier และจะต้องกำหนดให้สอดคล้องกับงวดการง่ายเงิน เช่น Design  &gt; Finish production process &gt; Pre commissiong at supplier &gt; Commissioning at customer site&gt;Accepted machine   จะเห็นได้ว่าแต่ละ step ทางทีมงานจัดซื้อหรือ sourcing จะต้องเข้าใจการทำงานของ supplier แบ่งการจ่ายเงินให้เหมาะสม สอดประสานกับทีมที่ใช้เครื่องจักร และควรจะต้องเข้าใจเรื่องการขนส่งระหว่างประเทศ หากเป็นเครือ่งจักรนำเข้าเพื่อป้องกันปัญหาที่จะตามมาระหว่างการขนส่ง มีประกันภัยหรือไม่ คุ้มครองอย่างไร เพื่อไม่ให้ project มีความเสี่ยงทั้งเรื่องเวลาในการจัดส่งและ safety ด้านต่าง ๆ</li>
</ul>
<p style="text-align: justify;">ที่เล่ามาทั้งหมดคือปัญหา basic ที่ต้องเจอแน่ ๆ แต่บอกให้เลยว่าการเปลียน supplier แต่ละครั้งมักอาจจะต้องเจออะไรเด็ด ๆ ที่คาดไม่ถึงก็เป็นได้ และด้วยความที่ผ่านการ sourcing มาเยอะ ใน supplier หลาย ๆ กลุ่ม <strong><span style="color: #ffcc99;">หากท่านใดสนใจรับคำปรึกษาและรับบริการทั้งในประเทศและต่างประเทศสำหรับทุกอุตสาหกรรมได้ที่ 086 9027240 </span></strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://factoryguideline.com/%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%ab%e0%b8%b2-%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
