<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Factory Guideline &#187; System Trick</title>
	<atom:link href="https://factoryguideline.com/category/system-trick/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://factoryguideline.com</link>
	<description>factoryguideline.com ครบเครื่องเรื่องอุตสาหกรรม</description>
	<lastBuildDate>Tue, 15 Oct 2019 16:36:41 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.2.38</generator>
	<item>
		<title>5ส ช่วยเพิ่มผลผลิตได้อย่างไร? ตอนที่ 2 หลังทำ 5ส</title>
		<link>https://factoryguideline.com/5%e0%b8%aa-%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2-3/</link>
		<comments>https://factoryguideline.com/5%e0%b8%aa-%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2-3/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 17 Apr 2014 14:15:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Nongluck Boonsook]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[System Trick]]></category>
		<category><![CDATA[5ส ช่วยเพิ่มผลผลิตได้อย่างไร? ตอนที่ 2 หลังทำ 5ส]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://factoryguideline.com/?p=1605</guid>
		<description><![CDATA[เรามาทำแบบทดสอบกันต่อจาก 5ส ช่วยเพิ่มผลผลิตได้อย่างไร? ตอนที่ 1 ที่เพื่อน ๆ ทำกันมาแล้วนะคะ ชุดนี้เป็นตัวเลขที่จัดเรียงไว้แล้ว ให้เพื่อนถามตัวเลข และสลับกันไปมาเช่นเดิม พร้อมกับจับเวลา จนครบ ตั้งแต่ 1-30  แล้วลองเปรียบเทียบเวลาดูนะคะว่าแตกต่างเท่าไหร่  เป็นที่แน่นอนว่าแบบที่สองใช้เวลาน้อยกว่าแน่ แต่จะน้อยกว่าเท่าไรอาจจะขึ้นอยู่กับความว่องไวของแต่ละบุคคลแล้วล่ะค่ะ ที่แน่ ๆ เราใช้เวลาน้อยลง สามารถคาดเดาตำแหน่งได้ชัดเจนว่าสิ่งที่เราต้องการค้นหานั้นอยู่บริเวณหรือตำแหน่งใด สายตาและจึงทำงานและตอบสนองแก่ผู้ถามได้เร็วกว่าเดิม ถ้าจะเปรียบเทียบกับตอนที่แล้ว ขอยกรูปนี้มาเป็นคู่เปรียบเทียบแล้วกันนะคะ เป็น home office ที่มีเอกสารไม่ใช่น้อย แต่ถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ เอกสารเยอะจึงไม่ได้เป็นปัญหาหาเรามีการจัดลำดับหมวดหมู่ไว้ชัดเจน อาจจะใช้เวลาในการค้นหาบ้าง แต่ลดความผิดพลาดและใช้เวลาน้อยลง เมื่อรู้เช่นนี้ และได้เห็นความแตกต่างเรื่องเวลากันแล้ว 5ส ช่วยเพิ่มผลผลิตได้อย่างไร?  ถ้าใครเป็นนักบริหาร นักบัญชี ที่มีหน้าที่ดูแลเรื่องต้นทุน เห็นแล้วตาโตแน่นอน เพราะใช้เวลาต่างกันหลายเท่าเลย? นี่เป็นเพียงตัวอย่างง่าย ๆ  และวิธีการวัดผลก็ง่ายเช่นกันค่ะ ไม่ต้องคิดอะไรซับซ้อน ลองคำนวณเวลาของการค้นหาตัวเลขจากตัวอย่าง 1-30 ก่อนทำ ใช้เวลาเท่าไร และหลังทำใช้เวลาเท่าไร โดยให้สุ่มหาทีละหลัก เสร็จแล้วจึงนำมาคำนวณว่าหากเราไม่เคยทำ 5ส หรือจัดระเบียบ เราจะเสียเวลาไปเท่าไร คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของเวลาที่ควรจะเป็น หากมีการจัดระเบียบข้อมูลอย่างดี แล้วลองนึกสภาพว่าถ้าเรามีต้นทุนที่สูญเปล่าแบบนี้ทุกวันจากพนักงานหรือตัวเองนี่แหละที่ขาดระเบียบในการทำงาน เราสูญเปล่าทางธุรกิจไปวันละเท่าไร  ถ้ามอง่มุมอื่นที่ไม่ใช่เงิน เช่นสุขภาพจิตเสียเพราะหาข้อมูลไม่เจอ หรือค่าเสียโอกาสในการแข่งขันคู่แข่ง หรือเดินช้ากว่าใครไปหลายก้าวก็แย่แล้วค่ะ เพราะมัวแต่มาทำที่ไม่มี value และไม่ได้ไปพัฒนางานที่มี value ให้กับตัวเองหรือองค์กร “การมองข้ามสิ่งเล็กน้อย อาจจะทำให้เสียโอกาสดี ๆ ไปได้”]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><span style="line-height: 1.5em;">เรามาทำแบบทดสอบกันต่อจาก<span style="color: #ff9900;"> <em>5ส ช่วยเพิ่มผลผลิตได้อย่างไร?</em></span> ตอนที่ 1 ที่เพื่อน ๆ ทำกันมาแล้วนะคะ</span></p>
<p style="text-align: justify;">ชุดนี้เป็นตัวเลขที่จัดเรียงไว้แล้ว</p>
<p style="text-align: justify;">
<table id="tablepress-16" class="tablepress tablepress-id-16">
<tbody class="row-hover">
<tr class="row-1 odd">
	<td class="column-1">1</td><td class="column-2">2</td><td class="column-3">3</td><td class="column-4">4</td><td class="column-5">5</td><td class="column-6">6</td><td class="column-7">7</td><td class="column-8">8</td><td class="column-9">9</td><td class="column-10">10</td>
</tr>
<tr class="row-2 even">
	<td class="column-1">11</td><td class="column-2">12</td><td class="column-3">13</td><td class="column-4">14</td><td class="column-5">15</td><td class="column-6">16</td><td class="column-7">17</td><td class="column-8">18</td><td class="column-9">19</td><td class="column-10">20</td>
</tr>
<tr class="row-3 odd">
	<td class="column-1">21</td><td class="column-2">22</td><td class="column-3">23</td><td class="column-4">24</td><td class="column-5">25</td><td class="column-6">26</td><td class="column-7">27</td><td class="column-8">28</td><td class="column-9">29</td><td class="column-10">30</td>
</tr>
<tr class="row-4 even">
	<td class="column-1"></td><td class="column-2"></td><td class="column-3"></td><td class="column-4"></td><td class="column-5"></td><td class="column-6"></td><td class="column-7"></td><td class="column-8"></td><td class="column-9"></td><td class="column-10"></td>
</tr>
<tr class="row-5 odd">
	<td class="column-1"></td><td class="column-2"></td><td class="column-3"></td><td class="column-4"></td><td class="column-5"></td><td class="column-6"></td><td class="column-7"></td><td class="column-8"></td><td class="column-9"></td><td class="column-10"></td>
</tr>
</tbody>
</table>
</p>
<p style="text-align: justify;"><span style="line-height: 1.5em;">ให้เพื่อนถามตัวเลข และสลับกันไปมาเช่นเดิม พร้อมกับจับเวลา จนครบ ตั้งแต่ 1-30  แล้วลองเปรียบเทียบเวลาดูนะคะว่าแตกต่างเท่าไหร่  เป็นที่แน่นอนว่าแบบที่สองใช้เวลาน้อยกว่าแน่ แต่จะน้อยกว่าเท่าไรอาจจะขึ้นอยู่กับความว่องไวของแต่ละบุคคลแล้วล่ะค่ะ ที่แน่ ๆ เราใช้เวลาน้อยลง สามารถคาดเดาตำแหน่งได้ชัดเจนว่าสิ่งที่เราต้องการค้นหานั้นอยู่บริเวณหรือตำแหน่งใด สายตาและจึงทำงานและตอบสนองแก่ผู้ถามได้เร็วกว่าเดิม ถ้าจะเปรียบเทียบกับตอนที่แล้ว ขอยกรูปนี้มาเป็นคู่เปรียบเทียบแล้วกันนะคะ เป็น home office ที่มีเอกสารไม่ใช่น้อย แต่ถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ เอกสารเยอะจึงไม่ได้เป็นปัญหาหาเรามีการจัดลำดับหมวดหมู่ไว้ชัดเจน อาจจะใช้เวลาในการค้นหาบ้าง แต่ลดความผิดพลาดและใช้เวลาน้อยลง</span></p>
<div id="attachment_1543" style="width: 310px" class="wp-caption aligncenter"><img class="size-medium wp-image-1543" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2014/04/496631023_5d8e50a068_z-300x199.jpg" alt="(Image onwer by Benjamin Thompson &gt;https://www.flickr.com/photos/beija/496631023)" width="300" height="199" /><p class="wp-caption-text">(Image onwer by Benjamin Thompson &gt;https://www.flickr.com/photos/beija/496631023)</p></div>
<p style="text-align: justify;">เมื่อรู้เช่นนี้ และได้เห็นความแตกต่างเรื่องเวลากันแล้ว <span style="color: #ff9900;"><em>5ส ช่วยเพิ่มผลผลิตได้อย่างไร? </em></span></p>
<p style="text-align: justify;">ถ้าใครเป็นนักบริหาร นักบัญชี ที่มีหน้าที่ดูแลเรื่องต้นทุน เห็นแล้วตาโตแน่นอน เพราะใช้เวลาต่างกันหลายเท่าเลย?</p>
<p style="text-align: justify;">นี่เป็นเพียงตัวอย่างง่าย ๆ  และวิธีการวัดผลก็ง่ายเช่นกันค่ะ ไม่ต้องคิดอะไรซับซ้อน ลองคำนวณเวลาของการค้นหาตัวเลขจากตัวอย่าง 1-30 ก่อนทำ ใช้เวลาเท่าไร และหลังทำใช้เวลาเท่าไร โดยให้สุ่มหาทีละหลัก เสร็จแล้วจึงนำมาคำนวณว่าหากเราไม่เคยทำ 5ส หรือจัดระเบียบ เราจะเสียเวลาไปเท่าไร คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของเวลาที่ควรจะเป็น หากมีการจัดระเบียบข้อมูลอย่างดี</p>
<p style="text-align: justify;">แล้วลองนึกสภาพว่าถ้าเรามีต้นทุนที่สูญเปล่าแบบนี้ทุกวันจากพนักงานหรือตัวเองนี่แหละที่ขาดระเบียบในการทำงาน เราสูญเปล่าทางธุรกิจไปวันละเท่าไร  ถ้ามอง่มุมอื่นที่ไม่ใช่เงิน เช่นสุขภาพจิตเสียเพราะหาข้อมูลไม่เจอ หรือค่าเสียโอกาสในการแข่งขันคู่แข่ง หรือเดินช้ากว่าใครไปหลายก้าวก็แย่แล้วค่ะ เพราะมัวแต่มาทำที่ไม่มี value และไม่ได้ไปพัฒนางานที่มี value ให้กับตัวเองหรือองค์กร</p>
<h3 style="text-align: center;" align="center"><b>“</b><b>การมองข้ามสิ่งเล็กน้อย อาจจะทำให้เสียโอกาสดี ๆ ไปได้</b><b>”</b><b></b></h3>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://factoryguideline.com/5%e0%b8%aa-%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2-3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>5ส ช่วยเพิ่มผลผลิตได้อย่างไร? ตอนที่ 1 ก่อนทำ 5ส</title>
		<link>https://factoryguideline.com/5%e0%b8%aa-%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2-2/</link>
		<comments>https://factoryguideline.com/5%e0%b8%aa-%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2-2/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 17 Apr 2014 14:09:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Nongluck Boonsook]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[System Trick]]></category>
		<category><![CDATA[5ส ช่วยเพิ่มผลผลิตได้อย่างไร? ตอนที่ 2 หลังทำ 5ส]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://factoryguideline.com/?p=1599</guid>
		<description><![CDATA[าพูดถึงเรื่อง 5ส หรือ 5S เป็นเรื่องพื้นฐานที่สุดสำหรับภาคการผลิต ภาคบริการ หรือแม้แต่บ้านของเราเอง 5ส ก็เป็นสิ่งจำเป็นเช่นกัน ลองคิดดูเล่น ๆ ว่าหากบ้านเรารกเป็นรังหนู คงไม่น่าดูเป็นแน่ นอกจากไม่เจริญหูเจริญตาแล้ว เท่ากับเราบริหารจัดการพื้นที่ไม่คุ้มค่า หาอะไรก็ยาก สุดท้ายหาไม่เจอก็ไม่แคล้วต้องควักจากกระเป๋าซื้อเพิ่ม แต่เชื่อมั้ยคะว่าเรื่องพื้นฐานที่แหละไม่ว่าจะเป็นที่บ้านหรือที่ทำงานเป็นอะไรที่ยากที่สุด เคยไปฟังนักพูดชื่อดังท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่าท่านไปเป็นที่ปรึกษาให้บริษัทแห่งหนึ่ง งานนั้นเริ่มต้นด้วยการทำ 5ส อุปสรรคสำคัญคือมีอยู่หนึ่งชั้นที่คุณแม่ของเจ้าของบริษัทเป็นเจ้าของพื้นที่และห้ามแตะต้องใด ๆ ทั้งสิ้น แต่พวกเราลองคิดกลับกันว่า ถ้าเจ้าของไม่ทำเป็นตัวอย่างแล้วใครจะทำ? จริงหรือไม่? ก็ต้องกล่อมกันอยู่นานจนสุดท้ายคุณแม่เจ้าของบริษัทแห่งนั้นท่านยอมทำ project 5ส ช่วยเพิ่มผลผลิตได้อย่างไร นั้นจึงประสบความสำเร็จ เพราะหากผู้นำไม่ทำก็ค่อนข้างยากจะขับเคลื่อนให้เด็ก ๆ ทำตาม เพราะสารพัดข้ออ้างจะตามมาทันที เห็นมั้ยล่ะคะ เรื่องดูเหมือนจะง่าย แต่ไม่ใช่อย่างที่คิด เพราะการเปลี่ยนพฤติกรรมคนนั้นอยากยิ่งกว่าสิ่งใด เมื่อก่อนเราเองก็เหมือนคนอื่นที่เน้นการทำงานมากกว่าการให้ความสำคัญกับ 5ส ถามว่าทุกคนรู้มั้ย แน่นอนทุกคนรู้ แต่คนส่วนใหญ่จะให้น้ำหนักเรื่องานยุ่งมากกว่า และก็ลืม 5ส มีอยู่ครั้งหนึ่งที่หน่วยงานที่ดูแลเรื่องระบบนำตัวอย่างของการทำ 5ส คือ มาให้เราเปรียบเทียบเรื่องเวลาในการทำงาน จากการที่เคยมองข้ามทำให้เราภาพชัดเจนมาก ยิ่งทำงานเกี่ยวกับ improvement มากเลยเห็นอยากให้เพื่อน ๆ ได้เห็นตัวอย่างนี้เช่นกันค่ะ เพื่อให้เห็นภาพชัดว่า 5ส ช่วยเพิ่มผลผลิตได้อย่างไร เราคงไม่ต้องย้อนไปทบทวนความทรงจำกันนะคะ ว่าการทำ 5ส นั้นต้องอะไร อย่างไรบ้าง แต่ที่สิ่งที่นำมาฝากเป็นการวัดผลแบบง่าย ๆ ว่าถ้าทุกอย่างถูกจัดระเบียบกับไม่ได้จัดระเบียบผลจะต่างกันอย่างไร มาดูกันดีกว่าก่อน 5ส ช่วยเพิ่มผลผลิตได้อย่างไร เราเริ่มต้นด้วยการแบบทดสอบง่าย ๆ นะคะ ให้ลองค้นหาตัวเลขจาก 1-30 ควรจะมีเพื่อนอีกคนที่คอยบอกโจทย์ให้เราหาตัวเลข และคอยจับเวลาว่าเราใช้เวลาทั้งหมดเท่าไร แล้วจดสถิติไว้ ชุดตัวเลขที่ต้องการค้นหาก่อนทำการ 5ส ถ้าเปรียบชุดตัวเลขก็เหมือนโต๊ะทำงานโต๊ะนี้นะคะ จดสถิติเก็บไว้กันเป็นที่เรียบร้อยแล้วหรือยังคะ อยากให้ลองทำกันจริง ๆ นะคะ เพราะเรากำลังจะเพิ่มประสิทธิภาพให้กับตัวเราเองและคนรอบข้าง เป็นอะไรที่ง่ายได้เห็นผลได้ชัดเจนค่ะ าทำกันเสร็จแล้วเราไปดูชุดตัวเลขที่จัดเรียงหลัง 5 ส ก้นในตอนต่อไปนะคะ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><span class="dropcap dropcap1 "><span style="color: #ffffff;"><strong>ถ้</strong></span></span>าพูดถึงเรื่อง <span style="color: #ff9900;">5ส</span> หรือ <span style="color: #ff9900;">5S</span> เป็นเรื่องพื้นฐานที่สุดสำหรับภาคการผลิต ภาคบริการ หรือแม้แต่บ้านของเราเอง <span style="color: #ff9900;">5ส</span> ก็เป็นสิ่งจำเป็นเช่นกัน ลองคิดดูเล่น ๆ ว่าหากบ้านเรารกเป็นรังหนู คงไม่น่าดูเป็นแน่ นอกจากไม่เจริญหูเจริญตาแล้ว เท่ากับเราบริหารจัดการพื้นที่ไม่คุ้มค่า หาอะไรก็ยาก สุดท้ายหาไม่เจอก็ไม่แคล้วต้องควักจากกระเป๋าซื้อเพิ่ม</p>
<p style="text-align: justify;">แต่เชื่อมั้ยคะว่าเรื่องพื้นฐานที่แหละไม่ว่าจะเป็นที่บ้านหรือที่ทำงานเป็นอะไรที่ยากที่สุด เคยไปฟังนักพูดชื่อดังท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่าท่านไปเป็นที่ปรึกษาให้บริษัทแห่งหนึ่ง งานนั้นเริ่มต้นด้วยการทำ <span style="color: #ff9900;">5ส</span> อุปสรรคสำคัญคือมีอยู่หนึ่งชั้นที่คุณแม่ของเจ้าของบริษัทเป็นเจ้าของพื้นที่และห้ามแตะต้องใด ๆ ทั้งสิ้น แต่พวกเราลองคิดกลับกันว่า ถ้าเจ้าของไม่ทำเป็นตัวอย่างแล้วใครจะทำ? จริงหรือไม่?</p>
<p style="text-align: justify;">ก็ต้องกล่อมกันอยู่นานจนสุดท้ายคุณแม่เจ้าของบริษัทแห่งนั้นท่านยอมทำ project <span style="color: #ff9900;"><b><i>5</i></b><b><i>ส ช่วยเพิ่มผลผลิตได้อย่างไร </i></b></span>นั้นจึงประสบความสำเร็จ <span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #ff0000; text-decoration: underline;">เพราะหากผู้นำไม่ทำก็ค่อนข้างยากจะขับเคลื่อนให้เด็ก ๆ ทำตาม</span></span> เพราะสารพัดข้ออ้างจะตามมาทันที เห็นมั้ยล่ะคะ เรื่องดูเหมือนจะง่าย แต่ไม่ใช่อย่างที่คิด เพราะการเปลี่ยนพฤติกรรมคนนั้นอยากยิ่งกว่าสิ่งใด</p>
<p style="text-align: justify;">เมื่อก่อนเราเองก็เหมือนคนอื่นที่เน้นการทำงานมากกว่าการให้ความสำคัญกับ 5ส ถามว่าทุกคนรู้มั้ย แน่นอนทุกคนรู้ แต่คนส่วนใหญ่จะให้น้ำหนักเรื่องานยุ่งมากกว่า และก็ลืม <span style="color: #ff9900;">5ส</span> มีอยู่ครั้งหนึ่งที่หน่วยงานที่ดูแลเรื่องระบบนำตัวอย่างของการทำ <span style="color: #ff9900;">5ส</span> คือ มาให้เราเปรียบเทียบเรื่องเวลาในการทำงาน จากการที่เคยมองข้ามทำให้เราภาพชัดเจนมาก ยิ่งทำงานเกี่ยวกับ improvement มากเลย<span style="line-height: 1.5em;">เห็น</span><span style="line-height: 1.5em;">อยากให้เพื่อน ๆ ได้เห็นตัวอย่างนี้เช่นกันค่ะ เพื่อให้เห็นภาพชัดว่า</span><span style="line-height: 1.5em; color: #ff9900;"> <b><i>5</i></b><b><i>ส ช่วยเพิ่มผลผลิตได้อย่างไร</i></b></span></p>
<p style="text-align: justify;">เราคงไม่ต้องย้อนไปทบทวนความทรงจำกันนะคะ ว่าการทำ 5ส นั้นต้องอะไร อย่างไรบ้าง แต่ที่สิ่งที่นำมาฝากเป็นการวัดผลแบบง่าย ๆ ว่าถ้าทุกอย่างถูกจัดระเบียบกับไม่ได้จัดระเบียบผลจะต่างกันอย่างไร</p>
<p style="text-align: justify;">มาดูกันดีกว่าก่อน <span style="color: #ff9900;"><b><i>5</i></b><b><i>ส ช่วยเพิ่มผลผลิตได้อย่างไร</i></b></span></p>
<p style="text-align: justify;">เราเริ่มต้นด้วยการแบบทดสอบง่าย ๆ นะคะ ให้ลองค้นหาตัวเลขจาก 1-30 ควรจะมีเพื่อนอีกคนที่คอยบอกโจทย์ให้เราหาตัวเลข และคอยจับเวลาว่าเราใช้เวลาทั้งหมดเท่าไร แล้วจดสถิติไว้</p>
<p style="text-align: justify;"><strong><span style="color: #003366;">ชุดตัวเลขที่ต้องการค้นหาก่อนทำการ 5ส</span></strong></p>
<p style="text-align: justify;">
<table id="tablepress-15" class="tablepress tablepress-id-15">
<tbody class="row-hover">
<tr class="row-1 odd">
	<td class="column-1">19</td><td class="column-2">12</td><td class="column-3">21</td><td class="column-4"></td><td class="column-5">14</td><td class="column-6">16</td><td class="column-7">30</td><td class="column-8">24</td><td class="column-9">26</td><td class="column-10"></td>
</tr>
<tr class="row-2 even">
	<td class="column-1">15</td><td class="column-2"></td><td class="column-3">3</td><td class="column-4">25</td><td class="column-5">5</td><td class="column-6"></td><td class="column-7">4</td><td class="column-8"></td><td class="column-9"></td><td class="column-10">10</td>
</tr>
<tr class="row-3 odd">
	<td class="column-1"></td><td class="column-2">11</td><td class="column-3"></td><td class="column-4">27</td><td class="column-5"></td><td class="column-6">23</td><td class="column-7"></td><td class="column-8">18</td><td class="column-9"></td><td class="column-10">20</td>
</tr>
<tr class="row-4 even">
	<td class="column-1">22</td><td class="column-2"></td><td class="column-3">9</td><td class="column-4"></td><td class="column-5">28</td><td class="column-6"></td><td class="column-7"></td><td class="column-8">1</td><td class="column-9">29</td><td class="column-10"></td>
</tr>
<tr class="row-5 odd">
	<td class="column-1">8</td><td class="column-2">2</td><td class="column-3"></td><td class="column-4">13</td><td class="column-5"></td><td class="column-6">6</td><td class="column-7">17</td><td class="column-8"></td><td class="column-9">7</td><td class="column-10"></td>
</tr>
<tr class="row-6 even">
	<td class="column-1"></td><td class="column-2"></td><td class="column-3"></td><td class="column-4"></td><td class="column-5"></td><td class="column-6"></td><td class="column-7"></td><td class="column-8"></td><td class="column-9"></td><td class="column-10"></td>
</tr>
<tr class="row-7 odd">
	<td class="column-1"></td><td class="column-2"></td><td class="column-3"></td><td class="column-4"></td><td class="column-5"></td><td class="column-6"></td><td class="column-7"></td><td class="column-8"></td><td class="column-9"></td><td class="column-10"></td>
</tr>
</tbody>
</table>
</p>
<p style="text-align: justify;"><strong><span style="color: #003366;">ถ้าเปรียบชุดตัวเลขก็เหมือนโต๊ะทำงานโต๊ะนี้นะคะ</span></strong></p>
<div id="attachment_1544" style="width: 310px" class="wp-caption aligncenter"><img class="size-medium wp-image-1544" alt="(Image owner by Asgeir S.Nilsen &gt;https://www.flickr.com/photos/asgeir/2429155)" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2014/04/2429155_b713d7a5c1_o-300x225.jpg" width="300" height="225" /><p class="wp-caption-text">(Image owner by Asgeir S.Nilsen &gt;https://www.flickr.com/photos/asgeir/2429155)</p></div>
<p style="text-align: justify;">จดสถิติเก็บไว้กันเป็นที่เรียบร้อยแล้วหรือยังคะ อยากให้ลองทำกันจริง ๆ นะคะ เพราะเรากำลังจะเพิ่มประสิทธิภาพให้กับตัวเราเองและคนรอบข้าง เป็นอะไรที่ง่ายได้เห็นผลได้ชัดเจนค่ะ</p>
<p style="text-align: justify;">าทำกันเสร็จแล้วเราไปดูชุดตัวเลขที่จัดเรียงหลัง 5 ส ก้นในตอนต่อไปนะคะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://factoryguideline.com/5%e0%b8%aa-%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a2-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิธีการเลือกซื้อ software หรือโปรแกรมสำเร็จรูป</title>
		<link>https://factoryguideline.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad-software-%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%82/</link>
		<comments>https://factoryguideline.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad-software-%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%82/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 30 Mar 2014 04:21:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Nongluck Boonsook]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[System Trick]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีการเลือกซื้อ software หรือโปรแกรมสำเร็จรูป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://factoryguideline.com/test/?p=784</guid>
		<description><![CDATA[oftware เป็นปัจจัยสำคัญหนึ่งในการดำเนินกิจการไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือภาคเอกชน สิ่งสำคัญประการหนึ่งที่จะขาดมิได้คือเรื่องของ software ที่จะมาช่วยให้การทำงานเป็นระบบมากขึ้น ด้วยการเก็บข้อมูลในแผนกที่เกี่ยวข้องและสำคัญ เช่น แผนกจัดซื้อ แผนกบัญชี แผนกขาย แผนกผลิต หากเป็นภาคอุตสาหกรรม เป็นต้น ดังนั้นก่อนจะมี software ก็ควรจะเข้าใจ วิธีการเลือกซื้อ software หรือโปรแกรมสำเร็จรูป กันเสียก่อน แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าก่อนที่เราจะเลือก software ค่ายไหน ยี่ห้ออะไรนี่สิเป็นเรื่องปวดเสียนเวียนเกล้าของผู้บริหารกันมาแล้วนักต่อนัก หลายคนอาจจะบอกว่าจะยากอะไรกันแต่มีเงินก็ซื้อได้เลย มิใช่หรือ? มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก ถ้าเจอผู้รู้จริงจะทักแบบนี้แน่นอน เพราะอะไรหรือ? ร้อยทั้งร้อย คนเขียนไม่เข้าใจวิธีการทำงานขององค์กรนั้นแบบถ่องแท้ เข้าใจแค่หลักกว้าง ๆ ส่วนคนเข้าใจแบบถ่องแท้ของขั้นตอนการทำงานก็เขียนโปรแกรมไม่เป็น สิ่งที่ยากกว่านั้นคือ?  สองข้างนี้มักไม่ค่อยจะประสานกลมเกลียวกันสักเท่าไร คือพูดกันคนละภาษา ทำให้หลาย ๆ องค์กรเริ่มต้นคิดดี ต้องการปรับปรุง แต่ลงท้ายด้วยความล้มเหลว หรือ implement ได้ครึ่ง ๆ กลาง ๆ ไม่ได้ตามเป้าที่ต้องการ แต่ค่าใช้จ่าย software เกินเป้าไปแล้ว เพราะงบบานปลาย แก้โน่นแก้นี่ยิบยิบไปหมด หมดคนซื้อแทบจะหมดอารมณ์จ่าย บางรายถึงขนาดฟ้องร้องกันก็มี ที่นี้จะทำอย่างไรดีไม่ให้มีปัญหาจุกจิกกวนใจแบบนี้ล่ะ ข้อแนะนำหนึ่งที่มีผู้เชี่ยวขาญในวงการเคยแนะไว้ว่า ก่อนจะตัดสินใจซื้อ software ใด ๆ ก็ตาม กรุณาคิดปัญหาเหล่านี้ให่ตกผลึกเสียก่อน แล้วค่อยควักกระเป๋าเอาเงินออกมาจ่าย วิธีการเลือกซื้อ software หรือโปรแกรมสำเร็จรูป จึงว่ากันด้วยปัจจัยเหล่านี้  อันนี้ต้องขึ้นตัวแดงไว้เลยว่ามีงบเท่าไร เผลอไผลได้อีกเท่าไรที่จะไม่เจ็บตัวหรือเจ็บใจในภายหลัง ข้อนี้สำคัญมาก เพราะไม่มีอะไรในโลกนี้ที่ทำแล้วจะเป๊ะดังที่คาดหวังไว้ โดยเฉพาะการพัฒนา software ที่จะต้องเพิ่ม option ให้เหมาะสมกับ process การผลิตขององค์กรท่าน คิดให้หนัก คุยให้เคลียร์ มิฉะนั้นน้ำตาจะตกในได้  ข้อนี้เป็นปัญหาร้ายกาจและรุนแรงสำหรับหลายองค์กร เพราะมีขาใหญ่ไม่เอา ไม่รับรู้ ไม่อยากทำ สารพัดไม่ เพื่อที่จะไม่เปลี่ยนแปลง เพราะชอบของเดิม ไม่งง รู้อยู่แล้ว ชิน ไม่อยากเรียนรู้ใหม่ ตกยุค ใช้คอมพิวเตอร์ไม่เป็น กลัวเพื่อนว่า…. กลัวเสียหน้าเพราะเรียนเท่าไรก็ไม่เข้าใจสักที เจอแบบนี้หลายคนเข้าจอดแน่นอน แต่สำหรับคนจ่ายตังเจ็บตัวไปแล้ว แต่พวกไม่เล่นด้วยแบบนี้เศร้าแน่นอนค่ะ ข้อนี้ประมาทไม่ได้เด็ดขาด เพราะจอดกันมาเยอะแล้ว บางคนโดนบังคับมากขู่จะลาออกซะอีก เป็นงั้นไป  พอหลาย ๆ คนต่อต้าน เรือก็อยู่กับที่ สุดท้ายก็ต้องกลับมาใช้วิธีเดิม เขาเหล่านั้นก็จะอ้างว่า “เห็นมั้ยบอกว่าแล้วว่าที่เราทำอยู่มันก็ดีอยู่แล้วจะเสียเงินซื้อมาทำไม เก็บเงินไปทำอย่างอื่นดีกว่า” ดังนั้นก่อนจะเริ่มตั้องมั่นใจว่ากำหราบพวกนี้อยู่หมัดแน่ ไม่งั้นคนที่จะน็อคก็คือท่านนั้นเอง J จะเลือกโปรมแกรมหรือ software แบบไหนให้ตรงใจหรือได้ประโยชน์เหมาะสมกับงานของเรา? ข้อนี้ยากพอควร เพราะผู้ซื้อส่วนใหญ่ไม่มีความรู้ลึก คนขายก็มักจะโฆษณาชวนเชื่อ ตอนจะขายอะไรก็ดีหมด แต่ขายแล้วก็เผชิญโชคชะตาดีบ้างไม่ดีบ้าง แล้วแต่ความรับผิดชอบของผู้ขาย โดยเฉพาะ software ที่พัฒนาเองต้องระวังอย่างยิ่งเพราะโอกาส fail มีสูงมาก จากการประสบการณ์ที่ผ่านมา น้อยครั้งที่จะประสบความสำเร็จแบบสวยงาม ยิ่งถ้าเป็น process ที่ซับซ้อนด้วยแล้วละก็ เตรียมตัวเตรียมใจไว้ได้เลย ข้อนี้แนะนำว่าก่อนตัดสินใจลงเงินไม่ว่าจะเป็นหลักแสนหรือหลักล้านก็ตาม อย่าลืมคิดถึง วิธีการเลือกซื้อ software หรือโปรแกรมสำเร็จรูป หัดไปเดินงาน software ซะบ้าง ปีก่อนก็มีจัดที่ศูนย์ประชุมสิริกิตติ์ คุยกับหลาย ๆ ราย ถ้าดีจริงเค้าอธิบายได้หมดเปลือกแน่อน ในองค์กรควรจะมีผู้รู้จริงเรื่อง process ที่จะสามารถประสานความเข้าใจกับ programmer ให้เข้าใจถึงแก่นแท้ของกระบวนการผลิตจริง ๆ ที่เราอยากได้ แต่หากไม่มีผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้หา consult ที่เก่งเรื่องการประสานกับ software และเข้าใจระบบการผลิตด้วย ข้อนี้สำคัญนะคะ เพราะอาจจะจ่ายเพิ่มค่า consult อีกนิดหน่อย แต่คุ้มที่ซื้อมาแล้วจะเสี่ยงต่อการ implement แล้วใช้งานไม่ได้ดี ส่วนใหญ่จะใช้งานได้ แต่จะมีจุดที่จริง ๆ แล้วเราอยากได้ แต่พอทำจริงไม่ได้ ตรงนี้แหละที่ consult จะช่วยเราเก็บรายละเอียดจากประสบการณ์ให้เรามีโอกาสพลาดน้อยลง ไม่ได้บอกว่าจะสมบูรณ์เต็มร้อย แต่การ implement ระบบควรใช้คนที่เคยผ่านการ implement ระบบอื่นมาแล้ว จะเร็วและง่ายขึ้นเยอะ แถมยังอาจจะใช้ให้ training เทคนิคพวกนี้ให้พนักงานเราได้อีกด้วย ข้อนี้เป็นหัวใจอีกดวงที่หากขาดไประบบล่มแน่นอนค่ะ ถึงแม้จะเตรียมตัว เตรียมใจ เตรียมเงินพร้อม แต่ไม่มีฐานข้อมูลที่จะใช้เริ่มต้นในการ implement ระบบ ก็จบกัน ถ้าโยงจากเรื่อง software ข้อนี้ consult จะช่วยท่านได้มากเพราะจะรู้ว่าควรจะเตรียมฐานข้อมูลแบบไหน เมื่อเตรียมจะทวนกลับอย่างไร สัมพันธ์กันข้อมูลของคลังสินค้าหรือไม่ เห็นมั้ยคะว่าไม่ง่ายเลย หากขาดประสบการณ์ ขึ้นระบบไปแล้วอาจจะเจอปัญหาภายหลัง อาทิเช่น ซื้อถุงมือเป็นโหล แต่จ่ายเบิกจ่ายเป็นคู่ ดังนั้นในการกำหนดหน่วยในฐานข้อมูลต้องคำนึงถึงปัจจัยข้อนี้ด้วย มาถึงข้อสุดท้าย  ข้อนี้เป็นปัจจัยหลังสุดที่หากข้ออื่น ๆ ที่กล่าวมาแล้วพร้อม ก็จะมีปัญหาน้อยหน่อย อาจจะระวังเรื่องของการเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะสม เทคโนโลยีล้าสมัยเกินไปหรือเปล่า ผู้ใช้งานสะดวกหรือไม่ และที่สำคัญต้องระวังที่จะไม่ไปเพิ่ม cycle time การผลิต และประเด็นสุดท้าย มีการสอบราคา หรือจัดซื้อจากผู้ขายที่เหมาะสมหรือไม่ อ่านแล้วจะเห็นว่าไม่ควรจะละเลยปัญหายุ่ง ๆ เหล่านี้ ผู้ขาย software เองก็ต้องเข้าให้ถึงความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า ส่วนลูกค้าเองก็ต้องให้ข้อมูลที่ครบถ้วนในการประเมินก่อนการคัดเลือก software ที่เหมาะสมกับองค์กรของท่านและหากมีผู้รู้หรือมีประสบการณ์ในการ implement ระบบมาแล้วก็จะช่วยลดปัญหาที่อาจจะตามมาในอนาคต นี่เป็นเพียงมุมมองจากผู้รู้ที่ผู้เขียนเอามาถ่ายทอดนะคะ และ  วิธีการเลือกซื้อ software หรือโปรแกรมสำเร็จรูป  อาจจะไม่ครบถ้วนทั้งหมดแต่ก็คงทำให้ท่าน ๆ ทั้งหลายมีแนวทางในการเลือกซื้อ software มากขึ้นค่ะ  ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><span class="dropcap dropcap1 "><span style="color: #ffffff;"><strong>S</strong></span></span><strong><span style="color: #3366ff;">oftware</span></strong><strong><span style="color: #ff00ff;"> </span></strong><span style="color: #ff00ff;"><span style="color: #000000;">เป็นปัจจัยสำคัญหนึ่ง</span></span><span style="color: #000000;">ใน</span>การดำเนินกิจการไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือภาคเอกชน สิ่งสำคัญประการหนึ่งที่จะขาดมิได้คือเรื่องของ software ที่จะมาช่วยให้การทำงานเป็นระบบมากขึ้น ด้วยการเก็บข้อมูลในแผนกที่เกี่ยวข้องและสำคัญ เช่น แผนกจัดซื้อ แผนกบัญชี แผนกขาย แผนกผลิต หากเป็นภาคอุตสาหกรรม เป็นต้น ดังนั้นก่อนจะมี software ก็ควรจะเข้าใจ <em><span style="color: #0000ff;">วิธีการเลือกซื้อ software หรือโปรแกรมสำเร็จรูป </span></em>กันเสียก่อน</p>
<p style="text-align: justify;">แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าก่อนที่เราจะเลือก software ค่ายไหน ยี่ห้ออะไรนี่สิเป็นเรื่องปวดเสียนเวียนเกล้าของผู้บริหารกันมาแล้วนักต่อนัก</p>
<p style="text-align: justify;">หลายคนอาจจะบอกว่าจะยากอะไรกันแต่มีเงินก็ซื้อได้เลย มิใช่หรือ?</p>
<p style="text-align: justify;">มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก ถ้าเจอผู้รู้จริงจะทักแบบนี้แน่นอน</p>
<p style="text-align: justify;">เพราะอะไรหรือ?</p>
<blockquote>
<h3 style="text-align: center;"><span style="color: #ff0000;"><em><strong>ร้อยทั้งร้อย คนเขียนไม่เข้าใจวิธีการทำงานขององค์กรนั้นแบบถ่องแท้ เข้าใจแค่หลักกว้าง ๆ</strong></em></span></h3>
<h3 style="text-align: center;"><span style="color: #ff0000;"><em><strong>ส่วนคนเข้าใจแบบถ่องแท้ของขั้นตอนการทำงานก็เขียนโปรแกรมไม่เป็น</strong></em></span></h3>
</blockquote>
<p style="text-align: justify;"><span style="line-height: 1.5em;">สิ่งที่ยากกว่านั้นคือ?  สองข้างนี้มักไม่ค่อยจะประสานกลมเกลียวกันสักเท่าไร คือพูดกันคนละภาษา</span></p>
<p style="text-align: justify;"><span style="line-height: 1.5em;">ทำให้หลาย ๆ องค์กรเริ่มต้นคิดดี ต้องการปรับปรุง แต่ลงท้ายด้วยความล้มเหลว หรือ implement ได้ครึ่ง ๆ กลาง ๆ ไม่ได้ตามเป้าที่ต้องการ แต่ค่าใช้จ่าย software เกินเป้าไปแล้ว เพราะงบบานปลาย แก้โน่นแก้นี่ยิบยิบไปหมด หมดคนซื้อแทบจะหมดอารมณ์จ่าย บางรายถึงขนาดฟ้องร้องกันก็มี ที่นี้จะทำอย่างไรดีไม่ให้มีปัญหาจุกจิกกวนใจแบบนี้ล่ะ ข้อแนะนำหนึ่งที่มีผู้เชี่ยวขาญในวงการเคยแนะไว้ว่า ก่อนจะตัดสินใจซื้อ software ใด ๆ ก็ตาม กรุณาคิดปัญหาเหล่านี้ให่ตกผลึกเสียก่อน แล้วค่อยควักกระเป๋าเอาเงินออกมาจ่าย <span style="color: #0000ff;"><em>วิธีการเลือกซื้อ software หรือโปรแกรมสำเร็จรูป </em></span>จึงว่ากันด้วยปัจจัยเหล่านี้</span></p>
<p style="text-align: justify;"><blockquote><p>Budget</p></blockquote> อันนี้ต้องขึ้นตัวแดงไว้เลยว่ามีงบเท่าไร เผลอไผลได้อีกเท่าไรที่จะไม่เจ็บตัวหรือเจ็บใจในภายหลัง ข้อนี้สำคัญมาก เพราะไม่มีอะไรในโลกนี้ที่ทำแล้วจะเป๊ะดังที่คาดหวังไว้ โดยเฉพาะการพัฒนา software ที่จะต้องเพิ่ม option ให้เหมาะสมกับ process การผลิตขององค์กรท่าน คิดให้หนัก คุยให้เคลียร์ มิฉะนั้นน้ำตาจะตกในได้</p>
<p style="text-align: justify;"><blockquote><p>Human</p></blockquote> ข้อนี้เป็นปัญหาร้ายกาจและรุนแรงสำหรับหลายองค์กร เพราะมีขาใหญ่ไม่เอา ไม่รับรู้ ไม่อยากทำ สารพัดไม่ เพื่อที่จะไม่เปลี่ยนแปลง เพราะชอบของเดิม ไม่งง รู้อยู่แล้ว ชิน ไม่อยากเรียนรู้ใหม่ ตกยุค ใช้คอมพิวเตอร์ไม่เป็น กลัวเพื่อนว่า…. กลัวเสียหน้าเพราะเรียนเท่าไรก็ไม่เข้าใจสักที เจอแบบนี้หลายคนเข้าจอดแน่นอน แต่สำหรับคนจ่ายตังเจ็บตัวไปแล้ว แต่พวกไม่เล่นด้วยแบบนี้เศร้าแน่นอนค่ะ ข้อนี้ประมาทไม่ได้เด็ดขาด เพราะจอดกันมาเยอะแล้ว บางคนโดนบังคับมากขู่จะลาออกซะอีก เป็นงั้นไป  พอหลาย ๆ คนต่อต้าน เรือก็อยู่กับที่ สุดท้ายก็ต้องกลับมาใช้วิธีเดิม เขาเหล่านั้นก็จะอ้างว่า “เห็นมั้ยบอกว่าแล้วว่าที่เราทำอยู่มันก็ดีอยู่แล้วจะเสียเงินซื้อมาทำไม เก็บเงินไปทำอย่างอื่นดีกว่า” ดังนั้นก่อนจะเริ่มตั้องมั่นใจว่ากำหราบพวกนี้อยู่หมัดแน่ ไม่งั้นคนที่จะน็อคก็คือท่านนั้นเอง J</p>
<p style="text-align: justify;"><blockquote><p>Software</p></blockquote>จะเลือกโปรมแกรมหรือ software แบบไหนให้ตรงใจหรือได้ประโยชน์เหมาะสมกับงานของเรา? ข้อนี้ยากพอควร เพราะผู้ซื้อส่วนใหญ่ไม่มีความรู้ลึก คนขายก็มักจะโฆษณาชวนเชื่อ ตอนจะขายอะไรก็ดีหมด แต่ขายแล้วก็เผชิญโชคชะตาดีบ้างไม่ดีบ้าง แล้วแต่ความรับผิดชอบของผู้ขาย โดยเฉพาะ software ที่พัฒนาเองต้องระวังอย่างยิ่งเพราะโอกาส fail มีสูงมาก จากการประสบการณ์ที่ผ่านมา น้อยครั้งที่จะประสบความสำเร็จแบบสวยงาม ยิ่งถ้าเป็น process ที่ซับซ้อนด้วยแล้วละก็ เตรียมตัวเตรียมใจไว้ได้เลย</p>
<p style="text-align: justify;">ข้อนี้แนะนำว่าก่อนตัดสินใจลงเงินไม่ว่าจะเป็นหลักแสนหรือหลักล้านก็ตาม อย่าลืมคิดถึง <span style="color: #0000ff;"><em>วิธีการเลือกซื้อ software หรือโปรแกรมสำเร็จรูป</em> </span>หัดไปเดินงาน software ซะบ้าง ปีก่อนก็มีจัดที่ศูนย์ประชุมสิริกิตติ์ คุยกับหลาย ๆ ราย ถ้าดีจริงเค้าอธิบายได้หมดเปลือกแน่อน</p>
<p style="text-align: justify;">ในองค์กรควรจะมีผู้รู้จริงเรื่อง process ที่จะสามารถประสานความเข้าใจกับ programmer ให้เข้าใจถึงแก่นแท้ของกระบวนการผลิตจริง ๆ ที่เราอยากได้ แต่หากไม่มีผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้หา consult ที่เก่งเรื่องการประสานกับ software และเข้าใจระบบการผลิตด้วย ข้อนี้สำคัญนะคะ เพราะอาจจะจ่ายเพิ่มค่า consult อีกนิดหน่อย แต่คุ้มที่ซื้อมาแล้วจะเสี่ยงต่อการ implement แล้วใช้งานไม่ได้ดี ส่วนใหญ่จะใช้งานได้ แต่จะมีจุดที่จริง ๆ แล้วเราอยากได้ แต่พอทำจริงไม่ได้ ตรงนี้แหละที่ consult จะช่วยเราเก็บรายละเอียดจากประสบการณ์ให้เรามีโอกาสพลาดน้อยลง ไม่ได้บอกว่าจะสมบูรณ์เต็มร้อย แต่การ implement ระบบควรใช้คนที่เคยผ่านการ implement ระบบอื่นมาแล้ว จะเร็วและง่ายขึ้นเยอะ แถมยังอาจจะใช้ให้ training เทคนิคพวกนี้ให้พนักงานเราได้อีกด้วย</p>
<p style="text-align: justify;"><blockquote><p>Data</p></blockquote>ข้อนี้เป็นหัวใจอีกดวงที่หากขาดไประบบล่มแน่นอนค่ะ ถึงแม้จะเตรียมตัว เตรียมใจ เตรียมเงินพร้อม แต่ไม่มีฐานข้อมูลที่จะใช้เริ่มต้นในการ implement ระบบ ก็จบกัน ถ้าโยงจากเรื่อง software ข้อนี้ consult จะช่วยท่านได้มากเพราะจะรู้ว่าควรจะเตรียมฐานข้อมูลแบบไหน เมื่อเตรียมจะทวนกลับอย่างไร สัมพันธ์กันข้อมูลของคลังสินค้าหรือไม่ เห็นมั้ยคะว่าไม่ง่ายเลย หากขาดประสบการณ์ ขึ้นระบบไปแล้วอาจจะเจอปัญหาภายหลัง อาทิเช่น ซื้อถุงมือเป็นโหล แต่จ่ายเบิกจ่ายเป็นคู่ ดังนั้นในการกำหนดหน่วยในฐานข้อมูลต้องคำนึงถึงปัจจัยข้อนี้ด้วย</p>
<p style="text-align: justify;">มาถึงข้อสุดท้าย</p>
<p style="text-align: justify;"><blockquote><p>Hardware</p></blockquote> ข้อนี้เป็นปัจจัยหลังสุดที่หากข้ออื่น ๆ ที่กล่าวมาแล้วพร้อม ก็จะมีปัญหาน้อยหน่อย อาจจะระวังเรื่องของการเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะสม เทคโนโลยีล้าสมัยเกินไปหรือเปล่า ผู้ใช้งานสะดวกหรือไม่ และที่สำคัญต้องระวังที่จะไม่ไปเพิ่ม cycle time การผลิต และประเด็นสุดท้าย มีการสอบราคา หรือจัดซื้อจากผู้ขายที่เหมาะสมหรือไม่</p>
<p style="text-align: justify;">อ่านแล้วจะเห็นว่าไม่ควรจะละเลยปัญหายุ่ง ๆ เหล่านี้ ผู้ขาย software เองก็ต้องเข้าให้ถึงความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า ส่วนลูกค้าเองก็ต้องให้ข้อมูลที่ครบถ้วนในการประเมินก่อนการคัดเลือก software ที่เหมาะสมกับองค์กรของท่านและหากมีผู้รู้หรือมีประสบการณ์ในการ implement ระบบมาแล้วก็จะช่วยลดปัญหาที่อาจจะตามมาในอนาคต</p>
<p style="text-align: justify;">นี่เป็นเพียงมุมมองจากผู้รู้ที่ผู้เขียนเอามาถ่ายทอดนะคะ และ  <span style="color: #0000ff;"><em>วิธีการเลือกซื้อ software หรือโปรแกรมสำเร็จรูป </em> </span>อาจจะไม่ครบถ้วนทั้งหมดแต่ก็คงทำให้ท่าน ๆ ทั้งหลายมีแนวทางในการเลือกซื้อ software มากขึ้นค่ะ</p>
<p style="text-align: justify;"><blockquote><p></p>
<h1 style="text-align: center;"><span style="color: #339966;">อย่าลืมนะคะ</span></h1>
<h1 style="text-align: center;"><span style="color: #339966;">ก่อนตัดสินใจให้พึงระลึกเสมอว่า</span></h1>
<h1 style="text-align: center;"><span style="color: #339966;">เลือกในสิ่งที่ใช่ และต้องใช้ในสิ่งที่เลือก</span></h1>
<p style="text-align: justify;"></p></blockquote></p>
<h1 style="text-align: center;"></h1>
<h1><strong> </strong></h1>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://factoryguideline.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%ad-software-%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%82/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
