<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Factory Guideline &#187; Training Trip</title>
	<atom:link href="https://factoryguideline.com/category/training-trip/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://factoryguideline.com</link>
	<description>factoryguideline.com ครบเครื่องเรื่องอุตสาหกรรม</description>
	<lastBuildDate>Tue, 15 Oct 2019 16:36:41 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.2.38</generator>
	<item>
		<title>การ Coaching เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้อย่างไร?</title>
		<link>https://factoryguideline.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-coaching-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b9%83%e0%b8%99/</link>
		<comments>https://factoryguideline.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-coaching-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b9%83%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 20 Dec 2015 16:44:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Nongluck Boonsook]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Job Opportunity]]></category>
		<category><![CDATA[Training Trip]]></category>
		<category><![CDATA[การ Coaching]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://factoryguideline.com/?p=2838</guid>
		<description><![CDATA[ สำคัญอย่างไร? &#160; วันนี้มีโอกาสได้ไปพบเพื่อนที่เป็น Coach และ NLP Trainer คนหนึ่ง ซึ่งก่อนหน้านี้เราก็เล่าปัญหาที่เราพบกับทีมงานให้ Coach ฟังว่า เรามีแผนจะ promote พนักงานคนหนึ่ง ที่ผ่านมาก็รับผิดชอบได้ดีระดับหนึ่ง แต่ก็ยังมีบางประเด็นที่ยังไม่ประสบความสำเร็จ เราเองก็พยายามหลายวิธี แต่ก็ยังไม่ได้ผลเท่าที่ควร ด้วยเวลาอันจำกัดที่เรามีแผนจะขยายงานอื่นอีกมากมาย ดังนั้นต้องเร่งเพิ่มประสิทธิภาพพนักงานคนนี้ให้สามารถแบ่งเบาภาระเราให้ได้ในเวลาอันใกล้ และแล้วบทสนทนาของการ coaching ก็เริ่มขึ้น &#160; Coach จะถามไปเรื่อย ๆ ถึงวิธีการที่เราทำอยู่โดยละเอียดพอควร เป้าหมายที่ต้องการ การวัดผล กรอบเวลาในการทำงาน อุปสรรค โอกาส  Action plan เป็นอย่างไร ส่วนเราก็มีหน้าที่ตอบสิ่งที่ Coach ถาม ไปเรื่อย ๆ ในแต่ละคำถาม ช่วงแรก ๆ ก็อาจจะรู้สึกอัดอัดบ้าง เพราะบางคำถามเราตอบเขาไม่ได้ชัดเจนทั้งเรื่องเป้าหมาย การวัดผล  และประเด็นไหนที่เราตอบไม่ได้ หรือเป้าหมายไม่ชัด เขาจะวนกลับมาถามคำถามเดิม หากว่าเรายังไม่สามารถหาคำตอบได้ เขาก็จะแนะเล็ก ๆ จนเราสามารถตอบได้ชัดเจน &#160; เวลาผ่านไปชั่วโมงกว่า สิ่งที่สรุปได้กลับน่าทึ่งมาก เพื่อน ๆ อาจจะสงสัยว่าแค่การถามตอบกันแค่นี้จะน่าทึ่งอย่างไร ที่บอกว่าน่าทึ่งคือ เราเห็นปัญหาที่ผ่านมาและกำหนดเป้าหมายได้ชัดขึ้น อาจจะยกตัวอย่างสิ่งที่ได้เรียนรู้วันนี้จากการ coaching คือ &#160; Goal หรือเป้าหมายไม่ชัดเจน Time line หรือ Time frame ไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจน Measurement วิธีการปัจจุบันวัดผลยาก Training มีการ training ให้ไปแล้วระดับหนึ่ง แต่น่าจะยังไม่พอสำหรับงานที่พนักงานท่านนี้ที่ยังไม่คุ้นเคย หรือไม่มีประสบการณ์ Baby step หรือการเริ่มจากจุดเล็กๆ รวมถึงการเริ่มต้นให้ เราเริ่มบางส่วนไปบ้างแล้ว เช่น ทำ template ให้ เพื่อนำไปใช้ต่อข้อนี้ดีอยู่แล้วให้รักษาไว้ การเข้าถึงพนักงานยังน้อยเกินไป ต้องจัดเวลาบางส่วนไปมีส่วนร่วมกับพนักงานให้มากขึ้น ประยุกต์วิธีการให้ง่ายและเหมาะสมกับพนักงานให้มากขึ้น &#160; ถ้าจะให้อธิบายง่าย ๆ มันก็เหมือนเรานั่งเล่าปัญหาให้ผู้เชี่ยวชาญฟังว่าปัจจุบันเราจัดการอย่างไร แต่เขาจะมีเทคนิคในการถาม โดยตีกรอบคำถามเพื่อให้เราสามารถสร้างความชัดเจนเหมือนที่อธิบายมาแล้วเบื้องต้น แล้วก็เราอีกนั่นแหละที่จะต้องเป็นคนทำให้สิ่งที่ไม่ชัดเจน ชัดเจนขึ้นด้วยเทคนิคการถามอีกเช่นกัน พอเราเริ่มเห็นปัญหาและเป้าหมายชัดขึ้น เราก็จะเริ่มมองเห็นทางออกมาพร้อม ๆ กันด้วย แทบไม่เชื่อว่า การ coaching จะมีประสิทธิภาพขนาดนี้ แต่เป็นไปแล้วจริง ๆ จากปัญหาข้างต้น สิ่งที่เรากำหนด action plan คือ &#160; Smart goal คือเป้าหมายนอกจากชัดเจนแล้วต้องมีประสิทธิภาพในการนำไปปฏิบัติ กำหนดกรอบเวลาแล้วเสร็จ วิธีการวัดผลที่เป็นรูปธรรม เช่น รายงาน หรือการจดบันทึกต่าง ๆ เพิ่มการ training คือทำไปด้วยกันเพื่อให้เกิดความเข้าใจมากขึ้น &#160; พอเสร็จการ coaching Coach ได้ทำ debrief หรือ สรุปการทำ coaching ที่ทำไป ชี้ให้เห็นจุดต่างๆ และ train เทคนิคของการทำ coaching ให้ด้วย หลังจากกลับมาเราต้องมาทำ action plan และทดลอง coaching ทีมงานด้วยตัวเอง เพื่อทดสอบวิธีการที่เราได้รับมา อาจจะไม่ได้มืออาชีพแบบ Coach แต่อย่างน้อยที่สุดทำให้เราปรับวิธีการให้ smart ขึ้นนั่นเองค่ะ &#160; แล้วจะมาเล่าให้ฟังนะคะว่าพอทำไปแล้วได้ผลอย่างไรกันบ้าง &#160;]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<h2 style="text-align: left;"><span class="dropcap dropcap1 ">C</span><span class="dropcap dropcap1 ">O</span><span class="dropcap dropcap1 ">A</span><span class="dropcap dropcap1 ">C</span><span class="dropcap dropcap1 ">H</span><span class="dropcap dropcap1 ">I</span><span class="dropcap dropcap1 ">N</span><span class="dropcap dropcap1 ">G</span> <strong>สำคัญอย่างไร?</strong></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>วันนี้มีโอกาสได้ไปพบเพื่อนที่เป็น <span style="color: #000080;"><strong>Coach และ NLP Trainer</strong> </span>คนหนึ่ง ซึ่งก่อนหน้านี้เราก็เล่าปัญหาที่เราพบกับทีมงานให้ <span style="color: #000080;"><strong>Coach</strong></span> ฟังว่า เรามีแผนจะ promote พนักงานคนหนึ่ง ที่ผ่านมาก็รับผิดชอบได้ดีระดับหนึ่ง แต่ก็ยังมีบางประเด็นที่ยังไม่ประสบความสำเร็จ เราเองก็พยายามหลายวิธี แต่ก็ยังไม่ได้ผลเท่าที่ควร ด้วยเวลาอันจำกัดที่เรามีแผนจะขยายงานอื่นอีกมากมาย ดังนั้นต้องเร่งเพิ่มประสิทธิภาพพนักงานคนนี้ให้สามารถแบ่งเบาภาระเราให้ได้ในเวลาอันใกล้ และแล้วบทสนทนาของ<span style="color: #000080;"><strong>การ coaching</strong> </span>ก็เริ่มขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #000080;"><strong>Coach</strong></span> จะถามไปเรื่อย ๆ ถึงวิธีการที่เราทำอยู่โดยละเอียดพอควร เป้าหมายที่ต้องการ การวัดผล กรอบเวลาในการทำงาน อุปสรรค โอกาส  Action plan เป็นอย่างไร ส่วนเราก็มีหน้าที่ตอบสิ่งที่ <span style="color: #000080;"><strong>Coach</strong> </span>ถาม ไปเรื่อย ๆ ในแต่ละคำถาม ช่วงแรก ๆ ก็อาจจะรู้สึกอัดอัดบ้าง เพราะบางคำถามเราตอบเขาไม่ได้ชัดเจนทั้งเรื่องเป้าหมาย การวัดผล  และประเด็นไหนที่เราตอบไม่ได้ หรือเป้าหมายไม่ชัด เขาจะวนกลับมาถามคำถามเดิม หากว่าเรายังไม่สามารถหาคำตอบได้ เขาก็จะแนะเล็ก ๆ จนเราสามารถตอบได้ชัดเจน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เวลาผ่านไปชั่วโมงกว่า สิ่งที่สรุปได้กลับน่าทึ่งมาก เพื่อน ๆ อาจจะสงสัยว่าแค่การถามตอบกันแค่นี้จะน่าทึ่งอย่างไร ที่บอกว่าน่าทึ่งคือ เราเห็นปัญหาที่ผ่านมาและกำหนดเป้าหมายได้ชัดขึ้น อาจจะยกตัวอย่างสิ่งที่ได้เรียนรู้วันนี้จาก<strong><span style="color: #000080;">การ coaching</span> </strong>คือ</p>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li>Goal หรือเป้าหมายไม่ชัดเจน</li>
<li>Time line หรือ Time frame ไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจน</li>
<li>Measurement วิธีการปัจจุบันวัดผลยาก</li>
<li>Training มีการ training ให้ไปแล้วระดับหนึ่ง แต่น่าจะยังไม่พอสำหรับงานที่พนักงานท่านนี้ที่ยังไม่คุ้นเคย หรือไม่มีประสบการณ์</li>
<li>Baby step หรือการเริ่มจากจุดเล็กๆ รวมถึงการเริ่มต้นให้ เราเริ่มบางส่วนไปบ้างแล้ว เช่น ทำ template ให้ เพื่อนำไปใช้ต่อข้อนี้ดีอยู่แล้วให้รักษาไว้</li>
<li>การเข้าถึงพนักงานยังน้อยเกินไป ต้องจัดเวลาบางส่วนไปมีส่วนร่วมกับพนักงานให้มากขึ้น</li>
<li>ประยุกต์วิธีการให้ง่ายและเหมาะสมกับพนักงานให้มากขึ้น</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p><img class="aligncenter size-medium wp-image-2768" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2015/11/shutterstock_302376731-300x200.jpg" alt="shutterstock_302376731" width="300" height="200" /></p>
<p>ถ้าจะให้อธิบายง่าย ๆ มันก็เหมือนเรานั่งเล่าปัญหาให้ผู้เชี่ยวชาญฟังว่าปัจจุบันเราจัดการอย่างไร แต่เขาจะมีเทคนิคในการถาม โดยตีกรอบคำถามเพื่อให้เราสามารถสร้างความชัดเจนเหมือนที่อธิบายมาแล้วเบื้องต้น แล้วก็เราอีกนั่นแหละที่จะต้องเป็นคนทำให้สิ่งที่ไม่ชัดเจน ชัดเจนขึ้นด้วยเทคนิคการถามอีกเช่นกัน พอเราเริ่มเห็นปัญหาและเป้าหมายชัดขึ้น เราก็จะเริ่มมองเห็นทางออกมาพร้อม ๆ กันด้วย แทบไม่เชื่อว่า <span style="color: #000080;"><strong>การ coaching</strong> </span>จะมีประสิทธิภาพขนาดนี้ แต่เป็นไปแล้วจริง ๆ จากปัญหาข้างต้น สิ่งที่เรากำหนด action plan คือ</p>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li>Smart goal คือเป้าหมายนอกจากชัดเจนแล้วต้องมีประสิทธิภาพในการนำไปปฏิบัติ</li>
<li>กำหนดกรอบเวลาแล้วเสร็จ</li>
<li>วิธีการวัดผลที่เป็นรูปธรรม เช่น รายงาน หรือการจดบันทึกต่าง ๆ</li>
<li>เพิ่มการ training คือทำไปด้วยกันเพื่อให้เกิดความเข้าใจมากขึ้น</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p>พอเสร็จการ coaching Coach ได้ทำ debrief หรือ สรุปการทำ coaching ที่ทำไป ชี้ให้เห็นจุดต่างๆ และ train เทคนิคของการทำ coaching ให้ด้วย</p>
<p>หลังจากกลับมาเราต้องมาทำ action plan และทดลอง coaching ทีมงานด้วยตัวเอง เพื่อทดสอบวิธีการที่เราได้รับมา อาจจะไม่ได้มืออาชีพแบบ<span style="color: #000080;"><strong> Coach</strong> </span>แต่อย่างน้อยที่สุดทำให้เราปรับวิธีการให้ smart ขึ้นนั่นเองค่ะ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แล้วจะมาเล่าให้ฟังนะคะว่าพอทำไปแล้วได้ผลอย่างไรกันบ้าง</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://factoryguideline.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-coaching-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b9%83%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ถอดบทเรียน “เรือล่มที่เกาหลีใต้” ให้อะไรแก่ผู้ประกอบการบ้าง ในเรื่องของความปลอดภัย?</title>
		<link>https://factoryguideline.com/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80/</link>
		<comments>https://factoryguideline.com/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 20 Apr 2014 04:58:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Nongluck Boonsook]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[Training Trip]]></category>
		<category><![CDATA[มีอะไรในปี 2557]]></category>
		<category><![CDATA[ถอดบทเรียน “เรือล่มที่เกาหลีใต้” ให้อะไรแก่ผู้ประกอบการบ้าง?]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://factoryguideline.com/?p=1656</guid>
		<description><![CDATA[Update 25 เมษายน ข้อมูลเพิ่มเติมจากข่าวเหตุการณ์ครั้งคือการต่อเติมเรือเกินกว่าที่ขออนุญาตไว้  และยังมีเรื่องของการใช้เรือเกินกว่าที่ควรจะเป็นคือ 15 ปี แต่ดูเหมือนจะใช้ไปแล้ว 18 ปี นี่ก็จะเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่เป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุ เพราะใช้งานเกินกำลัง และเกินอายุที่ควรจะใช้งานได้ ท้้งสองเหตุนี้เป็นเรื่องของการไม่ได้รักษามาตรฐานในการทำงาน และหลักของความปลอดภัย ได้แต่ฝากย้ำเตือนกันนะคะ บางเรื่องอาจจะทำให้ธุรกิจเรามีกำไรมากขึ้นบ้าง แต่จะคุ้มกับความเสียหายที่จะเกิดขึ้นตามมาหรือเปล่าต้องลองประเมินดู โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยเป็นสิ่งที่ต่อรองไม่ได้เลยตามหลักการของ safety เรื่่องราวคราวนี้จึงควรถอดออกมาเป็นบทเรียน เพื่อปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น อย่าแค่ให้ผ่านพ้นไปเป็นไฟไหม้ฟาง]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><div class="wpb_row row-fluid">
	<div class="span6 wpb_column column_container">
		<div class="wpb_wrapper">
			<span class="dropcap dropcap1 "><span style="color: #ffffff;"><strong>ข่</strong></span></span>าวดังในรอบสอบสัปดาห์ <em><strong><span style="color: #ff6600;"> เรือล่มที่เกาหลีใต้ ทำให้เราต้องนำมา ถอดบทเรีบน เรือล่มที่เกาหลีใต้ ให้อะไรแก่ผู้ประกอบการบ้าง ในเรื่องของความปลอดภัย ?</span></strong></em></p>
<p style="text-align: justify;"><strong><span style="color: #008080;">อ่านแล้วอย่าเพิ่งสงสัยนะคะว่า เรือล่มแล้วเกี่ยวอะไรกับวงการอุตสาหกรรม?</span></strong></p>
<p style="text-align: justify;">ถ้าอ้างอิงจากข้อมูลในข่าว มีประเด็นที่น่าสนใจแล้วนำมาวิเคราะหา์ เทียบเคียง กับระบบในอุตสาหกรรม เพื่อนำมาปรับปรุงข้อบกพร่องได้ดังนี้ค่ะ</p>
<p style="text-align: justify;"><span style="color: #ff6600;"><em><strong> เรือล่มที่เกาหลีใต้ </strong></em></span>กัปตันให้ผู้โดยสารอยู่นิ่ง และเข้าไปอยู่ในห้องโดยสาร เพราะมองว่าข้างนอกคลื่นลมแรง และอากาศหนาวจัดมีความเสี่ยงมากกว่าอยู่บนเรือ ในช่วง 30 นาที  ถ้าดูข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่าการจะช่วยให้ผู้โดยสารปลอดภัยต้องให้อพยพก่อนที่เรือจะเอียงเกิน  30 องศา เพราะถ้าเกินกว่านั้น จะเป็นการยากต่อการทรงตัว แสดงว่าการ <span style="color: #3366ff;"><em>Training </em></span>ในเรื่องของการปลอดภัย หรือการแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้าอาจจะน้อยเกินไปทำให้การตัดสินใจผิดพลาด คือปรารถนาดี แต่ประเมินสถานการณ์ผิดไป</p>
<p style="text-align: justify;"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1669" alt="water-1" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2014/04/water-1-300x225.jpg" width="300" height="225" /></p>
<p style="text-align: justify;">
		</div> 
	</div> 

	<div class="span6 wpb_column column_container">
		<div class="wpb_wrapper">
			ส่วนประเด็นก่อนเรือล่มที่ตามข่าวบอกว่า ให้ผู้ช่วยที่ไม่ชำนาญเป็นผู้ควบคุมคุมการเลี้ยว แล้วหักเลี้ยวเร็วเกินไปทำให้เรือเอียง ประกอบกับมีรถยนต์จำนวนมาก เมื่อเรือเลี้ยวกะทันหันทำให้น้ำหนักเทไปด้านใดด้านหนึ่ง เรือจึงเอียง นี่น่าจะเป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้เรือล่ม ข้อนี้หลักการ Training อีกเช่นกัน เพราะเรือโดยสารขนาดนี้ต้องการผู้ชำนาญการ เพราะต้องรับผิดชอบคนอีกมากมาย หากชั่วโมงบินน้อยเกินไปเมื่อพลาดจึงไม่มีโอกาสแก้ตัว และนอกจากเรื่อง<em><span style="color: #3366ff;"> Training</span> </em>แล้ว ข้อนี้ยังสอดคล้องกับเรื่อง safety เพราะการทำงานใด ๆ นั้นจะต้องมี <em>WI (Work in process) </em>เหมือนเป็นคู่มือในการทำงานที่ผู้ทำงานต้องตระหนักว่า จุดใดพลาดไม่ได้ หรือเป็นข้อห้าม โดยเฉพาะเรือโดยสารแบบนี้ เรื่อง safety ต้องเข้มข้นมาก เพราะทุกนาทีคือชีวิต</p>
<p style="text-align: justify;">ประเด็นสุดท้ายที่ได้ดูจากข่าวเมื่อคืน คือ ที่จริงมีเรือยางที่ใช้ในยามฉุกเฉินอยู่หลายลำ แต่นำมาใข้แค่ลำเดียว แถมผู้ปฏิบัติงานทั้งหมดรอดชีวิตทั้งหมด ไม่ได้ช่วยเหลือผู้โดยสารเป็นลำดับแรก จึงเป็นที่น่าเสียดาย เพราะที่จริงแล้ว หากผู้ปฎิบัติงานได้รับการ <em><span style="color: #3366ff;">Training</span> </em>อย่างดี มีความเชี่ยวชาญ เข้าใจในหลัก<em><span style="color: #3366ff;">ความปลอดภัย (safety)</span></em> และปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ความเสียหายน่าจะน้อยกว่านี้เป็นแน่</p>
<p style="text-align: justify;"><span style="color: #ff6600;"><em><strong> เรือล่มที่เกาหลีใต้  </strong></em></span>เมื่อนำมามาเทียบเคียบกับด้านอุตสาหกรรมของเราบ้าง ถ้าจำกันได้ทุกปีเราจะต้องมีซ้อมดับเพลิง ซ้อมหนีไฟกันทุกปี แต่พวกเรามันจะสนุกสนานกันระหว่างซ้อม เพราะมันคือเหตุการณ์จำลอง หากเราลองสมมติว่าสักวันเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นจริงเราคงยิ้มไม่ออกเป็นแน่ ดังนั้นปีนี้ตั้งใจซ้อมกันหน่อยนะคะ เพราะถึงแม้เราอาจจะไม่พบบทเรียนจากที่ทำงาน แต่การซักซ้อทอยู่เป็นนิจยอ่มทำให้เราเข้าใจหลักการ<em><span style="color: #3366ff;">ค</span><span style="color: #3366ff;">วามปลอดภัย (safety)</span></em> ตระหนักและรู้หน้าที่ตนเองเป็นอย่างดีว่า่ในยามคับขัน เมื่อมีภัยมาถึงจะต้องปฏิบัติตนอย่างไรจึงจะปลอดภัยทั้งตนเองและเพื่อนร่วมงาน</p>
<p style="text-align: justify;"><span style="color: #008000;"><strong>เห็นกันแล้วใช่มั้ยคะว้่า ระบบความปลอดภัยสำคัญขนาดไหน ยิ่งถ้าใครเป็น จป ก็ยิ่งต้องตระหนักกันให้มากเลยล่ะค่ะ และจากจากเหตุการณ์อยากให้เพื่อน ๆ ในวงการอุตสาหกรรมตระหนักถึงเรื่องความปลอดภัยเป็นสำคัญ เพราะถ้ามันไม่เกิดก็ไม่เป็นไร แต่เกิดเมื่อไร อะไรก็ชดเชยไม่ได้</strong></span></p>
<p style="text-align: justify;">เครดิต : Youtube
		</div> 
	</div> 
</div>
<p style="text-align: justify;">Update 25 เมษายน</p>
<p style="text-align: justify;">ข้อมูลเพิ่มเติมจากข่าวเหตุการณ์ครั้งคือการต่อเติมเรือเกินกว่าที่ขออนุญาตไว้  และยังมีเรื่องของการใช้เรือเกินกว่าที่ควรจะเป็นคือ 15 ปี แต่ดูเหมือนจะใช้ไปแล้ว 18 ปี นี่ก็จะเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่เป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุ เพราะใช้งานเกินกำลัง และเกินอายุที่ควรจะใช้งานได้ ท้้งสองเหตุนี้เป็นเรื่องของการไม่ได้รักษามาตรฐานในการทำงาน และหลักของความปลอดภัย ได้แต่ฝากย้ำเตือนกันนะคะ บางเรื่องอาจจะทำให้ธุรกิจเรามีกำไรมากขึ้นบ้าง แต่จะคุ้มกับความเสียหายที่จะเกิดขึ้นตามมาหรือเปล่าต้องลองประเมินดู โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยเป็นสิ่งที่ต่อรองไม่ได้เลยตามหลักการของ safety เรื่่องราวคราวนี้จึงควรถอดออกมาเป็นบทเรียน เพื่อปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น อย่าแค่ให้ผ่านพ้นไปเป็นไฟไหม้ฟาง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://factoryguideline.com/%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
