<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Factory Guideline &#187; What about Logistic</title>
	<atom:link href="https://factoryguideline.com/category/what-about-logistic/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://factoryguideline.com</link>
	<description>factoryguideline.com ครบเครื่องเรื่องอุตสาหกรรม</description>
	<lastBuildDate>Tue, 15 Oct 2019 16:36:41 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.2.38</generator>
	<item>
		<title>รถเทเลอร์รับจ้าง ชลบุรี ภาคเหนือ ภูเก็ต ภาคใต้ และทั่วประเทศ</title>
		<link>https://factoryguideline.com/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87/</link>
		<comments>https://factoryguideline.com/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 27 Mar 2016 10:16:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Nongluck Boonsook]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Supplier source]]></category>
		<category><![CDATA[What about Logistic]]></category>
		<category><![CDATA[บริการเทเลอร์รับจ้างทุกภาคทั่วไทย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://factoryguideline.com/?p=3191</guid>
		<description><![CDATA[เทเลอร์รับจ้าง เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของระบบ Supply chain เพราะเป็นกลไกในการขับเคลื่อนสินค้าที่ผลิตจากภูมิภาคต่าง ๆ ต่างของประเทศให้สามารถเชื่อมโยง สอดประสานกันจนทำให้ภาคการผลิตขั้นตอนสุดท้ายออกมาได้สมบูรณ์แบบ  บริการรถเทเลอร์รับจ้างทุกภาค และทั่วไทย นอกจากจะเป็นขนส่ง วัตถุดิบหลัก วัตถุดิบรอง หรืออุปกรณ์เครื่องมือต่าง ๆ ในแต่ละภาคอุตสาหกรรม ทั้งก่อสร้าง วัตถุดิบส่งโรงงาน การเคลื่อนย้ายเครื่องมือหรืออุปกรณ์ตามที่กล่าวมาแล้ว บริการเทเลอร์รับจ้างทุกภาค และทั่วไทย จึงเป็นอีกหนึ่งภาคที่ช่วยสนับสนุนให้เศรษฐกิจบ้านเราขับเคลื่อนไปได้ด้วยดี มารู้จักขนาดรถเทเลอร์มาตรฐานกันดีกว่าค่ะ 1. กว้าง 2.45 เมตร 2. ยาว 12 เมตร 3. น้ำหนักบรรทุก 32 ตัน โดยต้องพิจารณาขนาดและลักษณะสินค้าประกอบเพื่อความเหมาะสมเพื่อให้สอดคล้องกับระเบียบกรมการขนส่ง 4. ประกันภัยมีให้เลือกแบบรายปี และรายครั้ง ปัจจัยในการคิดราคาค่าบริการมีอะไรบ้าง 1. น้ำหนักสินค้า ขนาดกว้าง ยาว ลักษณะเฉพาะของสินค้า จึงต้องประเมินเป็นรายครั้ง หรือสินค้าบางชนิดจะคิดตามน้ำหนัก เช่น เหล็ก ปุ่ย เพราะน้ำหนักเยอะ พร้อมรูปถ่ายสินค้าที่จะจัดส่ง 2. ระยะทาง ลักษณะภูมิประเทศ หรือความยากง่า่ยของการเดินทาง 3. ถ้าเป็นสินค้าทั่วไปที่ไม่มีลักษณะเฉพาะก็อาจจะใช้การประเมินระยะยางแล้ววเหมาเที่ยว จึงต้องพิจารณาข้อ 1 และ 2 ประกอบกัน รายละเอียดอื่น ๆ 1. แผนที่ต้นทางในการรับสินค้า ชื่อ และเบอร์โทรศัพท์ของผู้จ่ายสินค้า 2. แผนที่ปลายทางในการส่งสินค้า พร้อมชื่อ เบอร์โทรศัพท์ผู้รับสินค้า 3. รูปถ่ายสินค้าที่ต้องการจัดส่ง 4. เวลานัดหมายในการรับและส่งสินค้า 5. รายละเอียดอื่น ๆ ถ้ามีกรุณาระบุ เช่น หากต้องมีการรับสินค้ากลับจากปลายทางมาที่ต้นทาง จะต้องระบุให้ทราบก่อนสรุปราคาค่าเดินทาง 6. ประกันภัย หากต้องการเป็นกรณีพิเศษกรุณาแจ้งให้ทราบก่อนการเดินทาง ขอบเขตการให้บริการ &#62; รถเทเลอร์รับจ้างรับบริการทุกจังหวัด ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ รวมถึงประเทศใกล้เคียงเพื่อนบ้าน ก็รับด้วยเช่นกันค่ะ สนใจติดต่อสอบถามบริการได้ที่ 086 9027240  ID Line : bnongluck  ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><span class="dropcap ">รถ</span><span style="color: #0000ff;"><strong>เทเลอร์รับจ้าง</strong></span> เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของระบบ Supply chain เพราะเป็นกลไกในการขับเคลื่อนสินค้าที่ผลิตจากภูมิภาคต่าง ๆ ต่างของประเทศให้สามารถเชื่อมโยง สอดประสานกันจนทำให้ภาคการผลิตขั้นตอนสุดท้ายออกมาได้สมบูรณ์แบบ  <span style="color: #0000ff;"><strong>บริการรถเทเลอร์รับจ้างทุกภาค และทั่วไทย</strong></span> นอกจากจะเป็นขนส่ง วัตถุดิบหลัก วัตถุดิบรอง หรืออุปกรณ์เครื่องมือต่าง ๆ ในแต่ละภาคอุตสาหกรรม ทั้งก่อสร้าง วัตถุดิบส่งโรงงาน การเคลื่อนย้ายเครื่องมือหรืออุปกรณ์ตามที่กล่าวมาแล้ว <span style="color: #0000ff;"><strong>บริการเทเลอร์รับจ้างทุกภาค และทั่วไทย</strong></span> จึงเป็นอีกหนึ่งภาคที่ช่วยสนับสนุนให้เศรษฐกิจบ้านเราขับเคลื่อนไปได้ด้วยดี</p>
<p style="text-align: justify;"><span style="color: #ff0000;"><strong>มารู้จักขนาดรถเทเลอร์มาตรฐานกันดีกว่าค่ะ</strong></span></p>
<p style="text-align: justify;">1. กว้าง 2.45 เมตร</p>
<p style="text-align: justify;">2. ยาว 12 เมตร</p>
<p style="text-align: justify;">3. น้ำหนักบรรทุก 32 ตัน โดยต้องพิจารณาขนาดและลักษณะสินค้าประกอบเพื่อความเหมาะสมเพื่อให้สอดคล้องกับระเบียบกรมการขนส่ง</p>
<p style="text-align: justify;">4. ประกันภัยมีให้เลือกแบบรายปี และรายครั้ง</p>
<p style="text-align: justify;"><span style="color: #ff0000;"><strong>ปัจจัยในการคิดราคาค่าบริการมีอะไรบ้าง</strong></span></p>
<p style="text-align: justify;">1. น้ำหนักสินค้า ขนาดกว้าง ยาว ลักษณะเฉพาะของสินค้า จึงต้องประเมินเป็นรายครั้ง หรือสินค้าบางชนิดจะคิดตามน้ำหนัก เช่น เหล็ก ปุ่ย เพราะน้ำหนักเยอะ พร้อมรูปถ่ายสินค้าที่จะจัดส่ง</p>
<p style="text-align: justify;">2. ระยะทาง ลักษณะภูมิประเทศ หรือความยากง่า่ยของการเดินทาง</p>
<p style="text-align: justify;">3. ถ้าเป็นสินค้าทั่วไปที่ไม่มีลักษณะเฉพาะก็อาจจะใช้การประเมินระยะยางแล้ววเหมาเที่ยว จึงต้องพิจารณาข้อ 1 และ 2 ประกอบกัน</p>
<p style="text-align: justify;"><span style="color: #ff0000;"><strong>รายละเอียดอื่น ๆ</strong></span></p>
<p style="text-align: justify;">1. แผนที่ต้นทางในการรับสินค้า ชื่อ และเบอร์โทรศัพท์ของผู้จ่ายสินค้า</p>
<p style="text-align: justify;">2. แผนที่ปลายทางในการส่งสินค้า พร้อมชื่อ เบอร์โทรศัพท์ผู้รับสินค้า</p>
<p style="text-align: justify;">3. รูปถ่ายสินค้าที่ต้องการจัดส่ง</p>
<p style="text-align: justify;">4. เวลานัดหมายในการรับและส่งสินค้า</p>
<p style="text-align: justify;">5. รายละเอียดอื่น ๆ ถ้ามีกรุณาระบุ เช่น หากต้องมีการรับสินค้ากลับจากปลายทางมาที่ต้นทาง จะต้องระบุให้ทราบก่อนสรุปราคาค่าเดินทาง</p>
<p style="text-align: justify;">6. ประกันภัย หากต้องการเป็นกรณีพิเศษกรุณาแจ้งให้ทราบก่อนการเดินทาง</p>
<p style="text-align: justify;">ขอบเขตการให้บริการ &gt; รถเทเลอร์รับจ้างรับบริการทุกจังหวัด ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ รวมถึงประเทศใกล้เคียงเพื่อนบ้าน ก็รับด้วยเช่นกันค่ะ <span style="color: #ff0000;"><em>สนใจติดต่อสอบถามบริการได้ที่ 086 9027240  ID Line : bnongluck</em></span></p>
<p style="text-align: justify;"><span style="color: #ff0000;"> </span><a href="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2015/11/S__794668.jpg"><img class="aligncenter size-large wp-image-2696" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2015/11/S__794668-1024x768.jpg" alt="S__794668" width="700" height="525" /></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://factoryguideline.com/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รถตู้ VIP ให้เช่าราคาถูกพร้อมคนขับ ทั่วไทย</title>
		<link>https://factoryguideline.com/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%95%e0%b8%b9%e0%b9%89-vip-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84/</link>
		<comments>https://factoryguideline.com/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%95%e0%b8%b9%e0%b9%89-vip-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 06 Mar 2016 07:32:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Nongluck Boonsook]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Material Looking]]></category>
		<category><![CDATA[What about Logistic]]></category>
		<category><![CDATA[บริการรถตู้ VIP ให้เช่าราคาถูก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://factoryguideline.com/?p=3217</guid>
		<description><![CDATA[บริการรถตู้ VIP ให้เช่า ปัจจุบันมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการช่วยเคลื่อนย้ายแรงงานในภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ไล่เรียงตั้งแต่ โรงงาน บริการรถตู้ VIP ให้เช่าจะมีบริการับส่งเช้า เย็น ล่วงเวลา หรือเป็นกะ ก็แล้วแต่โรงงาน  แต่นอกจากบริการเหล่านั้นแล้วว รถตู้ให้เช่ายังมีบริการเฉพาะกิจอีกหลายอย่าง เช่น 1. บริการรับส่งบุคคลทั่วไป พนักงานโรงงาน หรือการขนย้ายแรงงานจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง เป็นกรณีเฉพาะกิจไป 2. บริการสันทนาการต่าง ๆ เช่น การนำเที่ยวของโรงงานอุตสาหกรรมทั้งหมู่คณะย่อย และหมู่คณะใหญ่ กิจกรรมเพื่อการศึกษา หรือกิจกรรมนอกสถานที่ จากที่กล่าวมาทั้งหมดเรามีบริการให้ครบวงจรเพื่อบริการให้แก่ลูกค้าทุกกลุ่ม และทุกรูปแบบกันเลยค่ะ ลองมาดูรูปรถที่ให้บริการกันเลยนะคะ หรือสนใจติดต่อใช้บริการได้ที่ 086 9027240  ID line : bnongluck &#160; &#160; &#160; &#160;]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><strong><span style="color: #0000ff;">บริการรถตู้ VIP ให้เช่า</span></strong> ปัจจุบันมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการช่วยเคลื่อนย้ายแรงงานในภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ไล่เรียงตั้งแต่ โรงงาน <strong><span style="color: #0000ff;">บริการรถตู้ VIP ให้เช่า</span></strong>จะมีบริการับส่งเช้า เย็น ล่วงเวลา หรือเป็นกะ ก็แล้วแต่โรงงาน  แต่นอกจากบริการเหล่านั้นแล้วว รถตู้ให้เช่ายังมีบริการเฉพาะกิจอีกหลายอย่าง เช่น</p>
<p>1. บริการรับส่งบุคคลทั่วไป พนักงานโรงงาน หรือการขนย้ายแรงงานจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง เป็นกรณีเฉพาะกิจไป</p>
<p>2. บริการสันทนาการต่าง ๆ เช่น การนำเที่ยวของโรงงานอุตสาหกรรมทั้งหมู่คณะย่อย และหมู่คณะใหญ่ กิจกรรมเพื่อการศึกษา หรือกิจกรรมนอกสถานที่</p>
<p>จากที่กล่าวมาทั้งหมดเรามีบริการให้ครบวงจรเพื่อบริการให้แก่ลูกค้าทุกกลุ่ม และทุกรูปแบบกันเลยค่ะ ลองมาดูรูปรถที่ให้บริการกันเลยนะคะ หรือสนใจ<strong><span style="color: #ff0000;">ติดต่อใช้บริการได้ที่ 086 9027240  ID line : bnongluck</span></strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="wpb_row row-fluid">
	<div class="span12 wpb_column column_container">
		<div class="wpb_wrapper">
			<img class="aligncenter size-medium wp-image-3216" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2016/03/รถตู้-300x297.jpg" alt="รถตู้" width="300" height="297" />
		</div> 
	</div> 
</div>
<p>&nbsp;</p>
<div class="wpb_row row-fluid">
	<div class="span6 wpb_column column_container">
		<div class="wpb_wrapper">
			<img class="aligncenter size-medium wp-image-3215" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2016/03/43133-300x225.jpg" alt="43133" width="300" height="225" />
		</div> 
	</div> 

	<div class="span6 wpb_column column_container">
		<div class="wpb_wrapper">
			<img class="aligncenter size-medium wp-image-3208" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2016/03/199150-300x225.jpg" alt="199150" width="300" height="225" />
		</div> 
	</div> 
</div>
<div class="wpb_row row-fluid">
	<div class="span6 wpb_column column_container">
		<div class="wpb_wrapper">
			<img class="aligncenter size-medium wp-image-3210" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2016/03/69003-300x169.jpg" alt="69003" width="300" height="169" />
		</div> 
	</div> 

	<div class="span6 wpb_column column_container">
		<div class="wpb_wrapper">
			<img class="aligncenter size-medium wp-image-3211" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2016/03/69002-300x169.jpg" alt="69002" width="300" height="169" />
		</div> 
	</div> 
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://factoryguideline.com/%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%95%e0%b8%b9%e0%b9%89-vip-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%84/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การตรวจรับสินค้าสำคัญอย่างไร?</title>
		<link>https://factoryguideline.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ad/</link>
		<comments>https://factoryguideline.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 15 Aug 2015 15:34:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Nongluck Boonsook]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[What about Logistic]]></category>
		<category><![CDATA[การตรวจรับสินค้าสำคัญอย่างไร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://factoryguideline.com/?p=2489</guid>
		<description><![CDATA[ารตรวจรับสินค้าอาจจะดูเหมือนเป็นหน้าที่ปกติธรรมดาของพนักงานสโตร์ หรือผู้ที่มีหน้าที่ดูแลคลังสินค้า คือถ้าจำนวนครบถ้วนตามเอกสารกำกับสินค้าทุกอย่างก็จบ และส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นแบบนั้น การที่สินค้าไม่ครบ แตกหัก เสียหาย หรือส่งมาผิดแบบ ผิดประเภท หรือผิดลูกค้านั้นโอกาสค่อนข้างมีน้อยมาก แต่ถ้าเมื่อไรมีแล้วก็ ฝันร้ายกลางวันแสก ๆ กันเลยล่ะ บางคนอาจจะต้องถึงขนาดตกงานกันก็มี หากสินค้าตัวนั้นกระทบกับรายใหญ่ แล้วจะต้องมีเหตุการณ์เชือดแพะให้ลูกค้าดู เพราะยังไงบริษัทก็รักษาลูกค้า แต่ฆ่าแพะแน่นอน จะเป็นแพจริงแพะปลอมไม่สำคัญ แต่ถ้าลูกค้าโกรธ โดยเฉพาะลูกค้าญี่ปุ่น ต้องมีแพะสังเวยแน่นอน แล้วทำอย่างไรถึงไม่เป็นแพะ หรือไม่มีแพะล่ะ? มีข้อหนึ่งที่อยากเตือนให้คนทำงานระลึกไว้เสมอว่าให้เชื่อตนเอง อย่าเชื่อคนอื่น ให้ลงไปดูหน้างานจริงเสมอ แล้วจะไม่พลาด อย่าเชื่อว่า supplier เราไว้ใจได้คนทำงานไม่พลาดเลย ถือว่าเป็นการ double check เพิ่มความมั่นใจขึ้นอีกชั้นก็แล้วกัน มีกรณีตัวอย่างอยากเก็บมาฝากเพื่อน ๆ คือ เราส่งงานไปชุบ พร้อมน็อต สกรู ปรากฏว่าตอนมาถึงเด็กไม่ยอมนับเพราะ &#8230; คงเดากันได้นะคะ เราก็ไม่ยืนย้ำให้นับจนได้ พอนับไปก็บอกว่าครบ แต่เรารู้สึกไม่มั่นใจ เพราะลูกค้าย้ำมาก  ให้ตรวจสอบอีกรอบ ไม่ครบจริง ๆ สาเหตุคือตอนลงบ่อชุบลงพร้อมกันหลายราย แยกไม่ได้แยกไว้ว่าใครเป็นใคร ที่สำคัญคงไม่ได้นับไว้ด้วยว่าจำนวนเท่าไร    จบข่าวของมาไม่ครบตามที่สังหรณ์ใจจริง ๆ  โชคดีนะว่าลูกค้รายนี้สนิทกันก็ยอมให้เขาบ่นนิดหน่อย นี่ขนาดเราย้ำแล้วย้ำอีก แต่บางครั้งคนทำงานมองเรื่องเหล่านี้เป็นประเด็นเล็กน้อย  ในความเป็นจริงจะคล้ายนิทานหนูกับสิงห์โต หากมองข้ามปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ อาจจะนำมาซึ่งปัญหาใหญ่ที่ต้องเสียเวลา เสียเงินในการแก้ปัญหา และสุดท้ายในเชิงธุรกิจก็คือการเสียโอกาสอันดีไปนั่นเองค่ะ กรณีนี้เลยถือโอกาสอธิบายให้น้อง ๆ ฟังว่า การรับสินค้าสำคัญอย่างไร ทุกครั้งให้ใส่ใจในการรับสินค้าเสมอ ตรวจสอบรายการ จำนวน รูปลักษณ์ภายนอก คุณภาพอื่นๆ ที่สามารถทำได้ นี่่แหละคือสิ่งที่นักทำงานมืออาชีพต้องมี และต้องทำ แล้วคุณจะลืมเรื่องแพะที่เล่าให้ฟังก่อนหน้านี้ไปได้เลย]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><span class="dropcap dropcap3 "><span style="color: #0000ff;"><strong>ก</strong></span></span>ารตรวจรับสินค้าอาจจะดูเหมือนเป็นหน้าที่ปกติธรรมดาของพนักงานสโตร์ หรือผู้ที่มีหน้าที่ดูแลคลังสินค้า คือถ้าจำนวนครบถ้วนตามเอกสารกำกับสินค้าทุกอย่างก็จบ และส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นแบบนั้น การที่สินค้าไม่ครบ แตกหัก เสียหาย หรือส่งมาผิดแบบ ผิดประเภท หรือผิดลูกค้านั้นโอกาสค่อนข้างมีน้อยมาก แต่ถ้าเมื่อไรมีแล้วก็ ฝันร้ายกลางวันแสก ๆ กันเลยล่ะ บางคนอาจจะต้องถึงขนาดตกงานกันก็มี หากสินค้าตัวนั้นกระทบกับรายใหญ่ แล้วจะต้องมีเหตุการณ์เชือดแพะให้ลูกค้าดู เพราะยังไงบริษัทก็รักษาลูกค้า แต่ฆ่าแพะแน่นอน จะเป็นแพจริงแพะปลอมไม่สำคัญ แต่ถ้าลูกค้าโกรธ โดยเฉพาะลูกค้าญี่ปุ่น ต้องมีแพะสังเวยแน่นอน</p>
<p style="text-align: justify;">
<p style="text-align: justify;"><span style="color: #0000ff;"><strong>แล้วทำอย่างไรถึงไม่เป็นแพะ หรือไม่มีแพะล่ะ?</strong></span></p>
<p style="text-align: justify;">มีข้อหนึ่งที่อยากเตือนให้คนทำงานระลึกไว้เสมอว่าให้เชื่อตนเอง อย่าเชื่อคนอื่น ให้ลงไปดูหน้างานจริงเสมอ แล้วจะไม่พลาด อย่าเชื่อว่า supplier เราไว้ใจได้คนทำงานไม่พลาดเลย ถือว่าเป็นการ double check เพิ่มความมั่นใจขึ้นอีกชั้นก็แล้วกัน</p>
<p style="text-align: justify;">มีกรณีตัวอย่างอยากเก็บมาฝากเพื่อน ๆ คือ เราส่งงานไปชุบ พร้อมน็อต สกรู ปรากฏว่าตอนมาถึงเด็กไม่ยอมนับเพราะ &#8230; คงเดากันได้นะคะ เราก็ไม่ยืนย้ำให้นับจนได้ พอนับไปก็บอกว่าครบ แต่เรารู้สึกไม่มั่นใจ เพราะลูกค้าย้ำมาก  ให้ตรวจสอบอีกรอบ ไม่ครบจริง ๆ สาเหตุคือตอนลงบ่อชุบลงพร้อมกันหลายราย แยกไม่ได้แยกไว้ว่าใครเป็นใคร ที่สำคัญคงไม่ได้นับไว้ด้วยว่าจำนวนเท่าไร    จบข่าวของมาไม่ครบตามที่สังหรณ์ใจจริง ๆ  โชคดีนะว่าลูกค้รายนี้สนิทกันก็ยอมให้เขาบ่นนิดหน่อย นี่ขนาดเราย้ำแล้วย้ำอีก แต่บางครั้งคนทำงานมองเรื่องเหล่านี้เป็นประเด็นเล็กน้อย  ในความเป็นจริงจะคล้ายนิทานหนูกับสิงห์โต หากมองข้ามปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ อาจจะนำมาซึ่งปัญหาใหญ่ที่ต้องเสียเวลา เสียเงินในการแก้ปัญหา และสุดท้ายในเชิงธุรกิจก็คือการเสียโอกาสอันดีไปนั่นเองค่ะ</p>
<p style="text-align: justify;">
<p style="text-align: justify;">กรณีนี้เลยถือโอกาสอธิบายให้น้อง ๆ ฟังว่า <span style="color: #0000ff;">การรับสินค้าสำคัญอย่างไร</span> ทุกครั้งให้ใส่ใจในการรับสินค้าเสมอ ตรวจสอบรายการ จำนวน รูปลักษณ์ภายนอก คุณภาพอื่นๆ ที่สามารถทำได้ นี่่แหละคือสิ่งที่นักทำงานมืออาชีพต้องมี และต้องทำ แล้วคุณจะลืมเรื่องแพะที่เล่าให้ฟังก่อนหน้านี้ไปได้เลย</p>
<p style="text-align: justify;">
<p style="text-align: justify;">
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://factoryguideline.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Incoterm คืออะไร?</title>
		<link>https://factoryguideline.com/incoterm-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/</link>
		<comments>https://factoryguideline.com/incoterm-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 18 Apr 2014 16:08:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Nongluck Boonsook]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Incoterm]]></category>
		<category><![CDATA[Purchasing Inside]]></category>
		<category><![CDATA[What about Logistic]]></category>
		<category><![CDATA[Incoterm คืออะไร?]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://factoryguideline.com/?p=1633</guid>
		<description><![CDATA[ก่อนหน้านี้เราก็เคยถามคำถามนี้เหมือนกับอีกหลาย ๆ คน ว่า Incoterm คืออะไร เพราะสำหรับคนไทยอย่างเรา ในโรงเรียนไม่มีสอน เคยเรียนเรื่อง term มาบ้างแต่ก็ไม่ได้เน้นคำว่า Incoterm เลยยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรเพราะต้องเรียนรู่ด้วยตัวเอง จากการทำงานจริง ถาม supplierบ้าง หาข้อมูลเพิ่มบ้าง และคิดว่าเพื่อน ๆ ที่อยู่ในสายอาชีพนี้ หรือน้อง ๆ ที่เรียนเกี่ยวกับโลจิสติกส์ก็คงประสบปัญหาแบบนี้มิใช่น้อย เพราะหากไม่ได้ลองทำงานจริง รับรองว่านึกภาพไม่ออกแน่นอนค่ะ วันนี้เลยจะมาเล่าให้ฟังในแบบที่ภาษาที่ไม่เป็นทางการ เข้าใจง่าย ปฏิบัติได้จริงแล้วกันนะคะ เพราะถ้าพูดภาษาเป็นทางการเพื่อน ๆ น้อง ๆ อาจจะงง ๆ อ่านแล้วก็ยังไม่ตอบโจทย์ที่ยังคงสงสัยกันอยู่ดี  หรือไม่ให้ลองอ่านเพิ่มเติมที่บทความนี้นะคะ ข้อแตกต่างระหว่าง Incoterm 2000 และ Incoterm 2010 เริ่มต้นจากเมื่อผู้ซื้อต้องการสินค้าย่อมต้องมีการสอบราคาจากผู้ขายหลายแหล่ง นอกจากเสนอราคาสินค้าแล้ว ผู้ขายจะต้องระบุมาด้วยว่าจะจัดส่งสินค้าด้วยวิธีใด หรือหมายถึงเงื่อนไขการส่งมอบสินค้าที่ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงกันค่ะ นี่แหละ คือ คำตอบที่ว่า Incoterm คืออะไร? ที่ผู้ขายต้องระบุเงื่อนไขการส่งสินค้าเพื่อแสดงความชัดเจนว่าสินค้านั้นจะมาถึงผู้ซื้อด้วยวิธีการใด ขอยกตัวอย่างง่าย ๆ เพื่อให้เข้าใจ Concept ที่ใช้กันเป็นหลักก่อนนะคะ โดยยังไม่ลงรายละเอียดปลีกย่อย ซึ่งจะไว้เล่าให้ฟังตอนหลังนะคะ และแบบที่จะเล่าต่อไปนี้ยังเป็นแบบ Incoterm 2000 นะคะ มาดูตัวอย่างกันเลยค่ะ ผู้ขายเสนอค่าสินค้า โดยไม่รวมค่าขนส่ง แบบนี้เรียกว่า Exwork  พูดง่าย ๆ ก็คือ ผู้ซื้อจะต้องไปรับสินค้าที่โรงงานของผู้ขายเอง และรับผิดชอบค่าขนส่งและค่าดำเนินการที่เหลือเองทั้งหมด ผู้ขายเสนอราคาพร้อมรวมค่าขนส่งจนถึงท่าเรือของประเทศผู้ขาย แบบนี้เรียกว่า FOB หรือ Free on board ส่วนการขนส่งสินค้าลงเรือและค่าดำเนินการที่เหลือเป็นหน้าที่ของผู้ซื้อ ผู้ขายเสนอราคาพร้อมรวมค่าขนส่งจนถึงท่าเรือประเทศของผู้ซื้อ แบบนี้เรียกว่า CIF แต่ขั้นตอนหลังจากนั้นเป็นหน้าที่ของผู้ซื้อทั้งหมดที่จะต้องไปดำเนินการเอง ผู้ขายเสนอราคาพร้อมค่าขนส่งและรวมค่าดำเนินการต่าง ๆ จนถึงโรงงานของผู้ซื้อ ยกเว้นค่าภาษีนำเข้า  แบบนี้เรียกว่า DDU (Delivery duty unpaid) ผู้ขายเสนอราคาพร้อมรวมค่าขนส่งจนถึงโรงงานของผู้ซื้อโดยรวมทุกอย่างไว้หมดแล้ว รวมถึงภาษีนำเข้า แบบนี้เรียกว่า DDP (Delivery duty paid) ที่เล่าให้ฟังมาทั้งหมดนี้เป็น Term ที่มักนิยมใช้กัน แต่ยังไม่ได้ลงรายละเอียดเรื่องของการประกันภัยหรือเอกสารประกอบในการดำเนินการนะคะ แค่อยากให้เพื่อน ๆ เข้าใจภาพใหญ่ของ Incoterm ก่อนว่า หมายถึงอะไร และวิธีปฏิบัติ ผู้ซื้อและผู้ขายทำกันอย่างไร Incoterm 2000, Incoterm 2010, Incoterm 2011, Incoterm 2012, Incoterm 2013, Incoterm 2014 มีประกาศตามนี้จริงหรือเปล่า? มีหลายคนสงสัย ?  ที่จั่วหัวแบบนี้ไม่ได้หมายความว่า ICC (Internaltion Chamber of Coomerce)  มีการเพิ่มหรือประกาศบทบัญญัติเกี่ยวกับ Incoterm ใหม่แต่อย่างใด แต่อย่างที่เคยบอกว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ทั่วไปจะคุ้นเคยกันสักเท่าไร ดังนั้นเมื่อไม่รู้ หลาย ๆ ท่านจึงค้นหาด้วยปีที่ตัวเองคิดว่าน่าจะเป็นปีที่ออกประกาศเกี่ยวกับข้อกำหนด Incoterm นั่นเอง Incoterm 2000 คือข้อกำหนดเดิมที่เราใช้กันมายาวนาน แต่เนื่องจากในทางปฏิบัติบางเงื่อนไขมีความซ้ำซ้อนและคาบเกี่ยวกัน ทำให้บางครั้งเกิดความสับสน จึงเป็นสาเหตุให้มีการประกาศข้อกำหนดใหม่ในต้นปี 2011 โดยเรียกว่า Incoterm 2010 แต่เพื่อน ๆ ที่ไม่รู้ก็มักจะค้นหากันแบบเผื่อไว้ก่อน บางท่านไม่รู้ว่าเป็นปีไหนกันแน่ ทีนี้คงรู้กันแล้วนะคะว่าที่จริงแล้ว ตั้งแต่ต้นปี 2011 เป็นต้นมา เราเริ่มใช้ตามข้อกำหนดใหม่คือ Incoterm 2010 เพียงแต่ในทางปฏิบัติเชื่อเหลือเกินว่าคนส่วนใหญ่ก็ยังเรียกติดปากแบบเดิม ๆ ไม่ค่อยได้เปลี่ยนกันเท่าไร เช่น DDU ต้องเปลี่ยนเป็น DAP แต่เราก็ยังชินที่จะเรียกว่าเป็น DDU ความสำคัญของ Incoterm นี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้เข้าใจถูกต้องตรงกันกับผู้ขาย เพื่ออะไร? เพราะในการส่งสินค้าแต่ละครั้งหมายรวมถึงความรับผิดชอบที่จะตามมาอีกมากมาย หากเราเข้าใจคลาดเคลื่อนแล้วเกิดความเสียหายมาภายในหลังอาจจะยากเกินแก้ ตัวอย่างเช่น ผู้ขายเสนอเงื่อนไข FOB ดังนั้นความรับผิดชอบเรื่องประกันภัยก็จะเป็นของเรา แต่หากเราลืมหรือไม่ซื้อประกันภัย แล้วระหว่างขนส่งเกิดปัญหาระหว่างการเดินทาง สินค้าเสียหาย ตอนนี้ล่ะปัญหาเกิดแน่ เพราะต้องไปดูเงื่อนไขแล้วว่าถ้าไม่มีประกันเลย จะดำเนินการอย่างไร? เสียหายฟรี? สาเหตุความเสียหายเกิดจากเรือสินค้าหรือเปล่า? และสุดท้ายใครจะรับผิดชอบ เห็นมั้ยคะว่า ต้องระมัดระวังและรอบคอบกับเรื่องเหล่านี้มาก เพราะเมื่อสินค้าถึงลูกค้าทุกอย่างต้องอยู่ในสภาพ 100% พร้อมใช้งาน อีกประเด็นหนึ่งคือ ระหว่างการขนส่ง เมื่อมีการเปลี่ยนมือก็ควรระมัดระวังด้วยเช่นกัน เพราะหากสินค้าเสียหายมาก่อนที่ถึงอีกทอด และระหว่างนั้นเปลี่ยนความรับผิดชอบจากฝ่ายหนึ่งเป็นอีกฝ่ายหนึ่ง และฝ่ายที่รับช่วงไม่ได้มี comment ใด ก่อนการรับสินค้า แสดงว่าผู้รับสินค้ายอมรับโดยปริยาย หากมีกรณีแบบนี้เกิดปัญหาในการ claim ขึ้นมาได้ ดังนั้น Incoterm จึงไม่ใช่เป็นเพียงการตกลงเรื่องราคาและเงื่อนไขการส่งสินค้าเท่านั้น แต่มีผลของการทำงานที่อาจจะมีความบกพร่อง ล่าช้า และปัญหาอื่นใด ที่จะนำมาซึ่งความเสียหาย ถ้าเราเข้าใจแม่นยำ ถ่องแท้ ถึงขอบข่ายความรับผิดชอบของแต่ละฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้ซื้อ ผู้ขาย มีการรับมอบเปลี่ยนมือกันอย่างรอบคอบ ปัญหาต่าง ๆ ก็จะไม่ค่อยเกิด แต่หากขาดความระมัดระวังก็จะไม่ปัญหาเหล่านี้ตามมา อยากให้เข้าใจว่าธรรมชาติของการขนส่ง การเดินทางนั้นอยู่บนพื้นฐานของปริมาณสินค้ามากมาย เร่งรีบ จึงเกิดความเสียหายขึ้นได้ ดังนั้นการเลือก Incoterm จึงควรสอดคล้องสัมพันธ์กับตัวสินค้าด้วย เพื่อความประมาทในการบริหารจัดการด้านการขนส่งค่ะ กำลังมีแผนที่จะเปิดเป็น free workshop เพื่อ sharing knowledge เพื่อน ๆ น้อง ๆ ที่สนใจสามารถแจ้ง email ไว้ที่ facebook หรือ ที่ email :factory guideline@gmail.com กันได้เลยนะคะ จัดเมื่อไรจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งค่ะ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: 14px; line-height: 1.5em;">ก่อนหน้านี้เราก็เคยถามคำถามนี้เหมือนกับอีกหลาย ๆ คน ว่า <em><span style="color: #0000ff;">Incoterm</span></em> คืออะไร เพราะสำหรับคนไทยอย่างเรา ในโรงเรียนไม่มีสอน เคยเรียนเรื่อง term มาบ้างแต่ก็ไม่ได้เน้นคำว่า <em><span style="color: #0000ff;">Incoterm</span></em> เลยยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรเพราะต้องเรียนรู่ด้วยตัวเอง จากการทำงานจริง ถาม supplierบ้าง หาข้อมูลเพิ่มบ้าง และคิดว่าเพื่อน ๆ ที่อยู่ในสายอาชีพนี้ หรือน้อง ๆ ที่เรียนเกี่ยวกับโลจิสติกส์ก็คงประสบปัญหาแบบนี้มิใช่น้อย เพราะหากไม่ได้ลองทำงานจริง รับรองว่านึกภาพไม่ออกแน่นอนค่ะ</span></p>
<p style="text-align: justify;">วันนี้เลยจะมาเล่าให้ฟังในแบบที่ภาษาที่ไม่เป็นทางการ เข้าใจง่าย ปฏิบัติได้จริงแล้วกันนะคะ เพราะถ้าพูดภาษาเป็นทางการเพื่อน ๆ น้อง ๆ อาจจะงง ๆ อ่านแล้วก็ยังไม่ตอบโจทย์ที่ยังคงสงสัยกันอยู่ดี  หรือไม่ให้ลองอ่านเพิ่มเติมที่บทความนี้นะคะ <strong><em><a title="ข้อแตกต่างระหว่าง Incoterm 2000 และ Incoterm 2010" href="http://factoryguideline.com/%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87-incoterm-2000-%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0-inco/">ข้อแตกต่างระหว่าง Incoterm 2000 และ Incoterm 2010</a></em></strong></p>
<p style="text-align: justify;">เริ่มต้นจากเมื่อผู้ซื้อต้องการสินค้าย่อมต้องมีการสอบราคาจากผู้ขายหลายแหล่ง นอกจากเสนอราคาสินค้าแล้ว ผู้ขายจะต้องระบุมาด้วยว่าจะจัดส่งสินค้าด้วยวิธีใด หรือหมายถึงเงื่อนไขการส่งมอบสินค้าที่ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงกันค่ะ นี่แหละ คือ คำตอบที่ว่า<em><span style="color: #0000ff;"> Incoterm</span></em> คืออะไร?</p>
<p style="text-align: justify;"><div class="wpb_row row-fluid">
	<div class="span4 wpb_column column_container">
		<div class="wpb_wrapper">
			<img class="aligncenter size-thumbnail wp-image-1490" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2014/04/Untitled-6-150x150.jpg" alt="Untitled-6" width="150" height="150" />
		</div> 
	</div> 

	<div class="span4 wpb_column column_container">
		<div class="wpb_wrapper">
			<img class="aligncenter size-thumbnail wp-image-1492" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2014/04/Untitled-81-150x150.jpg" alt="Untitled-8" width="150" height="150" />
		</div> 
	</div> 

	<div class="span4 wpb_column column_container">
		<div class="wpb_wrapper">
			<img class="aligncenter size-thumbnail wp-image-1487" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2014/04/Untitled-31-150x150.jpg" alt="Untitled-3" width="150" height="150" />
		</div> 
	</div> 
</div>
<p style="text-align: justify;">ที่ผู้ขายต้องระบุเงื่อนไขการส่งสินค้าเพื่อแสดงความชัดเจนว่าสินค้านั้นจะมาถึงผู้ซื้อด้วยวิธีการใด ขอยกตัวอย่างง่าย ๆ เพื่อให้เข้าใจ Concept ที่ใช้กันเป็นหลักก่อนนะคะ โดยยังไม่ลงรายละเอียดปลีกย่อย ซึ่งจะไว้เล่าให้ฟังตอนหลังนะคะ และแบบที่จะเล่าต่อไปนี้ยังเป็นแบบ <span style="color: #0000ff;"><em>Incoterm 2000</em></span> นะคะ มาดูตัวอย่างกันเลยค่ะ</p>
<ul style="text-align: justify;">
<li>ผู้ขายเสนอค่าสินค้า โดยไม่รวมค่าขนส่ง แบบนี้เรียกว่า Exwork  พูดง่าย ๆ ก็คือ ผู้ซื้อจะต้องไปรับสินค้าที่โรงงานของผู้ขายเอง และรับผิดชอบค่าขนส่งและค่าดำเนินการที่เหลือเองทั้งหมด</li>
<li>ผู้ขายเสนอราคาพร้อมรวมค่าขนส่งจนถึงท่าเรือของประเทศผู้ขาย แบบนี้เรียกว่า FOB หรือ Free on board ส่วนการขนส่งสินค้าลงเรือและค่าดำเนินการที่เหลือเป็นหน้าที่ของผู้ซื้อ</li>
<li>ผู้ขายเสนอราคาพร้อมรวมค่าขนส่งจนถึงท่าเรือประเทศของผู้ซื้อ แบบนี้เรียกว่า CIF แต่ขั้นตอนหลังจากนั้นเป็นหน้าที่ของผู้ซื้อทั้งหมดที่จะต้องไปดำเนินการเอง</li>
<li>ผู้ขายเสนอราคาพร้อมค่าขนส่งและรวมค่าดำเนินการต่าง ๆ จนถึงโรงงานของผู้ซื้อ ยกเว้นค่าภาษีนำเข้า  แบบนี้เรียกว่า DDU (Delivery duty unpaid)</li>
<li>ผู้ขายเสนอราคาพร้อมรวมค่าขนส่งจนถึงโรงงานของผู้ซื้อโดยรวมทุกอย่างไว้หมดแล้ว รวมถึงภาษีนำเข้า แบบนี้เรียกว่า DDP (Delivery duty paid)</li>
</ul>
<p style="text-align: justify;">ที่เล่าให้ฟังมาทั้งหมดนี้เป็น Term ที่มักนิยมใช้กัน แต่ยังไม่ได้ลงรายละเอียดเรื่องของการประกันภัยหรือเอกสารประกอบในการดำเนินการนะคะ แค่อยากให้เพื่อน ๆ เข้าใจภาพใหญ่ของ<span style="color: #0000ff;"><em> Incoterm</em></span> ก่อนว่า หมายถึงอะไร และวิธีปฏิบัติ ผู้ซื้อและผู้ขายทำกันอย่างไร</p>
<div id="attachment_1546" style="width: 650px" class="wp-caption aligncenter"><img class="size-full wp-image-1546" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2014/04/11793084286_6ce1a300aa_z.jpg" alt="(Image owner by Patrick Choi &gt;https://www.flickr.com/photos/patrick_choi/11793084286)" width="640" height="213" /><p class="wp-caption-text">(Image owner by Patrick Choi &gt;https://www.flickr.com/photos/patrick_choi/11793084286)</p></div>
<p style="text-align: justify;"><span style="color: #008000; font-size: 1.17em; line-height: 1.5em;">Incoterm 2000, Incoterm 2010, Incoterm 2011, Incoterm 2012, Incoterm 2013, Incoterm 2014</span></p>
<p style="text-align: justify;">มีประกาศตามนี้จริงหรือเปล่า? มีหลายคนสงสัย ?</p>
<p style="text-align: justify;"> ที่จั่วหัวแบบนี้ไม่ได้หมายความว่า ICC (Internaltion Chamber of Coomerce)  มีการเพิ่มหรือประกาศบทบัญญัติเกี่ยวกับ Incoterm ใหม่แต่อย่างใด แต่อย่างที่เคยบอกว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ทั่วไปจะคุ้นเคยกันสักเท่าไร ดังนั้นเมื่อไม่รู้ หลาย ๆ ท่านจึงค้นหาด้วยปีที่ตัวเองคิดว่าน่าจะเป็นปีที่ออกประกาศเกี่ยวกับข้อกำหนด<em><span style="color: #0000ff;"> Incoterm</span></em> นั่นเอง</p>
<p style="text-align: justify;"><em><span style="color: #0000ff;">Incoterm 2000</span></em> คือข้อกำหนดเดิมที่เราใช้กันมายาวนาน แต่เนื่องจากในทางปฏิบัติบางเงื่อนไขมีความซ้ำซ้อนและคาบเกี่ยวกัน ทำให้บางครั้งเกิดความสับสน จึงเป็นสาเหตุให้มีการประกาศข้อกำหนดใหม่ในต้นปี 2011 โดยเรียกว่า <em><span style="color: #0000ff;">Incoterm 2010</span> </em>แต่เพื่อน ๆ ที่ไม่รู้ก็มักจะค้นหากันแบบเผื่อไว้ก่อน บางท่านไม่รู้ว่าเป็นปีไหนกันแน่ ทีนี้คงรู้กันแล้วนะคะว่าที่จริงแล้ว ตั้งแต่ต้นปี 2011 เป็นต้นมา เราเริ่มใช้ตามข้อกำหนดใหม่คือ <em><span style="color: #0000ff;">Incoterm 2010</span></em> เพียงแต่ในทางปฏิบัติเชื่อเหลือเกินว่าคนส่วนใหญ่ก็ยังเรียกติดปากแบบเดิม ๆ ไม่ค่อยได้เปลี่ยนกันเท่าไร เช่น DDU ต้องเปลี่ยนเป็น DAP แต่เราก็ยังชินที่จะเรียกว่าเป็น DDU</p>
<blockquote>
<h5 style="text-align: center;"><span style="text-decoration: underline; color: #000080;"><strong>ความสำคัญของ <em><span style="text-decoration: underline;">Incoterm</span> </em>นี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้เข้าใจถูกต้องตรงกันกับผู้ขาย</strong></span></h5>
</blockquote>
<h2 style="text-align: center;"><span style="color: #000080;"><strong>เพื่ออะไร?</strong></span></h2>
<p style="text-align: justify;">เพราะในการส่งสินค้าแต่ละครั้งหมายรวมถึงความรับผิดชอบที่จะตามมาอีกมากมาย หากเราเข้าใจคลาดเคลื่อนแล้วเกิดความเสียหายมาภายในหลังอาจจะยากเกินแก้ ตัวอย่างเช่น ผู้ขายเสนอเงื่อนไข FOB ดังนั้นความรับผิดชอบเรื่องประกันภัยก็จะเป็นของเรา แต่หากเราลืมหรือไม่ซื้อประกันภัย แล้วระหว่างขนส่งเกิดปัญหาระหว่างการเดินทาง สินค้าเสียหาย ตอนนี้ล่ะปัญหาเกิดแน่ เพราะต้องไปดูเงื่อนไขแล้วว่าถ้าไม่มีประกันเลย จะดำเนินการอย่างไร? เสียหายฟรี?</p>
<p style="text-align: justify;"><span style="color: #339966;"><strong>สาเหตุความเสียหายเกิดจากเรือสินค้าหรือเปล่า?</strong></span></p>
<p style="text-align: justify;"><img class="aligncenter size-full wp-image-1634" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2014/04/bigstock-Cargo-Ship-23637179.jpg" alt="Cargo Ship" width="600" height="900" /></p>
<p style="text-align: justify;">และสุดท้ายใครจะรับผิดชอบ เห็นมั้ยคะว่า ต้องระมัดระวังและรอบคอบกับเรื่องเหล่านี้มาก เพราะเมื่อสินค้าถึงลูกค้าทุกอย่างต้องอยู่ในสภาพ 100% พร้อมใช้งาน</p>
<p style="text-align: justify;">อีกประเด็นหนึ่งคือ ระหว่างการขนส่ง เมื่อมีการเปลี่ยนมือก็ควรระมัดระวังด้วยเช่นกัน เพราะหากสินค้าเสียหายมาก่อนที่ถึงอีกทอด และระหว่างนั้นเปลี่ยนความรับผิดชอบจากฝ่ายหนึ่งเป็นอีกฝ่ายหนึ่ง และฝ่ายที่รับช่วงไม่ได้มี comment ใด ก่อนการรับสินค้า แสดงว่าผู้รับสินค้ายอมรับโดยปริยาย หากมีกรณีแบบนี้เกิดปัญหาในการ claim ขึ้นมาได้ ดังนั้น <em><span style="color: #0000ff;">Incoterm</span> </em>จึงไม่ใช่เป็นเพียงการตกลงเรื่องราคาและเงื่อนไขการส่งสินค้าเท่านั้น แต่มีผลของการทำงานที่อาจจะมีความบกพร่อง ล่าช้า และปัญหาอื่นใด ที่จะนำมาซึ่งความเสียหาย ถ้าเราเข้าใจแม่นยำ ถ่องแท้ ถึงขอบข่ายความรับผิดชอบของแต่ละฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้ซื้อ ผู้ขาย มีการรับมอบเปลี่ยนมือกันอย่างรอบคอบ ปัญหาต่าง ๆ ก็จะไม่ค่อยเกิด แต่หากขาดความระมัดระวังก็จะไม่ปัญหาเหล่านี้ตามมา</p>
<p style="text-align: justify;">อยากให้เข้าใจว่าธรรมชาติของการขนส่ง การเดินทางนั้นอยู่บนพื้นฐานของปริมาณสินค้ามากมาย เร่งรีบ จึงเกิดความเสียหายขึ้นได้ ดังนั้นการเลือก <em><span style="color: #0000ff;">Incoterm</span> </em>จึงควรสอดคล้องสัมพันธ์กับตัวสินค้าด้วย เพื่อความประมาทในการบริหารจัดการด้านการขนส่งค่ะ</p>
<h3 style="text-align: justify;"><span style="color: #ff0000;"><strong>กำลังมีแผนที่จะเปิดเป็น free workshop เพื่อ sharing knowledge เพื่อน ๆ น้อง ๆ ที่สนใจสามารถแจ้ง email ไว้ที่ facebook หรือ ที่ email :factory guideline@gmail.com กันได้เลยนะคะ จัดเมื่อไรจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งค่ะ</strong></span></h3>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://factoryguideline.com/incoterm-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&#8220;ระบบการผลิต&#8221; สัมพันธ์กับ &#8220;โลจิสติกส์&#8221; อย่างไร?</title>
		<link>https://factoryguideline.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95-%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b1/</link>
		<comments>https://factoryguideline.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95-%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b1/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 08 Apr 2014 17:20:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Nongluck Boonsook]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[What about Logistic]]></category>
		<category><![CDATA["ระบบการผลิต" สัมพันธ์กับ "โลจิสติกส์" อย่างไร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://factoryguideline.com/?p=1305</guid>
		<description><![CDATA[จจัยที่จะช่วยให้โลจิสติกส์ทำงานได้สมบูรณ์แบบมีสามปัจจัยก็คือ ลูกค้าสัมพันธ์ ระบบการผลิต และการจัดซื้อ ระบบการผลิต ถือได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่องค์กรณ์ควรจะให้ความสำคัญเพราะระบบการผลิตจะเป็นการเพิ่มคุณภาพให้กับสินค้านั้น ๆ ระบบการผลิตเพิ่มคุณค่าให้กับสินค้าของเราได้อย่างไร? คำตอบก็คือ ระบบการผลิต จะทำการแปรสภาพสินค้าของเราให้กับลูกค้า ซึ่งลูกค้าในที่นี้หมายถึงได้ทั้งผู้บริโภคลำดับสุดท้ายหรือว่าลูกค้าของบริษัทซึ่งอาจจะหมายถึงผู้บริโภคลำดับต่อไปในโซ่อุปทานซึ่งอาจจะยังเป็นซัพพลายเออร์ของบริษัทอื่นๆอยู่ก็เป็นได้ ประเด็นที่ ระบบการผลิต เกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์ มากที่สุดก็คือเรื่องของปริมาณของวัตถุดิบที่จะต้องสั่งในแต่ละครั้ง ส่วนเรื่องรอง ๆ ลงมาคือปริมาณของสินค้าที่จะผลิตในช่วงเวลาที่บริษัทได้วางแผนไว้ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า อีกทั้งการเก็บสต็อคควรต้องสอดล้องสัมพันธ์กับปริมาณและประเภทที่ลูกค้าต้องการอีกด้วย อีกสิ่งหนึ่งของระบบการผลิตที่โลจิสติกส์สามารถช่วยให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นก็คือ ความหลากหลายของสินค้าที่สามารถใช้วิธีการผลิตแบบเดียวกันได้ ซึ่งในทางโลจิสติกส์เชื่อว่าถ้ามีความหลากหลายมาก ปริมาณต่อล็อตก็จะไม่ค่อยมาก มีความยืดหยุ่นในการใช้วัตถุดิบเพื่อที่จะผลิตและสามารถผลิตสินค้าออกมาได้ในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งความหลากหลายและยืดหยุ่นนี่จะส่งผลเกี่ยวกับเรื่องการขนส่งและบริการทางด้านคลังสินค้าโดยเฉพาะ โลจิสติกสามารถช่วยระบบการผลิตได้อย่่างมากดังที่เห็นจากประโยชน์ข้างต้นที่กล่าวมา แต่ถ้าไม่มีการช่วยเหลือของการไหลเวียนของข้อมูล การสื่อสารของผู้ซื้อและผู้ขายก็จะเป็นไปได้ยากขึ้นและทุกอย่างก็จะใช้เวลานานกว่า]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><span style="line-height: 1.5em;"><span class="dropcap "><span style="color: #ffffff;"><strong>ปั</strong></span></span></span><span style="line-height: 1.5em;">จจัยที่จะช่วยให้โลจิสติกส์ทำงานได้สมบูรณ์แบบมีสามปัจจัยก็คือ<span style="color: #0000ff;"> <em>ลูกค้าสัมพันธ์ </em></span></span><span style="color: #0000ff;"><span style="line-height: 1.5em;"><em>ระบบการผลิต</em> </span><span style="line-height: 1.5em;">และ<em>การจัดซื้อ</em></span></span><span style="color: #000000;"> ระบบการผลิต </span><span style="line-height: 1.5em;">ถือได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่องค์กรณ์ควรจะให้ความสำคัญเพราะระบบการผลิตจะเป็นการเพิ่มคุณภาพให้กับสินค้านั้น ๆ</span></p>
<p style="text-align: justify;"><span style="color: #ff9900;">ระบบการผลิตเพิ่มคุณค่าให้กับสินค้าของเราได้อย่างไร?</span></p>
<p style="text-align: justify;">คำตอบก็คือ<em><span style="color: #0000ff;"> ระบบการผลิต</span> </em>จะทำการแปรสภาพสินค้าของเราให้กับลูกค้า ซึ่งลูกค้าในที่นี้หมายถึงได้ทั้งผู้บริโภคลำดับสุดท้ายหรือว่าลูกค้าของบริษัทซึ่งอาจจะหมายถึงผู้บริโภคลำดับต่อไปในโซ่อุปทานซึ่งอาจจะยังเป็นซัพพลายเออร์ของบริษัทอื่นๆอยู่ก็เป็นได้</p>
<p style="text-align: justify;">ประเด็นที่<em><span style="color: #0000ff;"> ระบบการผลิต</span> </em>เกี่ยวข้องกับ<span style="color: #0000ff;"><em>โลจิสติกส์ </em></span>มากที่สุดก็คือเรื่องของปริมาณของวัตถุดิบที่จะต้องสั่งในแต่ละครั้ง ส่วนเรื่องรอง ๆ ลงมาคือปริมาณของสินค้าที่จะผลิตในช่วงเวลาที่บริษัทได้วางแผนไว้ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า อีกทั้งการเก็บสต็อคควรต้องสอดล้องสัมพันธ์กับปริมาณและประเภทที่ลูกค้าต้องการอีกด้วย</p>
<p style="text-align: justify;">อีกสิ่งหนึ่งของ<span style="color: #0000ff;"><em>ระบบการผลิต</em></span>ที่<span style="color: #0000ff;"><em>โลจิสติกส์</em></span>สามารถช่วยให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นก็คือ ความหลากหลายของสินค้าที่สามารถใช้วิธีการผลิตแบบเดียวกันได้ ซึ่งในทาง<span style="color: #0000ff;"><em>โลจิสติกส์</em></span>เชื่อว่าถ้ามีความหลากหลายมาก ปริมาณต่อล็อตก็จะไม่ค่อยมาก มีความยืดหยุ่นในการใช้วัตถุดิบเพื่อที่จะผลิตและสามารถผลิตสินค้าออกมาได้ในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งความหลากหลายและยืดหยุ่นนี่จะส่งผลเกี่ยวกับเรื่องการขนส่งและบริการทางด้านคลังสินค้าโดยเฉพาะ</p>
<p style="text-align: justify;">
<p style="text-align: justify;"><img class="aligncenter size-medium wp-image-653" alt="factory#3" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2014/03/factory3-300x225.jpg" width="300" height="225" /></p>
<p style="text-align: justify;"><div class="wpb_row row-fluid">
	<div class="span6 wpb_column column_container">
		<div class="wpb_wrapper">
			
<p style="text-align: justify;">ปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อเทคโนโลยีเป็นอีกประการหนึ่งที่ <span style="color: #0000ff;"><em>โลจิสติกส์ </em></span>จะช่วยได้มากได้แก่ <em><span style="color: #0000ff;">ปริมาณการผลิต อุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต และการจัดตั้งการเปลี่ยนระบบ </span></em> สำหรับการขัดขวางทางปริมาณการผลิตก็จะเกี่ยวกับว่าจะผลิตสินค้าได้ครั้งละกี่หน่วยต่อเครื่องจักรหนึ่งเครื่องในระยะเวลาหนึ่ง เป็นต้น สำหรับทางด้านอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตก็คือการใช้ เครื่องจักรชนิดหนึ่งเพื่อมาทำงานหลายๆอย่าง บางครั้งโรงงานไม่สามารถผลิตสินค้าได้ตามจำนวนที่ต้องการได้เพราะเครื่องจักรมีประสิทธิภาพไม่เพียงพอและไม่สามารถปรับให้เข้ากับความหลากหลายและยืดหยุ่นของสินค้าได้ ส่วนเรื่องของการจัดตั้งและเปลี่ยนระบบนี่ก็เป็นเรื่องของการที่ผู้ผลิตต้องการจะผลิตให้ได้หลากหลายและยืดหยุ่นตามความต้องการของผู้บริโภค จึงทำให้มีการเปลี่ยนหรือซื้ออุปกรณ์มาเพิ่มและบางกรณีการติดตั้งที่ต้องเสียเวลา ทำให้มีผลกระทบต่อการผลิตเป็นการชั่วคราวส่งผลให้เวลาที่ได้วางแผนไว้จะล่าช้าไปด้วย</p>
<p style="text-align: justify;">สิ่งสุดท้ายที่โลจิสติกส์จะสามารถช่วยระบบการผลิตได้มากถึงมากที่สุดคืิอเรื่องของการกำหนดระยะเวลา นับตั้งแต่สั่งซื้อวัตถุดิบจนกระทั่งได้รับวัตถุดิบนั้นจากผู้ผลิต <span style="color: #0000ff;"><em>โลจิสติกส์ </em></span>จะช่วยในเรื่องของระยะเวลารอคอยสินค้าที่จะซื้อวัตถุดิบเพื่อที่วัตถุดิบจะมาทันเวลา และไม่ทำให้ระบบการผลิตที่ได้วางแผนไว้ติดขัด โลจิสติกส์จะช่วยในเรื่องของการปริมาณการกักตุนสินค้าเพื่อป้องกันทางเรื่องของความไม่แน่นอนที่จะเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติหรือในเรื่องของการผิดพลาดทางระบบการผลิต เป็นต้น</p>
<p style="text-align: justify;">
		</div> 
	</div> 

	<div class="span6 wpb_column column_container">
		<div class="wpb_wrapper">
			เทคนิคต่างๆ ทางโลจิสติกส์ที่จะสามารถช่วยระบบการผลิตของคุณให้มีประสิทธิภาพและมีค่าใช้จ่ายลดลงก็คือ การผลิตแบบทันเวลาพอดีได้รับการสนใจอย่างมากในยุคนี้เพราะช่วยบริษัทประหยัดทางด้านค่าคลังสินค้าที่จะต้องเก็บกักตุนวัสดุเพื่อผลิตในล็อตต่อไป การวางแผนความต้องการวัสดุก็เป็นอีกอย่างหนึ่งในเทคนิคโลจิสติกส์ที่ได้รับการยอมรับอย่างมาก ซึ่งระบบ MRP จะช่วยในการสื่อสารระหว่างผุ้ซื้อและผู้ขายอย่างมาก แนวทางการบริหารคลังินค้าเป็นอีกอย่างหนึ่งนอกเหนือจากสองอย่างแรกที่จะช่วยให้องค์กรใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การออกแบบของผลิตภัณฑ์เป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะช่วยลดปริมาณของวัตถุดิบที่ควรกักตุนไว้ได้</p>
<p style="text-align: justify;">
<p style="text-align: justify;">
<p style="text-align: justify;">
<p style="text-align: justify;"><img class="aligncenter size-medium wp-image-712" alt="truck#3" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2014/03/truck3-300x225.jpg" width="300" height="225" />
		</div> 
	</div> 
</div>
<p style="text-align: justify;"><strong style="color: #339966; text-decoration: underline; line-height: 1.5em;">โลจิสติกสามารถช่วยระบบการผลิตได้อย่่างมากดังที่เห็นจากประโยชน์ข้างต้นที่กล่าวมา แต่ถ้าไม่มีการช่วยเหลือของการไหลเวียนของข้อมูล การสื่อสารของผู้ซื้อและผู้ขายก็จะเป็นไปได้ยากขึ้นและทุกอย่างก็จะใช้เวลานานกว่า</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://factoryguideline.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95-%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ระบบโลจิสติกส์ คืออะไร?</title>
		<link>https://factoryguideline.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b9%8c-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/</link>
		<comments>https://factoryguideline.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b9%8c-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 06 Apr 2014 08:19:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Nongluck Boonsook]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[What about Logistic]]></category>
		<category><![CDATA[ระบบโลจิสติกส์ คืออะไร?]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://factoryguideline.com/test/?p=1110</guid>
		<description><![CDATA[&#160;]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><div class="wpb_row row-fluid">
	<div class="span6 wpb_column column_container">
		<div class="wpb_wrapper">
			<span class="dropcap "><span style="color: #ffffff;"><strong>ระ</strong></span></span><span style="color: #0000ff;"><em><strong>บบโลจิสติกส์</strong> </em></span>กับ supply chain เป็นสองคำที่ได้ยินกันมานานมากแล้ว แต่เราก็ยังไม่ค่อยเข้าใจอยู่ดีว่ามันคืออะไร <span style="color: #0000ff;"><em>ระบบโลจิสติกส์ </em></span>นี่มันก็คือ supply chain หรือโซ่อุปทานใช่รึเปล่า จริงๆแล้ว โลจิสติกส์เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นของโซ่อุปทาน โดยที่โลจิสติกส์นั้นจะครอบคลุมถึงการวางแผนการใช้ทรัพยากรขององค์กร การควบคุมให้ใช้ได้อย่างมีประโยชน์สูงสุด และการลำเลียงสินค้าและบริการจากจุดเริ่มต้นไปจนถึงจุดสิ้นสุดที่สินค้าและบริการนั้นๆจะถูกใช้โดยผู้บริโภค ในขณะที่โซ่อุปทานนั้นจะครอบคลุมในเรื่องของโลจิสติกส์ไปจนถึงการสั่งซื้อสินค้าของผู้บริโภค กระบวนการผลิต รวมไปถึงกระบวนการอื่นๆที่เกิดขึ้นตั้งแต่ซัพพลายเออร์ผลิตสินค้าจนถึงการที่สินค้าถูกวางจำหน่ายตามห้างร้านต่างๆ เพราะฉะนั้นสองคำนี้มีความหมายต่างกันอย่างมาก</p>

		</div> 
	</div> 

	<div class="span6 wpb_column column_container">
		<div class="wpb_wrapper">
			
<p style="text-align: justify;">สำหรับ<span style="color: #0000ff;"><em>ร<em>ะบบ</em>โลจิสติกส์</em></span>จะมีกระบวนการใหญ่ๆอยู่สองแบบ ก็คือ กระบวนการไหลเวียนของวัตถุดิบและกระบวนการไหลเวียนของข้อมูล ซึ่งองค์กรจะประสบความสำเร็จอย่างมากในการลดต้นทุนการผลิตถ้าสามารถทำให้สองกระบวนการนนี้ทำงานไปด้วยกันได้ สำหรับกระบวนการผลิตนั้นจะครอบคลุมตั้งแต่การลำเลียงหรือกักเก็บวัตถุดิบในรูปแบบต่างๆไม่ว่าจะเป็นตั้งแต่ที่เป็นเพียงวัตถุดิบธรรมดายังไม่เป็นรูปเป็นร่าง วัตถุดิบที่ได้รับการแปรสภาพแล้ว และวัตถุดิบที่แปรสภาพทุกอย่างจนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ วัตถุดิบที่ยังไม่ได้รับการแปรสภาพก็ไม่มีคุณภาพหรือมีความสำคัญเท่ากับวัตถุดิบที่ได้รับการแปรสภาพเป็นสินค้าส่งถึงมือผู้บริโภค คุณค่าของโลจิสติกส์นั้นอยู่ที่การเพิ่มคุณภาพของสินค้าโดยการลำเลียงสินค้าไปในเวลาและสถานที่ที่ต้องการ ระบบโลจิสติกส์จึงมีความสำคัญต่อองค์กร
		</div> 
	</div> 
</div>
<p style="text-align: justify;"><span style="text-align: justify; font-size: 14px; line-height: 1.5em;"><div class="wpb_row row-fluid">
	<div class="span4 wpb_column column_container">
		<div class="wpb_wrapper">
			</span></p>
<p style="text-align: justify;"><span style="text-align: justify; font-size: 14px; line-height: 1.5em;"><a href="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2014/03/water-gate.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-715" alt="water gate" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2014/03/water-gate-300x225.jpg" width="300" height="225" /></a> <a href="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2014/03/truck.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-713" alt="truck" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2014/03/truck-300x225.jpg" width="300" height="225" /></a> <a href="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2014/04/order-box.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1121" alt="order-box" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2014/04/order-box-300x225.jpg" width="300" height="225" /></a>
		</div> 
	</div> 

	<div class="span8 wpb_column column_container">
		<div class="wpb_wrapper">
			</span>ส่วนกระบวนการไหลเวียนของข้อมูลก็เป็นสิ่งที่องค์กรไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ การที่จะควบคุมและวางแผนการซื้อหรือกักตุนวัตถุดิบนั้นจะเป็นไปได้อย่างดีถ้าเรามีข้อมูลจากผู้บริโภค ฝ่ายจัดซื้อและซัพพลายเออร์ กระบวนการไหลเวียนของข้อมูลมีส่วนทำให้กระบวนการผลิตเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ปัจจุบันก็มีหลายระบบควบคุมสินค้าไม่ว่าจะเป็น ERP หรือ MRP และอื่นๆอีกมากมาย นอกจากกระบวนการใหญ่ๆสองกระบวนการนี้แล้ว ก็ยังมีอีกสามสิ่งสำคัญที่ถือว่าเป็นใจกลางของ <span style="color: #0000ff;"><em>ระบบโลจิสติกส์</em> </span>สามสิ่งนั้นก็คือ การบริหารลูกค้าสัมพันธ์ ระบบการผลิต และ การจัดซื้อ การลำเลียงสินค้าถึงมือผู้บริโภคหรือลูกค้าจัดเป็นขั้นตอนสุดท้ายของทั้งโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน ดังนั้น จุดประสงค์ของการบริหารลูกค้าสัมพันธ์จึงเป็นการที่ผู้บริโภคสามารถหาซื้อสินค้าได้ในท้องตลาดในเวลาที่ต้องการกับการตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกัน สำหรับระบบการผลิตนั้น สิ่งที่โลจิสติกเข้าไปเกี่ยวข้องมากที่สุดก็คือการกำหนดตารางการผลิตโดยจัดแจงวัตถุดิบที่มีอยู่ โลจิสติกส์จะไม่ได้เกี่ยวข้องกับกระบวนการผลิตว่าจะผลิตยังไงมากเท่าไหร่ สิ่งที่สำคัญในระบบการผลิตกับโลจิสติกส์ก็คือ จะผลิตสิินค้าเมื่อไหร่ อะไร และที่ไหน ส่วนการจัดซื้อก็จะมีความสำคัญกับโลจิสติกส์ก็คือ การจัดซื้อวัตถุดิบมาให้ได้ทันเวลาที่จะใช้ผลิต บางวัตถุดิบอาจใช้เวลาในการขนส่งมากกว่าวัตถุดิบชนิดอื่นๆ การจัดซื้อจึงมีความสำคัญเพราะถ้าวัตถุดิบมาถึงล่าช้า ทั้งระบบก็จะผลิตช้า จัดส่งช้าไปด้วย</p>
<p style="text-align: justify;">นี่ก็เป็นเพียงแค่ระบบรวมๆของโลจิสติกส์ ทุกระบบล้วนมีความสำคัญต่อองค์กรทั้งนั้น ไม่ใช่แค่ ไฟแนนซ์ ฝ่ายจัดซื้อหรือฝ่ายอื่นๆที่มีความสำคัญกับบริษัทเท่านั้น โลจิสติกส์และ supply chain เป็นอีกสองฝ่ายที่องค์กรควรจะให้ความสำคัญ เพราะสองฝ่ายนี้จะเป็นฝ่ายที่สำคัญที่สุดในการลดต้นทุนการผลิตสินค้า ซึ่งจะส่งผลให้องค์กรต่างๆได้รับผลกำไรมากขึ้นอีกด้วย<span style="font-size: 14px; line-height: 1.5em;">
		</div> 
	</div> 
</div></span></p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://factoryguideline.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%88%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b9%8c-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ข้อแตกต่างระหว่าง Incoterm 2000 และ Incoterm 2010</title>
		<link>https://factoryguideline.com/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87-incoterm-2000-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0-inco/</link>
		<comments>https://factoryguideline.com/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87-incoterm-2000-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0-inco/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 08 Mar 2014 09:17:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Nongluck Boonsook]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[Incoterm]]></category>
		<category><![CDATA[What about Logistic]]></category>
		<category><![CDATA[ข้อแตกต่างระหว่าง Incoterm 2000 และ Incoterm 2010]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://factoryguideline.com/test/?p=482</guid>
		<description><![CDATA[สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ หลังจากที่ Incoterm 2010 ออกมาใหม่ เชื่อว่ายังมีหลาย ๆ คนไม่เข้าใจความแตกต่างระหว่าง ดังนั้นวันนี้เรามาดู ข้อแตกต่างระหว่าง Incoterm 2000 และ Incoterm 2010  กันดีกว่านะคะ ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจกันตั้งแต่พื้นฐานก่อนว่า Incoterm คืออะไร และใครมีบทบาท หน้าที่ อย่างไรกันบ้าง   เงื่อนไขการขนส่งระหว่างประเทศ หรือที่เรียกกันว่า Incoterm (International Commercial Terms) เงื่อนไขนี้กำหนดขึ้นโดย สภาหอการค้านานาชาติ (International Chamber of Commerce) เพื่อสร้างกติกาสากลให้คู่ค้าทั่วโลกได้เข้าใจเงื่อนไขการส่งมอบสินค้า และใช้เป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยจะกำหนดขอบเขตความรับผิดชอบของผู้ซื้อ และผู้ขาย ภาระค่าใช้จ่าย และการประกันภัย  ข้อแตกต่างระหว่าง Incoterm 2000 และ Incoterm 2010? ถ้าดูจากตารางจะสังเกตว่า term นั้นแบ่งเป็นหมวดหมู่ได้ดังนี้ หมวด E, C, D และ F  รวมทั้งหมดเป็น 13 term  ส่วนหมวดที่มีการเปลี่ยนคือหมวด D เนื่องจากมี 3 term ที่เงื่อนไขใกล้เคียงกันมาก ICC จึงได้กำหนดให้เปลี่ยนดังข้อสรุปดังนี้ DEQ  เปบี่ยนป็น DAT DAF, DES, DDU เปลี่ยนเป็น DAP  Incoterm 2010 จึงลดเหลือเพียง 11 เดิม จากเดิม 13  term เห็นข้อสรุปแบบนี้แล้วก็ไม่ยากเลยที่จะทำความเข้าใจในตารางต่อไปกันเลยค่ะ บทบาทหน้าที่ของผู้ซื้อ และผู้ขาย จัดแบ่งความรับผิดชอบกันอย่างไร &#160; &#160; การส่งขนส่งระหว่างประเทศนั้นไม่ว่าจะเป็นทางเรือหรือทางอากาศ หรือที่เราเรียกว่ากันทางแอร์นั้นมักจะอยู่ในอารมณ์นี้กันเลยล่ะค่ะ เพราะมีหลายปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้ เช่น ภัยธรรมชาติ เป็นต้น และจากตารางข้างต้น ค่าใช้จ่ายโดยสรุปมีดังนี้คือ ค่าขนส่งถึงท่าเรือขาออก ค่าขนส่งสินค้าลงจากรถบรรทุก ค่าขนสินค้าขึ้นเรือบรรทุกสินค้า ค่าขนส่งทางทะเลหรือทางอากาศ ค่าประกันภัย ค่าขนสินค้าลงจากเรือบรรทุกสินค้า ค่าขนสินค้าขึ้นรถบรรทุก ค่าขนส่งสินค้าไปยังปลายทาง ค่าพิธีการศุลกากรขาเข้า ภาษีนำเข้า น่าจะพอมองภาพออกกันแล้วนะคะว่า ใครต้องทำอะไรกันบ้าง สิ่งสำคัญประการหนึ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง คือ การประภันภัยเพื่อลดภาระอันอาจเกิดจากความเสี่ยงในระหว่างการขนส่ง การเคลื่อนย้ายสินค้าแต่ละขั้นตอน  เนื่องจากการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศมีปริมาณมาก ระยะทางไกล และพนักงานต้องทำงานด้วยความเร่งรีบ ดังนั้น การประภันภัยจึงเป็นเครื่องมือที่จะช่วยลดภาระให้คู่ค้าหากเกิดภัยต่าง ๆ เช่น เกิดพายุให้เรือประสบปัญหาในการเดินเรือ หรือขนส่งล่าช้า  สินค้าเสียหายอันเนื่องจากการ load หรือ unload จากรถฟอรคลิฟท์บ้าง รถบรรถทุกขาดความรอบคอบในการจัดวางสินค้า หรือปกปิดสินค้าให้รัดกุมพอ ดังนั้นปัญหาเหล่านี้จึงเกิดขึ้นได้เสมอ และในแต่ละ term ยังจะแยกย่อยและแตกต่างกันเล็กน้อยในขอบเขตความรับผิดชอบออกไปรายละเอียดอีกด้วยค่ะ คงจะพอเข้าใจกันมากขึ้นแล้วใช่มั้ยล่ะค่ะ สำหรับ ข้อแตกต่างระหว่าง Incoterm 2000 และ Incoterm 2010   แต่หากยังมีปัญหาคาใจก็อย่าลืมติชม แบ่งปัน ถามคำถาม เพื่อร่วมแสวงหาความรู้ด้วยกันนะคะ หรือลองอ่านบทความ  Incoterm คืออะไร เพื่อสร้างความเข้าใจให้มากยิ่งขึ้นได้นะคะ เครดิต  http://en.wikipedia.org/wiki/Incoterms &#160; สนใจเข้าร่วม free workshop ดูรายละเอียดได้จาก link นี้นะคะ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ หลังจากที่ Incoterm 2010 ออกมาใหม่ เชื่อว่ายังมีหลาย ๆ คนไม่เข้าใจความแตกต่างระหว่าง ดังนั้นวันนี้เรามาดู <em><span style="color: #0000ff;">ข้อแตกต่างระหว่าง Incoterm 2000 และ Incoterm 2010</span></em>  กันดีกว่านะคะ ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจกันตั้งแต่พื้นฐานก่อนว่า Incoterm คืออะไร และใครมีบทบาท หน้าที่ อย่างไรกันบ้าง  <em><strong><span style="color: #800000;"><span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #ff0000; text-decoration: underline;"> เ</span><span style="color: #ff0000; text-decoration: underline;">งื่อนไขการขนส่งระหว่างประเทศ หรือที่เรียกกันว่า Incoterm (International Commercial Terms)</span></span><span style="color: #ff0000;"> </span></span></strong></em>เงื่อนไขนี้กำหนดขึ้นโดย<strong><em><span style="color: #800000;"> <span style="color: #ff0000;">สภาหอการค้านานาชาติ (International Chamber of Commerce)</span></span> </em></strong>เพื่อสร้างกติกาสากลให้คู่ค้าทั่วโลกได้เข้าใจเงื่อนไขการส่งมอบสินค้า และใช้เป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยจะกำหนดขอบเขตความรับผิดชอบของผู้ซื้อ และผู้ขาย ภาระค่าใช้จ่าย และการประกันภัย</p>
<blockquote>
<p style="text-align: center;"><strong><span style="color: #000080;"> <em>ข้อแตกต่างระหว่าง Incoterm 2000 และ Incoterm 2010?</em></span></strong></p>
</blockquote>
<p>
<table id="tablepress-1" class="tablepress tablepress-id-1">
<thead>
<tr class="row-1 odd">
	<th class="column-1">&nbsp;</th><th class="column-2">&nbsp;</th><th class="column-3">&nbsp;</th><th class="column-4">&nbsp;</th><th class="column-5">&nbsp;</th>
</tr>
</thead>
<tbody class="row-hover">
<tr class="row-2 even">
	<td class="column-1"></td><td class="column-2">Incoterm 2000</td><td class="column-3"></td><td class="column-4">Incoterm 2010</td><td class="column-5"></td>
</tr>
<tr class="row-3 odd">
	<td class="column-1"></td><td class="column-2">EXW</td><td class="column-3">Ex works</td><td class="column-4">EXW</td><td class="column-5">Ex works</td>
</tr>
<tr class="row-4 even">
	<td class="column-1"></td><td class="column-2">FCA</td><td class="column-3">Free Carrier</td><td class="column-4">FCA</td><td class="column-5">Free Carrier</td>
</tr>
<tr class="row-5 odd">
	<td class="column-1"></td><td class="column-2">FAS</td><td class="column-3">Free Alongside Ship</td><td class="column-4">FAS</td><td class="column-5">Free Alongside Ship</td>
</tr>
<tr class="row-6 even">
	<td class="column-1"></td><td class="column-2">FOB</td><td class="column-3">Free On Board</td><td class="column-4">FOB</td><td class="column-5">Free On Board</td>
</tr>
<tr class="row-7 odd">
	<td class="column-1"></td><td class="column-2">CPT</td><td class="column-3">Carriage Paid to</td><td class="column-4">CPT</td><td class="column-5">Carriage Paid to</td>
</tr>
<tr class="row-8 even">
	<td class="column-1"></td><td class="column-2">CFR</td><td class="column-3">Cost and Freight</td><td class="column-4">CFR</td><td class="column-5">Cost and Freight</td>
</tr>
<tr class="row-9 odd">
	<td class="column-1"></td><td class="column-2">CIF</td><td class="column-3">Cost, Insureance and Freight</td><td class="column-4">CIF</td><td class="column-5">Cost, Insureance and Freight</td>
</tr>
<tr class="row-10 even">
	<td class="column-1"></td><td class="column-2">CIP</td><td class="column-3">Carriage and Insurace paid to</td><td class="column-4">CIP</td><td class="column-5">Carriage and Insurace paid to</td>
</tr>
<tr class="row-11 odd">
	<td class="column-1"></td><td class="column-2">DEQ </td><td class="column-3">Delivered Ex Quay</td><td class="column-4">DAT</td><td class="column-5">Delivered Ex Quay</td>
</tr>
<tr class="row-12 even">
	<td class="column-1"></td><td class="column-2">DAF</td><td class="column-3">Delivered At Frontier</td><td class="column-4">DAP</td><td class="column-5">Delivered At Place</td>
</tr>
<tr class="row-13 odd">
	<td class="column-1"></td><td class="column-2">DES</td><td class="column-3">Delivery Ex Ship</td><td class="column-4"></td><td class="column-5"></td>
</tr>
<tr class="row-14 even">
	<td class="column-1"></td><td class="column-2">DDU</td><td class="column-3">Delivered Duty Unpaid</td><td class="column-4"></td><td class="column-5"></td>
</tr>
<tr class="row-15 odd">
	<td class="column-1"></td><td class="column-2">DDP</td><td class="column-3">Delivered Duty Paid</td><td class="column-4">DDP</td><td class="column-5">Delivered Duty Paid</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<!-- #tablepress-1 from cache --><br />
<strong><span style="color: #ff0000;"><em>ถ้าดูจากตารางจะสังเกตว่า term นั้นแบ่งเป็นหมวดหมู่ได้ดังนี้ หมวด E, C, D และ F  รวมทั้งหมดเป็น 13 term  ส่วนหมวดที่มีการเปลี่ยนคือหมวด D เนื่องจากมี 3 term ที่เงื่อนไขใกล้เคียงกันมาก ICC จึงได้กำหนดให้เปลี่ยนดังข้อสรุปดังนี้</em></span></strong><br />
<strong><span style="color: #ff0000;"> <em> DEQ  เปบี่ยนป็น DAT</em></span></strong><br />
<strong><span style="color: #ff0000;"> <em> DAF, DES, DDU เปลี่ยนเป็น DAP </em></span></strong></p>
<p><strong><span style="color: #ff0000;"><em>Incoterm 2010 จึงลดเหลือเพียง 11 เดิม จากเดิม 13  term</em></span></strong><br />
เห็นข้อสรุปแบบนี้แล้วก็ไม่ยากเลยที่จะทำความเข้าใจในตารางต่อไปกันเลยค่ะ</p>
<blockquote>
<p style="text-align: center;"><strong><span style="color: #000080;">บทบาทหน้าที่ของผู้ซื้อ และผู้ขาย จัดแบ่งความรับผิดชอบกันอย่างไร</span></strong></p>
</blockquote>

<table id="tablepress-2" class="tablepress tablepress-id-2">
<thead>
<tr class="row-1 odd">
	<th class="column-1">&nbsp;</th><th class="column-2">&nbsp;</th><th class="column-3">&nbsp;</th><th class="column-4">&nbsp;</th><th class="column-5">&nbsp;</th><th class="column-6">&nbsp;</th><th class="column-7">&nbsp;</th><th class="column-8">&nbsp;</th><th class="column-9">&nbsp;</th><th class="column-10">&nbsp;</th><th class="column-11">&nbsp;</th><th class="column-12">&nbsp;</th><th class="column-13">&nbsp;</th>
</tr>
</thead>
<tbody class="row-hover">
<tr class="row-2 even">
	<td class="column-1">Incoterm 2000</td><td class="column-2">Incoterm 2010</td><td class="column-3">ค่าพิธีการศุลกากรขาออก</td><td class="column-4">ค่าขนส่งถึงท่าเรือขาออก</td><td class="column-5">ค่าขนส่งสินค้าลงจากรถบรรทุก</td><td class="column-6">ค่าขนสินค้าขึ้นเรือบรรทุกสินค้า</td><td class="column-7">ค่าขนส่งทางทะเลหรือทางอากาศ</td><td class="column-8">ค่าประกันภัย</td><td class="column-9">ค่าขนสินค้าลงจากเรือบรรทุกสินค้า</td><td class="column-10">ค่าขนสินค้าขึ้นรถบรรทุก</td><td class="column-11">ค่าขนส่งสินค้าไปยังปลายทาง</td><td class="column-12">ค่าพิธีการศุลกากรขาเข้า</td><td class="column-13">ภาษีนำเข้า</td>
</tr>
<tr class="row-3 odd">
	<td class="column-1">EXW</td><td class="column-2">EXW</td><td class="column-3">ผู้ซื้อสินค้า</td><td class="column-4">ผู้ซื้อสินค้า</td><td class="column-5">ผู้ซื้อสินค้า</td><td class="column-6">ผู้ซื้อสินค้า</td><td class="column-7">ผู้ซื้อสินค้า</td><td class="column-8">ผู้ซื้อสินค้า</td><td class="column-9">ผู้ซื้อสินค้า</td><td class="column-10">ผู้ซื้อสินค้า</td><td class="column-11">ผู้ซื้อสินค้า</td><td class="column-12">ผู้ซื้อสินค้า</td><td class="column-13">ผู้ซื้อสินค้า</td>
</tr>
<tr class="row-4 even">
	<td class="column-1">FCA</td><td class="column-2">FCA</td><td class="column-3">ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-4">ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-5">ผู้ซื้อสินค้า</td><td class="column-6">ผู้ซื้อสินค้า</td><td class="column-7">ผู้ซื้อสินค้า</td><td class="column-8">ผู้ซื้อสินค้า</td><td class="column-9">ผู้ซื้อสินค้า</td><td class="column-10">ผู้ซื้อสินค้า</td><td class="column-11">ผู้ซื้อสินค้า</td><td class="column-12">ผู้ซื้อสินค้า</td><td class="column-13">ผู้ซื้อสินค้า</td>
</tr>
<tr class="row-5 odd">
	<td class="column-1">FAS</td><td class="column-2">FAS</td><td class="column-3">ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-4">ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-5">ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-6">ผู้ซื้อสินค้า</td><td class="column-7">ผู้ซื้อสินค้า</td><td class="column-8">ผู้ซื้อสินค้า</td><td class="column-9">ผู้ซื้อสินค้า</td><td class="column-10">ผู้ซื้อสินค้า</td><td class="column-11">ผู้ซื้อสินค้า</td><td class="column-12">ผู้ซื้อสินค้า</td><td class="column-13">ผู้ซื้อสินค้า</td>
</tr>
<tr class="row-6 even">
	<td class="column-1">FOB</td><td class="column-2">FOB</td><td class="column-3">ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-4">ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-5">ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-6">ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-7">ผู้ซื้อสินค้า</td><td class="column-8">ผู้ซื้อสินค้า</td><td class="column-9">ผู้ซื้อสินค้า</td><td class="column-10">ผู้ซื้อสินค้า</td><td class="column-11">ผู้ซื้อสินค้า</td><td class="column-12">ผู้ซื้อสินค้า</td><td class="column-13">ผู้ซื้อสินค้า</td>
</tr>
<tr class="row-7 odd">
	<td class="column-1">CPT</td><td class="column-2">CPT</td><td class="column-3">ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-4">ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-5">ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-6">ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-7">ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-8">ผู้ซื้อสินค้า</td><td class="column-9">ผู้ซื้อสินค้า</td><td class="column-10">ผู้ซื้อสินค้า</td><td class="column-11">ผู้ซื้อสินค้า</td><td class="column-12">ผู้ซื้อสินค้า</td><td class="column-13">ผู้ซื้อสินค้า</td>
</tr>
<tr class="row-8 even">
	<td class="column-1">CFR</td><td class="column-2">CFR</td><td class="column-3">ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-4">ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-5">ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-6">ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-7">ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-8">ผู้ซื้อสินค้า</td><td class="column-9">ผู้ซื้อสินค้า</td><td class="column-10">ผู้ซื้อสินค้า</td><td class="column-11">ผู้ซื้อสินค้า</td><td class="column-12">ผู้ซื้อสินค้า</td><td class="column-13">ผู้ซื้อสินค้า</td>
</tr>
<tr class="row-9 odd">
	<td class="column-1">CIF</td><td class="column-2">CIF</td><td class="column-3">ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-4">ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-5">ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-6">ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-7">ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-8">ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-9">ผู้ซื้อสินค้า</td><td class="column-10">ผู้ซื้อสินค้า</td><td class="column-11">ผู้ซื้อสินค้า</td><td class="column-12">ผู้ซื้อสินค้า</td><td class="column-13">ผู้ซื้อสินค้า</td>
</tr>
<tr class="row-10 even">
	<td class="column-1">CIP</td><td class="column-2">CIP</td><td class="column-3">ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-4">ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-5">ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-6">ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-7">ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-8">ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-9">ผู้ซื้อสินค้า/ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-10">ผู้ซื้อสินค้า/ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-11">ผู้ซื้อสินค้า</td><td class="column-12">ผู้ซื้อสินค้า</td><td class="column-13">ผู้ซื้อสินค้า</td>
</tr>
<tr class="row-11 odd">
	<td class="column-1">DEQ </td><td class="column-2">DAT</td><td class="column-3">ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-4">ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-5">ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-6">ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-7">ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-8">ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-9">ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-10">ผู้ซื้อสินค้า</td><td class="column-11">ผู้ซื้อสินค้า</td><td class="column-12">ผู้ซื้อสินค้า</td><td class="column-13">ผู้ซื้อสินค้า</td>
</tr>
<tr class="row-12 even">
	<td class="column-1">DAF</td><td class="column-2">DAP</td><td class="column-3">ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-4">ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-5">ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-6">ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-7">ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-8">ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-9">ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-10">ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-11">ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-12">ผู้ซื้อสินค้า</td><td class="column-13">ผู้ซื้อสินค้า</td>
</tr>
<tr class="row-13 odd">
	<td class="column-1">DES</td><td class="column-2"></td><td class="column-3"></td><td class="column-4"></td><td class="column-5"></td><td class="column-6"></td><td class="column-7"></td><td class="column-8"></td><td class="column-9"></td><td class="column-10"></td><td class="column-11"></td><td class="column-12"></td><td class="column-13"></td>
</tr>
<tr class="row-14 even">
	<td class="column-1">DDU</td><td class="column-2"></td><td class="column-3"></td><td class="column-4"></td><td class="column-5"></td><td class="column-6"></td><td class="column-7"></td><td class="column-8"></td><td class="column-9"></td><td class="column-10"></td><td class="column-11"></td><td class="column-12"></td><td class="column-13"></td>
</tr>
<tr class="row-15 odd">
	<td class="column-1">DDP</td><td class="column-2">DDP</td><td class="column-3">ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-4">ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-5">ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-6">ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-7">ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-8">ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-9">ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-10">ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-11">ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-12">ผู้ขายสินค้า</td><td class="column-13">ผู้ขายสินค้า</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<!-- #tablepress-2 from cache -->
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><img class="size-medium wp-image-567 aligncenter" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2014/03/fast-speed-service-300x225.jpg" alt="Fast speed service" width="300" height="225" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>การส่งขนส่งระหว่างประเทศนั้นไม่ว่าจะเป็นทางเรือหรือทางอากาศ หรือที่เราเรียกว่ากันทางแอร์นั้นมักจะอยู่ในอารมณ์นี้กันเลยล่ะค่ะ เพราะมีหลายปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้ เช่น ภัยธรรมชาติ เป็นต้น</p>
<p>และจากตารางข้างต้น ค่าใช้จ่ายโดยสรุปมีดังนี้คือ</p>
<ul>
<li><span style="text-decoration: underline; color: #ff0000;"><span style="text-decoration: underline;">ค่าขนส่งถึงท่าเรือขาออก</span></span></li>
<li><span style="text-decoration: underline; color: #ff0000;"><span style="text-decoration: underline;">ค่าขนส่งสินค้าลงจากรถบรรทุก</span></span></li>
<li><span style="text-decoration: underline; color: #ff0000;"><span style="text-decoration: underline;">ค่าขนสินค้าขึ้นเรือบรรทุกสินค้า</span></span></li>
<li><span style="text-decoration: underline; color: #ff0000;"><span style="text-decoration: underline;">ค่าขนส่งทางทะเลหรือทางอากาศ</span></span></li>
<li><span style="text-decoration: underline; color: #ff0000;"><span style="text-decoration: underline;">ค่าประกันภัย</span></span></li>
<li><span style="text-decoration: underline; color: #ff0000;"><span style="text-decoration: underline;">ค่าขนสินค้าลงจากเรือบรรทุกสินค้า</span></span></li>
<li><span style="text-decoration: underline; color: #ff0000;"><span style="text-decoration: underline;">ค่าขนสินค้าขึ้นรถบรรทุก</span></span></li>
<li><span style="text-decoration: underline; color: #ff0000;"><span style="text-decoration: underline;">ค่าขนส่งสินค้าไปยังปลายทาง</span></span></li>
<li><span style="text-decoration: underline; color: #ff0000;"><span style="text-decoration: underline;">ค่าพิธีการศุลกากรขาเข้า</span></span></li>
<li><span style="text-decoration: underline; color: #ff0000;"><span style="text-decoration: underline;">ภาษีนำเข้า</span></span></li>
</ul>
<p style="text-align: justify;" align="center">น่าจะพอมองภาพออกกันแล้วนะคะว่า ใครต้องทำอะไรกันบ้าง สิ่งสำคัญประการหนึ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง คือ <span style="line-height: 1.5em;">การประภันภัยเพื่อลดภาระอันอาจเกิดจากความเสี่ยงในระหว่างการขนส่ง การเคลื่อนย้ายสินค้าแต่ละขั้นตอน  เนื่องจากการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศมีปริมาณมาก ระยะทางไกล และพนักงานต้องทำงานด้วยความเร่งรีบ</span></p>
<p>ดังนั้น การประภันภัยจึงเป็นเครื่องมือที่จะช่วยลดภาระให้คู่ค้าหากเกิดภัยต่าง ๆ เช่น เกิดพายุให้เรือประสบปัญหาในการเดินเรือ หรือขนส่งล่าช้า  สินค้าเสียหายอันเนื่องจากการ load หรือ unload จากรถฟอรคลิฟท์บ้าง รถบรรถทุกขาดความรอบคอบในการจัดวางสินค้า หรือปกปิดสินค้าให้รัดกุมพอ ดังนั้นปัญหาเหล่านี้จึงเกิดขึ้นได้เสมอ และในแต่ละ term ยังจะแยกย่อยและแตกต่างกันเล็กน้อยในขอบเขตความรับผิดชอบออกไปรายละเอียดอีกด้วยค่ะ</p>
<p>คงจะพอเข้าใจกันมากขึ้นแล้วใช่มั้ยล่ะค่ะ สำหรับ <em><span style="color: #0000ff;">ข้อแตกต่างระหว่าง Incoterm 2000 และ Incoterm 2010 </span></em><strong> </strong></p>
<p>แต่หากยังมีปัญหาคาใจก็อย่าลืมติชม แบ่งปัน ถามคำถาม เพื่อร่วมแสวงหาความรู้ด้วยกันนะคะ หรือลองอ่านบทความ  <a href="http://factoryguideline.com/category/money-for-social/">Incoterm คืออะไร</a> เพื่อสร้างความเข้าใจให้มากยิ่งขึ้นได้นะคะ</p>
<blockquote><p></p>
<h2 style="text-align: center;"><span style="color: #339966;"><strong>ความรู้ ย่อมเกิดจากความใฝ่รู้</strong></span></h2>
<h2 style="text-align: center;"><span style="color: #339966;"><strong>และแสวงหาความรู้ใหม่ ๆ อยู่เสมอ</strong></span></h2>
<h2 style="text-align: center;"><span style="color: #339966;"><strong>เมื่อรู้แล้วก็อย่าลืมแบ่งปัน</strong></span></h2>
<h2 style="text-align: center;"><span style="color: #339966;"><strong>เพราะทุกครั้งที่แบ่งปัน</strong></span></h2>
<h2 style="text-align: center;"><span style="color: #339966;"><strong>ผู้ให้ก็มักจะได้ทักษะใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นเสมอ</strong></span></h2>
<p></p></blockquote>
<h2 style="text-align: center;"></h2>
<h2 style="text-align: center;"></h2>
<p><strong>เครดิต  http://en.wikipedia.org/wiki/Incoterms</strong></p>
<p>&nbsp;</p>
<h4 style="text-align: justify;"><span style="color: #ff0000;"><strong>สนใจเข้าร่วม free workshop ดูรายละเอียดได้จาก <a href="http://factoryguideline.com/?p=1633">link นี้นะคะ</a></strong></span></h4>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://factoryguideline.com/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b8%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%87-incoterm-2000-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0-inco/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
