<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Factory Guideline &#187; การเปลี่ยนแปลที่คุณทำขึ้นจะหายไปถ้าคุณออกไปจากหน้านี้Are you sure you want to leave this page?</title>
	<atom:link href="https://factoryguideline.com/tag/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%82/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://factoryguideline.com</link>
	<description>factoryguideline.com ครบเครื่องเรื่องอุตสาหกรรม</description>
	<lastBuildDate>Tue, 15 Oct 2019 16:36:41 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.2.38</generator>
	<item>
		<title>พักการเจรจาเพื่อหา solution</title>
		<link>https://factoryguideline.com/%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b8%b2-solution/</link>
		<comments>https://factoryguideline.com/%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b8%b2-solution/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 23 Apr 2014 17:36:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Nongluck Boonsook]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[ปากเป็นเอก]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนแปลที่คุณทำขึ้นจะหายไปถ้าคุณออกไปจากหน้านี้Are you sure you want to leave this page?]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://factoryguideline.com/?p=1689</guid>
		<description><![CDATA[กการเจรจา เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับทุกเวที ไม่ว่าจะเป็นการหาข้อสรุปในการทำธุรกิจร่วมกัน ความขัดแย้ง หรือปัญหาใด ๆ ก็ตาม ถามว่าทำไม? คนอยู่นอกเวทีอาจจะไม่เข้าใจ แต่ในฐานะคนวงใน ผ่านเหตุการณ์แบบนี้มาบ่อย เลยเก็บมาเล่าให้ฟังก่อนหน่อยแล้วกันค่ะ มีเหตุการณ์หนึ่งที่ประทับใจมาก เรามีกรณีที่ตกลงหาข้อสรุปกันไม่ได้ ประเด็นหลักก็เป็นเรื่องเงินกับ scope การทำงานไม่ค่อยเคลียร์ ทุกคนจึงวางตำแหน่งที่ตัวเองจะเสียเปรียบเทียบไม่ได้ เพราะต่างต้องรักษาผลประโยชน์ขององค์กร มิใช่นั้นก็จะกลายเป็นเหมือนบกพร่องต่อหน้าที่ จนบางครั้งลืมไปว่า หากต่างคนต่างยืนอยู่ที่จุดเดิม โดยไม่ยอมขยับแม้แต่น้อย deal หรือข้อตกลงใหม่ ๆ ไม่อาจจะเกิดขึ้นได้เลย เราอาจจะต้องขยับซ้าย ขวา หน้า หลัง เพื่อให้วงที่พวกเราขีดไว้มีที่ให้เราทั้งคู่ยืนอยู่ได้ด้วยกันแบบสบาย ๆ ไม่มีใครตกขอบ หรือยืนตัวลีบ ตัวเกร็ง แต่เพื่อนอีกคนยืนเบ่งพุงบาน การเจรจารอบนั้นเราอยู่ในสถานการณ์ที่เคร่งเครียด ไม่มีใครยอมถอย สีหน้า อาการ บ่งบอกถึงความตึงเครียด ตอนนั้นนายใหญ่มันมามองเราแล้วก็พูดออกมาว่า “ไม่ได้เสริ์ฟน้ำกับกาแฟแขกเหรอ เราก็ผายมือไปทางด้านข้างว่าเตรียมไว้แล้วค่ะ แต่ทุกคนเคร่งเครียดกันจนไม่มีใครสนใจ” “เดี๋ยวเราดื่มน้ำชา กาแฟ กันก่อนแล้วกัน” แค่สองประโยคนี้ เกมส์การเจรจาเปลี่ยน และพลิกผันในบัดดล เหมือนการพักรบให้ทุกคนได้ผ่อนคลาย ได้คิด ได้ไตร่ตรอง ทั้งสองฝ่ายได้คุยกันมากขึ้น เปิดพื้นที่ส่วนตัว เพราะตอนนี้ดื่มกาแฟก็จะคุยในเรื่องที่เบาลง สารทุกข์สุกดิบ แทนที่จะคาดคั้นกันในเป้าหมายที่ต่างคนต่างต้องการ คู่เจรจาแฮปปี้มาก เห็นได้ชัดว่าเขารู้สึกยกภูเขาออกจากอก เพราะตอนนั้นเขาอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องตอบคำถามเราในบางประเด็นที่ ยอมรับว่ายาก และบางจุดก็ไม่ชัดเจน แต่เราเองก็มีประเด็นที่ไม่ชัดเจนเช่นกัน ทำให้ต่างฝ่ายต่างได้มาคุยกันมากขึ้น กาแฟแก้วนี้ดื่มกันยาวนานมาก แต่ก็คุ้มค่ากับการรอคอย เพราะทุกคนกลับมาแบบมี new idea และ new solution จนหัวัหน้าทีมของฝ่ายคู่เจรจาพูดออกมาเลยว่า relationship ที่เราสร้างขึ้นเมื่อตอน พักการเจรจา ทำให้เรามีสิ่งที่จะนำเสนอดังต่อไปนี้…… หลัง่จากนั้นทุกอย่างพลิกจากความเคร่งเครียดเป็นบรรยากาศของการ compromise ช่วยกันคิด แบ่งปันกันรับผิดชอบ พูดคุยกันด้วยอัธยาศัยไมตรี เพราะต่างคนต่างรู้ว่า เป้าหมายของพวกเราคือ การพักเจรจา เพื่อต้องการหา solution เมื่อทุกคนมายืนอยู่จุดนี้ ทุกอย่างกลายเป็นง่ายไปหมด กว่าหลายชั่วโมงที่ผ่านไป อาจจะดูยาวนาน แต่มิได้ผ่านได้แบบเปล่าประโยชน์ พวกเราว่าเกือบสิบคนได้เรียนรู้ว่า การพักการเจรจา  ในวินาทีนั้นเป็นการตัดสินใจที่ช่างชาญฉลาด และเหมาะเจาะกับเวลาพอดิบพอดี ไม่ปล่อยให้เลยไปถึงจุดที่เราคุยกันไม่รู้เรื่องแล้ว ตอนนี้ก็จะยากและเสียเวลามากเกินไป การได้อยู่ในสถานการณ์แบบนี้ช่างเป็นการเก็บเกี่ยวชั่วโมงบินที่หาที่ไหนไม่ได้จริง ๆ มีคุณค่าทั้งเรื่องการตัดสินใจ เทคนิคการพูดคุย อีกทั้งเรื่องภาษาก็เป็นเรื่องสำคัญ ปกติเราใช้ภาษาอังกฤษในการสนทนากับต่างชาติเพราะถือว่าเป็นภาษากลาง ในท่วงทำนองเราก็อาจจะใช้ภาษาของเจ้าของภาษาเพื่อให้เขารู้สึกว่าเราเข้าถึงวัฒนธรรมและเข้าใจเขามากขึ้น เป็นอีกเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ไม่ควรละเลย โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่น มักชอบใจหากเราสามารถทักทาย กล่าวขอบคุณ กล่าวขอโทษเป็นภาษาญี่ปุ่นได้ Case study สำหรับการ พักการเจรจา นี้ น่าจะเป็นอีกแนวทางหนึ่งให้เพื่อน ๆ ได้ใช้ในหลาย ๆ เวทีกันนะคะ เพราะไม่ว่าจะเป็นกรณีใด ๆ สุดท้าย the best solution หรือการเจรจาค่ะ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><span class="dropcap dropcap1 "><span style="color: #ffffff;">พั</span></span><b style="line-height: 1.5em;"><i>กการเจรจา</i></b><span style="line-height: 1.5em;"> เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับทุกเวที ไม่ว่าจะเป็นการหาข้อสรุปในการทำธุรกิจร่วมกัน ความขัดแย้ง หรือปัญหาใด ๆ ก็ตาม</span></p>
<h2 style="text-align: justify;"><span style="color: #000080;">ถามว่าทำไม?</span></h2>
<p style="text-align: justify;">คนอยู่นอกเวทีอาจจะไม่เข้าใจ แต่ในฐานะคนวงใน ผ่านเหตุการณ์แบบนี้มาบ่อย เลยเก็บมาเล่าให้ฟังก่อนหน่อยแล้วกันค่ะ มีเหตุการณ์หนึ่งที่ประทับใจมาก เรามีกรณีที่ตกลงหาข้อสรุปกันไม่ได้ ประเด็นหลักก็เป็นเรื่องเงินกับ scope การทำงานไม่ค่อยเคลียร์ ทุกคนจึงวางตำแหน่งที่ตัวเองจะเสียเปรียบเทียบไม่ได้ เพราะต่างต้องรักษาผลประโยชน์ขององค์กร มิใช่นั้นก็จะกลายเป็นเหมือนบกพร่องต่อหน้าที่ จนบางครั้งลืมไปว่า หากต่างคนต่างยืนอยู่ที่จุดเดิม โดยไม่ยอมขยับแม้แต่น้อย deal หรือข้อตกลงใหม่ ๆ ไม่อาจจะเกิดขึ้นได้เลย เราอาจจะต้องขยับซ้าย ขวา หน้า หลัง เพื่อให้วงที่พวกเราขีดไว้มีที่ให้เราทั้งคู่ยืนอยู่ได้ด้วยกันแบบสบาย ๆ ไม่มีใครตกขอบ หรือยืนตัวลีบ ตัวเกร็ง แต่เพื่อนอีกคนยืนเบ่งพุงบาน</p>
<p style="text-align: justify;">การเจรจารอบนั้นเราอยู่ในสถานการณ์ที่เคร่งเครียด ไม่มีใครยอมถอย สีหน้า อาการ บ่งบอกถึงความตึงเครียด ตอนนั้นนายใหญ่มันมามองเราแล้วก็พูดออกมาว่า “ไม่ได้เสริ์ฟน้ำกับกาแฟแขกเหรอ เราก็ผายมือไปทางด้านข้างว่าเตรียมไว้แล้วค่ะ แต่ทุกคนเคร่งเครียดกันจนไม่มีใครสนใจ” “เดี๋ยวเราดื่มน้ำชา กาแฟ กันก่อนแล้วกัน” แค่สองประโยคนี้ เกมส์การเจรจาเปลี่ยน และพลิกผันในบัดดล เหมือนการพักรบให้ทุกคนได้ผ่อนคลาย ได้คิด ได้ไตร่ตรอง ทั้งสองฝ่ายได้คุยกันมากขึ้น เปิดพื้นที่ส่วนตัว เพราะตอนนี้ดื่มกาแฟก็จะคุยในเรื่องที่เบาลง สารทุกข์สุกดิบ แทนที่จะคาดคั้นกันในเป้าหมายที่ต่างคนต่างต้องการ</p>
<p style="text-align: justify;"><img class="aligncenter size-full wp-image-1535" alt="coffee refill. cup of fresh espresso, view from above" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2014/04/bigstock-coffee-refill-cup-of-fresh-es-47132527.jpg" width="900" height="900" /></p>
<p style="text-align: justify;">คู่เจรจาแฮปปี้มาก เห็นได้ชัดว่าเขารู้สึกยกภูเขาออกจากอก เพราะตอนนั้นเขาอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องตอบคำถามเราในบางประเด็นที่ ยอมรับว่ายาก และบางจุดก็ไม่ชัดเจน แต่เราเองก็มีประเด็นที่ไม่ชัดเจนเช่นกัน ทำให้ต่างฝ่ายต่างได้มาคุยกันมากขึ้น</p>
<p style="text-align: justify;">กาแฟแก้วนี้ดื่มกันยาวนานมาก แต่ก็คุ้มค่ากับการรอคอย เพราะทุกคนกลับมาแบบมี new idea และ new solution จนหัวัหน้าทีมของฝ่ายคู่เจรจาพูดออกมาเลยว่า relationship ที่เราสร้างขึ้นเมื่อตอน <span style="color: #ff9900;"><b><i>พักการเจรจา</i></b></span> ทำให้เรามีสิ่งที่จะนำเสนอดังต่อไปนี้……</p>
<p style="text-align: justify;">หลัง่จากนั้นทุกอย่างพลิกจากความเคร่งเครียดเป็นบรรยากาศของการ compromise ช่วยกันคิด แบ่งปันกันรับผิดชอบ พูดคุยกันด้วยอัธยาศัยไมตรี เพราะต่างคนต่างรู้ว่า เป้าหมายของพวกเราคือ <span style="color: #000080;"><strong><span style="text-decoration: underline;"><span style="text-decoration: underline;"><i>การพักเจรจา เพื่อต้องการหา </i><i>solution</i> </span></span></strong></span>เมื่อทุกคนมายืนอยู่จุดนี้ ทุกอย่างกลายเป็นง่ายไปหมด</p>
<p style="text-align: justify;">กว่าหลายชั่วโมงที่ผ่านไป อาจจะดูยาวนาน แต่มิได้ผ่านได้แบบเปล่าประโยชน์ พวกเราว่าเกือบสิบคนได้เรียนรู้ว่า <span style="color: #ff9900;"><b><i>การพักการเจรจา </i></b> </span>ในวินาทีนั้นเป็นการตัดสินใจที่ช่างชาญฉลาด และเหมาะเจาะกับเวลาพอดิบพอดี ไม่ปล่อยให้เลยไปถึงจุดที่เราคุยกันไม่รู้เรื่องแล้ว ตอนนี้ก็จะยากและเสียเวลามากเกินไป</p>
<p style="text-align: justify;">การได้อยู่ในสถานการณ์แบบนี้ช่างเป็นการเก็บเกี่ยวชั่วโมงบินที่หาที่ไหนไม่ได้จริง ๆ มีคุณค่าทั้งเรื่องการตัดสินใจ เทคนิคการพูดคุย อีกทั้งเรื่องภาษาก็เป็นเรื่องสำคัญ ปกติเราใช้ภาษาอังกฤษในการสนทนากับต่างชาติเพราะถือว่าเป็นภาษากลาง ในท่วงทำนองเราก็อาจจะใช้ภาษาของเจ้าของภาษาเพื่อให้เขารู้สึกว่าเราเข้าถึงวัฒนธรรมและเข้าใจเขามากขึ้น เป็นอีกเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ไม่ควรละเลย โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่น มักชอบใจหากเราสามารถทักทาย กล่าวขอบคุณ กล่าวขอโทษเป็นภาษาญี่ปุ่นได้</p>
<p style="text-align: justify;">Case study สำหรับการ <span style="color: #ff9900;"><b><i>พักการเจรจา</i></b></span> นี้ น่าจะเป็นอีกแนวทางหนึ่งให้เพื่อน ๆ ได้ใช้ในหลาย ๆ เวทีกันนะคะ เพราะไม่ว่าจะเป็นกรณีใด ๆ สุดท้าย the best solution หรือการเจรจาค่ะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://factoryguideline.com/%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b8%b2-solution/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
