<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Factory Guideline &#187; กฎใหม่ EU ตลาดเงิน เปิดช่องแบงก์ใหญ่</title>
	<atom:link href="https://factoryguideline.com/tag/%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-eu-%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%ad/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://factoryguideline.com</link>
	<description>factoryguideline.com ครบเครื่องเรื่องอุตสาหกรรม</description>
	<lastBuildDate>Tue, 15 Oct 2019 16:36:41 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.2.38</generator>
	<item>
		<title>กฎใหม่ EU ตลาดเงิน เปิดช่องแบงก์ใหญ่</title>
		<link>https://factoryguideline.com/%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-eu-%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%ad/</link>
		<comments>https://factoryguideline.com/%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-eu-%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 19 Apr 2014 15:08:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Nongluck Boonsook]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[มีอะไรในปี 2556]]></category>
		<category><![CDATA[กฎใหม่ EU ตลาดเงิน เปิดช่องแบงก์ใหญ่]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://factoryguideline.com/?p=1650</guid>
		<description><![CDATA[นปี 2551 เป็นต้นมาทวีปยุโรปต้องประสบกับวิกฤตหนี้สิ้น ที่สร้างความวุ่นวายตั้งแต่ฝ่ายบริหารประเทศถึงประชาชนทั่วไป กลุ่มสมาชิกสหภาพยุโรป หรือ ยูอี ได้มีการพูดคุยในประเด็นการยกเครื่อง กฎที่ใช้ร่วมกันในตลาดการเงิน เพื่อพัฒนาตลาดการเงินให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของเศรษฐกิจ และได้บรรลุข้อตกลงร่วมกัน ที่ใช้ชื่อว่า MIFID (Markets in Financial Instruments Directive) นับเป็นก้าวสำคัญในการออกกฎการเงินให้รัดกุมมากขึ้น &#8220;กฎดังกล่าวจะเป็นกุญแจดอกสำคัญ ไขไปสู่การสร้างรากฐานที่มั่นคงกว่าเดิม เสรีมากขึ้น มีความรับผิดชอบต่อระบบการเงินมากขึ้น และเป็นการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักลงทุนในช่วงวิกฤตอีกด้วย&#8221; นายแบร์นิเออร์กล่าว กฎนี้เน้นลดความเสี่ยงในการซื้อขายภายในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ พร้อมกับเพิ่มข้อกำหนดกฎเกณฑ์ให้กับ &#8220;High Frequency Trading&#8221; หรือธุรกรรม &#8220;เทรดความถี่สูง&#8221; ที่เป็นการส่งคำสั่งซื้อขายโดยคอมพิวเตอร์โดยไม่ต้องอาศัยคำสั่งจากมนุษย์ เพื่อที่จะปกป้องนักลงทุน และป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับตลาด ยังบังคับให้บริษัทต่าง ๆ จัดส่งข้อมูลการเทรดให้กับยูอีเพื่อความโปร่งใส่ และบังคับห้างร้านให้ใช้เครื่องมือการซื้อขายทางการเงินในตลาดให้สอดคล้องกับการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ หากมีการเคลือบแคลงว่าการออกกฎนี้ขึ้น จะเป็นการเปิดช่องทางให้บริษัทใหญ่สัญชาติยูอีหลบเลี่ยงกฎข้อบังคับหรือไม่ เนื่องจากกฎใหม่นี้จะผลักดันให้การค้าเกือบทั้งหมดทั้งปวงเข้าไปอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ พันธบัตร และตลาดอนุพันธ์ ซึ่งส่วนใหญ่จะต้องเปิดเผยข้อมูลทรัพย์สินและกิจกรรมทางการค้าให้กับผู้กำกับดูแล โดยประโยชน์จะตกกับธนาคารรายใหญ่ที่ใช้ช่องทางนี้และการให้บริการในการซื้อขายประเภท &#8220;Dark Pools&#8221; ที่เป็นการซื้อขายแบบลอตใหญ่ และจะไม่เปิดเผยตัวตนผู้ส่งคำสั่งซื้อขายจนกว่าคำสั่งจะจับคู่เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากในกฎใหม่ด้านการค้าขายครั้งนี้ อียูจะเข้มงวดมากขึ้นในการใช้ข้อยกเว้นต่าง ๆ และอาจทำให้ผู้ค้าหันหน้ามาใช้ประโยชน์ผ่านวิธีการดังกล่าวมากขึ้น ต้องรอดูกันต่อไปว่าเมื่อกฎนี้ได้ใช้จริงแล้ว จะมีช่องว่างเล็ก ๆ ที่ทำให้เกิดประโยชน์ต่อหน่วยงานใหญ่ ๆ ตามการคาดการณ์หรือไม่ หากเกิดขึ้นจริง ผู้ค้ารายย่อยมีสิทธิ์ล้มก่อนได้ง่าย ๆ ขอบคุณข้อมูลจาก : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><span style="font-size: 14px; line-height: 1.5em;"><span class="dropcap "><span style="color: #ffffff;"><strong>ใ</strong></span></span>นปี 2551 เป็นต้นมาทวีปยุโรปต้องประสบกับวิกฤตหนี้สิ้น ที่สร้างความวุ่นวายตั้งแต่ฝ่ายบริหารประเทศถึงประชาชนทั่วไป กลุ่มสมาชิกสหภาพยุโรป หรือ ยูอี ได้มีการพูดคุยในประเด็นการยกเครื่อง กฎที่ใช้ร่วมกันในตลาดการเงิน เพื่อพัฒนาตลาดการเงินให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของเศรษฐกิจ และได้บรรลุข้อตกลงร่วมกัน ที่ใช้ชื่อว่า <span style="color: #008080;"><em>MIFID (Markets in Financial Instruments Directive)</em></span> นับเป็นก้าวสำคัญในการออกกฎการเงินให้รัดกุมมากขึ้น</span></p>
<p style="text-align: justify;">&#8220;กฎดังกล่าวจะเป็นกุญแจดอกสำคัญ ไขไปสู่การสร้างรากฐานที่มั่นคงกว่าเดิม เสรีมากขึ้น มีความรับผิดชอบต่อระบบการเงินมากขึ้น และเป็นการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักลงทุนในช่วงวิกฤตอีกด้วย&#8221; นายแบร์นิเออร์กล่าว</p>
<p style="text-align: justify;">กฎนี้เน้นลดความเสี่ยงในการซื้อขายภายในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ พร้อมกับเพิ่มข้อกำหนดกฎเกณฑ์ให้กับ &#8220;High Frequency Trading&#8221; หรือธุรกรรม &#8220;เทรดความถี่สูง&#8221; ที่เป็นการส่งคำสั่งซื้อขายโดยคอมพิวเตอร์โดยไม่ต้องอาศัยคำสั่งจากมนุษย์ เพื่อที่จะปกป้องนักลงทุน และป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับตลาด ยังบังคับให้บริษัทต่าง ๆ จัดส่งข้อมูลการเทรดให้กับยูอีเพื่อความโปร่งใส่ และบังคับห้างร้านให้ใช้เครื่องมือการซื้อขายทางการเงินในตลาดให้สอดคล้องกับการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์</p>
<p style="text-align: justify;">หากมีการเคลือบแคลงว่าการออกกฎนี้ขึ้น จะเป็นการเปิดช่องทางให้บริษัทใหญ่สัญชาติยูอีหลบเลี่ยงกฎข้อบังคับหรือไม่ เนื่องจากกฎใหม่นี้จะผลักดันให้การค้าเกือบทั้งหมดทั้งปวงเข้าไปอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ พันธบัตร และตลาดอนุพันธ์ ซึ่งส่วนใหญ่จะต้องเปิดเผยข้อมูลทรัพย์สินและกิจกรรมทางการค้าให้กับผู้กำกับดูแล โดยประโยชน์จะตกกับธนาคารรายใหญ่ที่ใช้ช่องทางนี้และการให้บริการในการซื้อขายประเภท &#8220;Dark Pools&#8221; ที่เป็นการซื้อขายแบบลอตใหญ่ และจะไม่เปิดเผยตัวตนผู้ส่งคำสั่งซื้อขายจนกว่าคำสั่งจะจับคู่เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากในกฎใหม่ด้านการค้าขายครั้งนี้ อียูจะเข้มงวดมากขึ้นในการใช้ข้อยกเว้นต่าง ๆ และอาจทำให้ผู้ค้าหันหน้ามาใช้ประโยชน์ผ่านวิธีการดังกล่าวมากขึ้น</p>
<p style="text-align: justify;">ต้องรอดูกันต่อไปว่าเมื่อกฎนี้ได้ใช้จริงแล้ว จะมีช่องว่างเล็ก ๆ ที่ทำให้เกิดประโยชน์ต่อหน่วยงานใหญ่ ๆ ตามการคาดการณ์หรือไม่ หากเกิดขึ้นจริง ผู้ค้ารายย่อยมีสิทธิ์ล้มก่อนได้ง่าย ๆ</p>
<p style="text-align: justify;">ขอบคุณข้อมูลจาก : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://factoryguideline.com/%e0%b8%81%e0%b8%8e%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b9%88-eu-%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
