<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Factory Guideline &#187; การ Coaching</title>
	<atom:link href="https://factoryguideline.com/tag/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-coaching/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://factoryguideline.com</link>
	<description>factoryguideline.com ครบเครื่องเรื่องอุตสาหกรรม</description>
	<lastBuildDate>Tue, 15 Oct 2019 16:36:41 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.2.38</generator>
	<item>
		<title>การ Coaching เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้อย่างไร?</title>
		<link>https://factoryguideline.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-coaching-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b9%83%e0%b8%99/</link>
		<comments>https://factoryguideline.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-coaching-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b9%83%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 20 Dec 2015 16:44:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Nongluck Boonsook]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Job Opportunity]]></category>
		<category><![CDATA[Training Trip]]></category>
		<category><![CDATA[การ Coaching]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://factoryguideline.com/?p=2838</guid>
		<description><![CDATA[ สำคัญอย่างไร? &#160; วันนี้มีโอกาสได้ไปพบเพื่อนที่เป็น Coach และ NLP Trainer คนหนึ่ง ซึ่งก่อนหน้านี้เราก็เล่าปัญหาที่เราพบกับทีมงานให้ Coach ฟังว่า เรามีแผนจะ promote พนักงานคนหนึ่ง ที่ผ่านมาก็รับผิดชอบได้ดีระดับหนึ่ง แต่ก็ยังมีบางประเด็นที่ยังไม่ประสบความสำเร็จ เราเองก็พยายามหลายวิธี แต่ก็ยังไม่ได้ผลเท่าที่ควร ด้วยเวลาอันจำกัดที่เรามีแผนจะขยายงานอื่นอีกมากมาย ดังนั้นต้องเร่งเพิ่มประสิทธิภาพพนักงานคนนี้ให้สามารถแบ่งเบาภาระเราให้ได้ในเวลาอันใกล้ และแล้วบทสนทนาของการ coaching ก็เริ่มขึ้น &#160; Coach จะถามไปเรื่อย ๆ ถึงวิธีการที่เราทำอยู่โดยละเอียดพอควร เป้าหมายที่ต้องการ การวัดผล กรอบเวลาในการทำงาน อุปสรรค โอกาส  Action plan เป็นอย่างไร ส่วนเราก็มีหน้าที่ตอบสิ่งที่ Coach ถาม ไปเรื่อย ๆ ในแต่ละคำถาม ช่วงแรก ๆ ก็อาจจะรู้สึกอัดอัดบ้าง เพราะบางคำถามเราตอบเขาไม่ได้ชัดเจนทั้งเรื่องเป้าหมาย การวัดผล  และประเด็นไหนที่เราตอบไม่ได้ หรือเป้าหมายไม่ชัด เขาจะวนกลับมาถามคำถามเดิม หากว่าเรายังไม่สามารถหาคำตอบได้ เขาก็จะแนะเล็ก ๆ จนเราสามารถตอบได้ชัดเจน &#160; เวลาผ่านไปชั่วโมงกว่า สิ่งที่สรุปได้กลับน่าทึ่งมาก เพื่อน ๆ อาจจะสงสัยว่าแค่การถามตอบกันแค่นี้จะน่าทึ่งอย่างไร ที่บอกว่าน่าทึ่งคือ เราเห็นปัญหาที่ผ่านมาและกำหนดเป้าหมายได้ชัดขึ้น อาจจะยกตัวอย่างสิ่งที่ได้เรียนรู้วันนี้จากการ coaching คือ &#160; Goal หรือเป้าหมายไม่ชัดเจน Time line หรือ Time frame ไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจน Measurement วิธีการปัจจุบันวัดผลยาก Training มีการ training ให้ไปแล้วระดับหนึ่ง แต่น่าจะยังไม่พอสำหรับงานที่พนักงานท่านนี้ที่ยังไม่คุ้นเคย หรือไม่มีประสบการณ์ Baby step หรือการเริ่มจากจุดเล็กๆ รวมถึงการเริ่มต้นให้ เราเริ่มบางส่วนไปบ้างแล้ว เช่น ทำ template ให้ เพื่อนำไปใช้ต่อข้อนี้ดีอยู่แล้วให้รักษาไว้ การเข้าถึงพนักงานยังน้อยเกินไป ต้องจัดเวลาบางส่วนไปมีส่วนร่วมกับพนักงานให้มากขึ้น ประยุกต์วิธีการให้ง่ายและเหมาะสมกับพนักงานให้มากขึ้น &#160; ถ้าจะให้อธิบายง่าย ๆ มันก็เหมือนเรานั่งเล่าปัญหาให้ผู้เชี่ยวชาญฟังว่าปัจจุบันเราจัดการอย่างไร แต่เขาจะมีเทคนิคในการถาม โดยตีกรอบคำถามเพื่อให้เราสามารถสร้างความชัดเจนเหมือนที่อธิบายมาแล้วเบื้องต้น แล้วก็เราอีกนั่นแหละที่จะต้องเป็นคนทำให้สิ่งที่ไม่ชัดเจน ชัดเจนขึ้นด้วยเทคนิคการถามอีกเช่นกัน พอเราเริ่มเห็นปัญหาและเป้าหมายชัดขึ้น เราก็จะเริ่มมองเห็นทางออกมาพร้อม ๆ กันด้วย แทบไม่เชื่อว่า การ coaching จะมีประสิทธิภาพขนาดนี้ แต่เป็นไปแล้วจริง ๆ จากปัญหาข้างต้น สิ่งที่เรากำหนด action plan คือ &#160; Smart goal คือเป้าหมายนอกจากชัดเจนแล้วต้องมีประสิทธิภาพในการนำไปปฏิบัติ กำหนดกรอบเวลาแล้วเสร็จ วิธีการวัดผลที่เป็นรูปธรรม เช่น รายงาน หรือการจดบันทึกต่าง ๆ เพิ่มการ training คือทำไปด้วยกันเพื่อให้เกิดความเข้าใจมากขึ้น &#160; พอเสร็จการ coaching Coach ได้ทำ debrief หรือ สรุปการทำ coaching ที่ทำไป ชี้ให้เห็นจุดต่างๆ และ train เทคนิคของการทำ coaching ให้ด้วย หลังจากกลับมาเราต้องมาทำ action plan และทดลอง coaching ทีมงานด้วยตัวเอง เพื่อทดสอบวิธีการที่เราได้รับมา อาจจะไม่ได้มืออาชีพแบบ Coach แต่อย่างน้อยที่สุดทำให้เราปรับวิธีการให้ smart ขึ้นนั่นเองค่ะ &#160; แล้วจะมาเล่าให้ฟังนะคะว่าพอทำไปแล้วได้ผลอย่างไรกันบ้าง &#160;]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<h2 style="text-align: left;"><span class="dropcap dropcap1 ">C</span><span class="dropcap dropcap1 ">O</span><span class="dropcap dropcap1 ">A</span><span class="dropcap dropcap1 ">C</span><span class="dropcap dropcap1 ">H</span><span class="dropcap dropcap1 ">I</span><span class="dropcap dropcap1 ">N</span><span class="dropcap dropcap1 ">G</span> <strong>สำคัญอย่างไร?</strong></h2>
<p>&nbsp;</p>
<p>วันนี้มีโอกาสได้ไปพบเพื่อนที่เป็น <span style="color: #000080;"><strong>Coach และ NLP Trainer</strong> </span>คนหนึ่ง ซึ่งก่อนหน้านี้เราก็เล่าปัญหาที่เราพบกับทีมงานให้ <span style="color: #000080;"><strong>Coach</strong></span> ฟังว่า เรามีแผนจะ promote พนักงานคนหนึ่ง ที่ผ่านมาก็รับผิดชอบได้ดีระดับหนึ่ง แต่ก็ยังมีบางประเด็นที่ยังไม่ประสบความสำเร็จ เราเองก็พยายามหลายวิธี แต่ก็ยังไม่ได้ผลเท่าที่ควร ด้วยเวลาอันจำกัดที่เรามีแผนจะขยายงานอื่นอีกมากมาย ดังนั้นต้องเร่งเพิ่มประสิทธิภาพพนักงานคนนี้ให้สามารถแบ่งเบาภาระเราให้ได้ในเวลาอันใกล้ และแล้วบทสนทนาของ<span style="color: #000080;"><strong>การ coaching</strong> </span>ก็เริ่มขึ้น</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #000080;"><strong>Coach</strong></span> จะถามไปเรื่อย ๆ ถึงวิธีการที่เราทำอยู่โดยละเอียดพอควร เป้าหมายที่ต้องการ การวัดผล กรอบเวลาในการทำงาน อุปสรรค โอกาส  Action plan เป็นอย่างไร ส่วนเราก็มีหน้าที่ตอบสิ่งที่ <span style="color: #000080;"><strong>Coach</strong> </span>ถาม ไปเรื่อย ๆ ในแต่ละคำถาม ช่วงแรก ๆ ก็อาจจะรู้สึกอัดอัดบ้าง เพราะบางคำถามเราตอบเขาไม่ได้ชัดเจนทั้งเรื่องเป้าหมาย การวัดผล  และประเด็นไหนที่เราตอบไม่ได้ หรือเป้าหมายไม่ชัด เขาจะวนกลับมาถามคำถามเดิม หากว่าเรายังไม่สามารถหาคำตอบได้ เขาก็จะแนะเล็ก ๆ จนเราสามารถตอบได้ชัดเจน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เวลาผ่านไปชั่วโมงกว่า สิ่งที่สรุปได้กลับน่าทึ่งมาก เพื่อน ๆ อาจจะสงสัยว่าแค่การถามตอบกันแค่นี้จะน่าทึ่งอย่างไร ที่บอกว่าน่าทึ่งคือ เราเห็นปัญหาที่ผ่านมาและกำหนดเป้าหมายได้ชัดขึ้น อาจจะยกตัวอย่างสิ่งที่ได้เรียนรู้วันนี้จาก<strong><span style="color: #000080;">การ coaching</span> </strong>คือ</p>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li>Goal หรือเป้าหมายไม่ชัดเจน</li>
<li>Time line หรือ Time frame ไม่ได้กำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจน</li>
<li>Measurement วิธีการปัจจุบันวัดผลยาก</li>
<li>Training มีการ training ให้ไปแล้วระดับหนึ่ง แต่น่าจะยังไม่พอสำหรับงานที่พนักงานท่านนี้ที่ยังไม่คุ้นเคย หรือไม่มีประสบการณ์</li>
<li>Baby step หรือการเริ่มจากจุดเล็กๆ รวมถึงการเริ่มต้นให้ เราเริ่มบางส่วนไปบ้างแล้ว เช่น ทำ template ให้ เพื่อนำไปใช้ต่อข้อนี้ดีอยู่แล้วให้รักษาไว้</li>
<li>การเข้าถึงพนักงานยังน้อยเกินไป ต้องจัดเวลาบางส่วนไปมีส่วนร่วมกับพนักงานให้มากขึ้น</li>
<li>ประยุกต์วิธีการให้ง่ายและเหมาะสมกับพนักงานให้มากขึ้น</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p><img class="aligncenter size-medium wp-image-2768" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2015/11/shutterstock_302376731-300x200.jpg" alt="shutterstock_302376731" width="300" height="200" /></p>
<p>ถ้าจะให้อธิบายง่าย ๆ มันก็เหมือนเรานั่งเล่าปัญหาให้ผู้เชี่ยวชาญฟังว่าปัจจุบันเราจัดการอย่างไร แต่เขาจะมีเทคนิคในการถาม โดยตีกรอบคำถามเพื่อให้เราสามารถสร้างความชัดเจนเหมือนที่อธิบายมาแล้วเบื้องต้น แล้วก็เราอีกนั่นแหละที่จะต้องเป็นคนทำให้สิ่งที่ไม่ชัดเจน ชัดเจนขึ้นด้วยเทคนิคการถามอีกเช่นกัน พอเราเริ่มเห็นปัญหาและเป้าหมายชัดขึ้น เราก็จะเริ่มมองเห็นทางออกมาพร้อม ๆ กันด้วย แทบไม่เชื่อว่า <span style="color: #000080;"><strong>การ coaching</strong> </span>จะมีประสิทธิภาพขนาดนี้ แต่เป็นไปแล้วจริง ๆ จากปัญหาข้างต้น สิ่งที่เรากำหนด action plan คือ</p>
<p>&nbsp;</p>
<ul>
<li>Smart goal คือเป้าหมายนอกจากชัดเจนแล้วต้องมีประสิทธิภาพในการนำไปปฏิบัติ</li>
<li>กำหนดกรอบเวลาแล้วเสร็จ</li>
<li>วิธีการวัดผลที่เป็นรูปธรรม เช่น รายงาน หรือการจดบันทึกต่าง ๆ</li>
<li>เพิ่มการ training คือทำไปด้วยกันเพื่อให้เกิดความเข้าใจมากขึ้น</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p>พอเสร็จการ coaching Coach ได้ทำ debrief หรือ สรุปการทำ coaching ที่ทำไป ชี้ให้เห็นจุดต่างๆ และ train เทคนิคของการทำ coaching ให้ด้วย</p>
<p>หลังจากกลับมาเราต้องมาทำ action plan และทดลอง coaching ทีมงานด้วยตัวเอง เพื่อทดสอบวิธีการที่เราได้รับมา อาจจะไม่ได้มืออาชีพแบบ<span style="color: #000080;"><strong> Coach</strong> </span>แต่อย่างน้อยที่สุดทำให้เราปรับวิธีการให้ smart ขึ้นนั่นเองค่ะ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แล้วจะมาเล่าให้ฟังนะคะว่าพอทำไปแล้วได้ผลอย่างไรกันบ้าง</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://factoryguideline.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-coaching-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b9%83%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
