<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Factory Guideline &#187; ก๊าซอุตสาหกรรมในประเทศไทย</title>
	<atom:link href="https://factoryguideline.com/tag/%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%b2%e0%b8%8b%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://factoryguideline.com</link>
	<description>factoryguideline.com ครบเครื่องเรื่องอุตสาหกรรม</description>
	<lastBuildDate>Tue, 15 Oct 2019 16:36:41 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.2.38</generator>
	<item>
		<title>ปัญหาของธุรกิจก๊าซมีอะไรบ้าง?</title>
		<link>https://factoryguideline.com/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%b2%e0%b8%8b%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b0/</link>
		<comments>https://factoryguideline.com/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%b2%e0%b8%8b%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b0/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 13 Dec 2015 14:27:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Nongluck Boonsook]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Purchasing Inside]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซอุตสาหกรรมในประเทศไทย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://factoryguideline.com/?p=2814</guid>
		<description><![CDATA[นการประกอบธุรกิจไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบไหนก็ย่อมพบปัญหากันเป็นเรื่องปกติ วันนี้จะมาด้วยเรื่องของธุรกิจก๊าซ โดยเฉพาะ ก๊าซอุตสาหกรรม เขาพบเจอปัญหาอะไรกันบ้างในการประกอบธุรกิจ จากกประสบการณ์ทำงานหลายๆ ที่ ไม่ว่าบริษัทเล็กใหญ่ขนาดไหน ปัญหาที่พบเหมือนกันหมดก็คือ ท่อหาย? ท่อที่ว่านี้คือ Cylinder เป็นท่อมาตรฐานที่ง่ายต่อการเคลื่อนย้าย จึงเป็นปัญหาของทั้งผู้ขายและผู้ใช้ เนื่องจากผู้ขายต้องลงทุนซื้อท่อเพื่อมาให้บริการลูกค้า และจะมีสต็อคสำหรับหมุนเวียน ดังนั้นการลงทุนเรื่องท่อจึงเป็นภาระสำคัญของผู้ประกอบการขายก๊าซประเภทต่าง ๆ ที่เป็นลักษณะ Cylinder  ในขณะเดียวกันผู้ใช้หรือลูกค้าก็มีความต้องการใช้ก๊าซอาจจะมีทั้งแบบ Bulk และ Cylinder แต่ส่วนหนึ่งของ Cylinder มักพบปัญหาเรื่องท่อหาย หรือตรวจแล้วไม่ครบ ท่อหายไปไหน? ถ้าวิเคราะห์จากระบบการทำงานของภาคอุตสาหกรรม ช่องทางการหายมักเกิดจากผู้รับเหมาภายนอกที่เข้ามาทำงานในโรงงาน โดยในการเข้ามาทำงานแต่ละครั้งอาจจะมีท่อก๊าซเข้ามาทำงานด้วย ดังนั้นตอนขาออกก็มักจะนำท่อก๊าซออกไปด้วย แต่ช่วงขาออกนี่แหละมักจะขาดการควบคุมที่ชัดเจนว่า ขาเข้านำอะไรเข้ามา แล้วขาออกควรจะนำอะไรออกไปบ้าง แล้วนำออกไปเกินหรือเปล่า วิธีการป้องกันล่ะ? ผู้ประกอบการที่ใช้สินค้าประเภทนี้ก็ต้องวางมาตรการเข้าออกของผู้รับเหมาหรือใครก็ตามที่เข้ามาทำงานในบริเวณโรงงาน หรือนำทีมงานออกไปนำภายนอกก็ต้องระมัดระวังคอยตรวจนับอยู่เสมอ เพื่อทำงานในเชิงรุก ป้องกันปัญหาไว้ก่อนที่จะเกิดปัญหา นอกจากนี้การตรวจสอบปริมาณการใช้งานอย่างสม่ำเสมอก็จะเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยสอดส่องให้เห็นความเคลื่อนไหวอยู่เสมอ ก็เป็นมาตรการป้องปรามอีกทาหนึ่ง และควรหาผู้รับผิดชอบที่ชัดเจนเพื่อง่ายต่อการสืบคืนย้อนหลังอีกด้วย ส่วนปัญหาอื่น ๆ ที่เกิดกับธุรกิจนี้ก็เช่น Forecast ที่ลูกค้าวางแผนไว้ไม่เป็นไปตามแผน ทำให้ไม่คุ้มทุนสำหรับผู้ขาย ปัญหานี้มักจะเกิดกับก๊าซที่เป็น Bulk พูดง่าย ๆ ว่าตอนลงทุนคิดว่าจะขายดี แต่ทำไปแล้วไม่ดีดังคาด ลงทุนเกินความจำเป็น ภาระจะตกไปอยู่กับผู้ขายก๊าซที่ลงทุนถัง ถึงแม้จะคิดว่าอยู่ในก๊าซ แต่ระยะยาวหากไม่เป็นไปตามแผนก็อาจจะสร้างปัญหาเรื่องราคากันในอนาคต เพราะทำแล้วขาดทุน หรือไม่คุ้มทุนผู้ขายก็อาจจะมีมาตรการอื่นมาแทนเช่น ขึ้นราคาเป็นต้น ส่วนผู้ซื้อก็ได้รับผลกระทบเรื่องต้นทุนที่สูงขึ้นจากการวางแผนผิดพลาดนั่นเองค่ะ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><span class="dropcap dropcap3 "><span style="color: #000080;"><strong>ใ</strong></span></span>นการประกอบธุรกิจไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบไหนก็ย่อมพบปัญหากันเป็นเรื่องปกติ วันนี้จะมาด้วยเรื่องของธุรกิจก๊าซ โดยเฉพาะ ก๊าซอุตสาหกรรม เขาพบเจอปัญหาอะไรกันบ้างในการประกอบธุรกิจ</p>
<p style="text-align: justify;">จากกประสบการณ์ทำงานหลายๆ ที่ ไม่ว่าบริษัทเล็กใหญ่ขนาดไหน ปัญหาที่พบเหมือนกันหมดก็คือ ท่อหาย? ท่อที่ว่านี้คือ Cylinder เป็นท่อมาตรฐานที่ง่ายต่อการเคลื่อนย้าย จึงเป็นปัญหาของทั้งผู้ขายและผู้ใช้ เนื่องจากผู้ขายต้องลงทุนซื้อท่อเพื่อมาให้บริการลูกค้า และจะมีสต็อคสำหรับหมุนเวียน ดังนั้นการลงทุนเรื่องท่อจึงเป็นภาระสำคัญของผู้ประกอบการขายก๊าซประเภทต่าง ๆ ที่เป็นลักษณะ Cylinder  ในขณะเดียวกันผู้ใช้หรือลูกค้าก็มีความต้องการใช้ก๊าซอาจจะมีทั้งแบบ Bulk และ Cylinder แต่ส่วนหนึ่งของ Cylinder มักพบปัญหาเรื่องท่อหาย หรือตรวจแล้วไม่ครบ</p>
<h3 style="text-align: justify;"><strong>ท่อหายไปไหน?</strong></h3>
<p style="text-align: justify;">ถ้าวิเคราะห์จากระบบการทำงานของภาคอุตสาหกรรม ช่องทางการหายมักเกิดจากผู้รับเหมาภายนอกที่เข้ามาทำงานในโรงงาน โดยในการเข้ามาทำงานแต่ละครั้งอาจจะมีท่อก๊าซเข้ามาทำงานด้วย ดังนั้นตอนขาออกก็มักจะนำท่อก๊าซออกไปด้วย แต่ช่วงขาออกนี่แหละมักจะขาดการควบคุมที่ชัดเจนว่า ขาเข้านำอะไรเข้ามา แล้วขาออกควรจะนำอะไรออกไปบ้าง แล้วนำออกไปเกินหรือเปล่า</p>
<h3 style="text-align: justify;"><strong>วิธีการป้องกันล่ะ?</strong></h3>
<p style="text-align: justify;">ผู้ประกอบการที่ใช้สินค้าประเภทนี้ก็ต้องวางมาตรการเข้าออกของผู้รับเหมาหรือใครก็ตามที่เข้ามาทำงานในบริเวณโรงงาน หรือนำทีมงานออกไปนำภายนอกก็ต้องระมัดระวังคอยตรวจนับอยู่เสมอ เพื่อทำงานในเชิงรุก ป้องกันปัญหาไว้ก่อนที่จะเกิดปัญหา นอกจากนี้การตรวจสอบปริมาณการใช้งานอย่างสม่ำเสมอก็จะเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยสอดส่องให้เห็นความเคลื่อนไหวอยู่เสมอ ก็เป็นมาตรการป้องปรามอีกทาหนึ่ง และควรหาผู้รับผิดชอบที่ชัดเจนเพื่อง่ายต่อการสืบคืนย้อนหลังอีกด้วย</p>
<p style="text-align: justify;">ส่วนปัญหาอื่น ๆ ที่เกิดกับธุรกิจนี้ก็เช่น Forecast ที่ลูกค้าวางแผนไว้ไม่เป็นไปตามแผน ทำให้ไม่คุ้มทุนสำหรับผู้ขาย ปัญหานี้มักจะเกิดกับก๊าซที่เป็น Bulk พูดง่าย ๆ ว่าตอนลงทุนคิดว่าจะขายดี แต่ทำไปแล้วไม่ดีดังคาด ลงทุนเกินความจำเป็น ภาระจะตกไปอยู่กับผู้ขายก๊าซที่ลงทุนถัง ถึงแม้จะคิดว่าอยู่ในก๊าซ แต่ระยะยาวหากไม่เป็นไปตามแผนก็อาจจะสร้างปัญหาเรื่องราคากันในอนาคต เพราะทำแล้วขาดทุน หรือไม่คุ้มทุนผู้ขายก็อาจจะมีมาตรการอื่นมาแทนเช่น ขึ้นราคาเป็นต้น ส่วนผู้ซื้อก็ได้รับผลกระทบเรื่องต้นทุนที่สูงขึ้นจากการวางแผนผิดพลาดนั่นเองค่ะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://factoryguideline.com/%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%b2%e0%b8%8b%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%ad%e0%b8%b0/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ก๊าซฮีเลี่ยมเพื่ออุตสาหกรรม และธุรกิจอื่น ๆ</title>
		<link>https://factoryguideline.com/%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%b2%e0%b8%8b%e0%b8%ae%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b2/</link>
		<comments>https://factoryguideline.com/%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%b2%e0%b8%8b%e0%b8%ae%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 13 Dec 2015 12:41:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Nongluck Boonsook]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Material Looking]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซอุตสาหกรรมในประเทศไทย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://factoryguideline.com/?p=2806</guid>
		<description><![CDATA[าซฮีเลี่ยม (Helium) เป็นหนึ่งในก๊าซที่ได้จากธรรมชาติ แหล่ง ๆ ใหญ่นั้นจากทางอเมริกา ไทยจึงเป็นหนึ่งในปลายทางในการใช้ก๊าซฮีเลี่ยม โดยเมื่อปี 2011 ได้เกิดวิกฤต Helium shortage เนื่องจากต้นทางหรืออเมริกาหยุดการผลิตเพื่อทำการซ่อมบำรุงประจำปี แต่แผนที่จะต้องเปิดดำเนินการช้ากว่าที่กำหนดไว้ จนทำให้เกิดการขาดแคลน ก๊าซฮีเลี่ยมไปทั่วโลก โดยไทยกระทบก่อนเพราะอยู่อีกซีกโลก จึงกระทบก่อนใคร &#160; ใครใช้ก๊าซนี้บ้าง? ในภาคอุตสากรรมที่ใช้ก๊าซฮีเลี่ยมเป็นหลัก ก็เช่น ธุรกิจที่เกี่ยวกับแอร์ เนื่องจากฮีเลี่ยมมีโมเลกุลเล็ก จึงเหมาะสมที่จะใช้ตรวจสอบ Leak test หรือทดสอบรอยรั่ว ก่อนที่จะจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ให้แก่ลูกค้า นอกจากนี้ ก๊าซฮีเลี่ยมยังมีใช้ในกลุ่มเพื่อความบันทึกหรือสันทนาการ เช่น ลูกโป่ง ในงานเทศกาลต่าง ๆ อีกด้วย &#160; ก๊าซนี้จะมีใช้อีกนานเท่าไร? เท่าที่แหล่งข้อมูลที่พบในปัจจุบัน ฮีเลี่ยมน่าจะมีใช้อีกไม่เกิน 10 ปี สำหรับแหล่งที่อยู่ในปัจจุบัน อนาคตปัญหาของฮีเลี่ยมคงคล้ายกับน้ำมันที่ทรัพยากรธรรมชาตินี้จะหมดไปในที่สุด จึงเป็นโจทย์ของภาคอุตสาหรรมที่จะต้องเร่งหาทางออกในอนาคตว่าหากก๊าซนี้ไม่มีแหล่งใหม่ จะนำอะไรมาทดแทนที่ประสิทธิภาพเทียบเท่าหรือดีกว่า &#160; เส้นทางก๊าซฮีเลี่ยมเป็นอย่างไร? ก๊าซฮีเลี่ยมจะถูกขนส่งมาทางเรือโดย Bulk หรือท่อขนาดใหญ่ เมื่อมาถึงปลายทางก็จะทยอยถ่ายจาก bulk ใหญ่ลงสู่ Cylinder หรือถังเล็กสำหรับภาคอุตสาหกรรม แล้วจึงทยอยส่งถึงลูกค้าด้วย Cylinder เพื่อสะดวกต่อการใช้งานสำหรับลูกค้า  สำหรับบางผู้แทนจำหน่ายที่ไม่มี Plant เพื่อจะถ่ายจาก Bulk ลง Cylinder ก็จำเป็นจะต้องส่งท่อเปล่าเพื่อไปเติมลง Cylinder ยังประเทศสิงคโปร์หรือญี่ปุ่น ดังนั้นต้นทุนของฮีเลี่ยมจึงมีองค์ประกอบหลายอย่าง ทั้งเรื่องปริมาณการสั่งซื้อ แหล่งที่สั่งซื้อซึ่งมีต้นทุนที่แตกต่างกัน &#160; ดังนั้นนักจัดซื้อจึงไม่ใช่มีหน้าที่เพียงซื้ออย่างเดียว ต้องเข้าใจวิธีการผลิต สัดส่วนการผลิต การบรรจุ เส้นทางการเดินของวัตถุดิบอีกด้วย แล้วนำมาวิเคราะห์ต้นทุน ความเหมาะสมในด้านต่าง ๆ เพื่อได้สินค้าที่ต้นทุนเหมาะสม &#160; นอกจากนี้การได้รู้เท่าทันตลาดความเป็นไปของตลาดโลกก็เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อเตรียมการวางแผนอนาคตสำหรับธุรกิจที่ทำอยู่อีกด้วย]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><span class="dropcap dropcap1 "><span style="color: #000080;"><strong>ก๊</strong></span></span><span style="color: #000080;"><strong>าซฮีเลี่ยม (Helium)</strong></span> เป็นหนึ่งในก๊าซที่ได้จากธรรมชาติ แหล่ง ๆ ใหญ่นั้นจากทางอเมริกา ไทยจึงเป็นหนึ่งในปลายทางในการใช้<strong><span style="color: #000080;">ก๊าซฮีเลี่ยม</span></strong> โดยเมื่อปี 2011 ได้เกิดวิกฤต <strong><span style="color: #000080;">Helium shortage</span> </strong>เนื่องจากต้นทางหรืออเมริกาหยุดการผลิตเพื่อทำการซ่อมบำรุงประจำปี แต่แผนที่จะต้องเปิดดำเนินการช้ากว่าที่กำหนดไว้ จนทำให้เกิดการขาดแคลน ก๊าซฮีเลี่ยมไปทั่วโลก โดยไทยกระทบก่อนเพราะอยู่อีกซีกโลก จึงกระทบก่อนใคร</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>ใครใช้ก๊าซนี้บ้าง?</strong></h3>
<p>ในภาคอุตสากรรมที่ใช้<span style="color: #000080;">ก๊าซฮีเลี่ยม</span>เป็นหลัก ก็เช่น ธุรกิจที่เกี่ยวกับแอร์ เนื่องจากฮีเลี่ยมมีโมเลกุลเล็ก จึงเหมาะสมที่จะใช้ตรวจสอบ <span style="color: #000080;">Leak test</span> หรือทดสอบรอยรั่ว ก่อนที่จะจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ให้แก่ลูกค้า นอกจากนี้ <span style="color: #000080;">ก๊าซฮีเลี่ยม</span>ยังมีใช้ในกลุ่มเพื่อความบันทึกหรือสันทนาการ เช่น ลูกโป่ง ในงานเทศกาลต่าง ๆ อีกด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>ก๊าซนี้จะมีใช้อีกนานเท่าไร?</strong></h3>
<p>เท่าที่แหล่งข้อมูลที่พบในปัจจุบัน ฮีเลี่ยมน่าจะมีใช้อีกไม่เกิน 10 ปี สำหรับแหล่งที่อยู่ในปัจจุบัน อนาคตปัญหาของฮีเลี่ยมคงคล้ายกับน้ำมันที่ทรัพยากรธรรมชาตินี้จะหมดไปในที่สุด จึงเป็นโจทย์ของภาคอุตสาหรรมที่จะต้องเร่งหาทางออกในอนาคตว่าหากก๊าซนี้ไม่มีแหล่งใหม่ จะนำอะไรมาทดแทนที่ประสิทธิภาพเทียบเท่าหรือดีกว่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<h3><strong>เส้นทางก๊าซฮีเลี่ยมเป็นอย่างไร?</strong></h3>
<p><span style="color: #000080;">ก๊าซฮีเลี่ยม</span>จะถูกขนส่งมาทางเรือโดย Bulk หรือท่อขนาดใหญ่ เมื่อมาถึงปลายทางก็จะทยอยถ่ายจาก bulk ใหญ่ลงสู่ Cylinder หรือถังเล็กสำหรับภาคอุตสาหกรรม แล้วจึงทยอยส่งถึงลูกค้าด้วย Cylinder เพื่อสะดวกต่อการใช้งานสำหรับลูกค้า  สำหรับบางผู้แทนจำหน่ายที่ไม่มี Plant เพื่อจะถ่ายจาก Bulk ลง Cylinder ก็จำเป็นจะต้องส่งท่อเปล่าเพื่อไปเติมลง Cylinder ยังประเทศสิงคโปร์หรือญี่ปุ่น ดังนั้นต้นทุนของฮีเลี่ยมจึงมีองค์ประกอบหลายอย่าง ทั้งเรื่องปริมาณการสั่งซื้อ แหล่งที่สั่งซื้อซึ่งมีต้นทุนที่แตกต่างกัน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ดังนั้นนักจัดซื้อจึงไม่ใช่มีหน้าที่เพียงซื้ออย่างเดียว ต้องเข้าใจวิธีการผลิต สัดส่วนการผลิต การบรรจุ เส้นทางการเดินของวัตถุดิบอีกด้วย แล้วนำมาวิเคราะห์ต้นทุน ความเหมาะสมในด้านต่าง ๆ เพื่อได้สินค้าที่ต้นทุนเหมาะสม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>นอกจากนี้การได้รู้เท่าทันตลาดความเป็นไปของตลาดโลกก็เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อเตรียมการวางแผนอนาคตสำหรับธุรกิจที่ทำอยู่อีกด้วย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://factoryguideline.com/%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%b2%e0%b8%8b%e0%b8%ae%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ธุรกิจก๊าซอุตสาหกรรมในประเทศไทย</title>
		<link>https://factoryguideline.com/%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%b2%e0%b8%8b%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%83%e0%b8%99/</link>
		<comments>https://factoryguideline.com/%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%b2%e0%b8%8b%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%83%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 13 Dec 2015 10:05:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Nongluck Boonsook]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Material Looking]]></category>
		<category><![CDATA[Purchasing Inside]]></category>
		<category><![CDATA[ก๊าซอุตสาหกรรมในประเทศไทย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://factoryguideline.com/?p=2804</guid>
		<description><![CDATA[ทยเป็นหนึ่งประเทศไทยอาเซียนที่มีอุตสาหกรรมชั้นนำอย่างยานยนต์ และอุตสาหกรรมอื่น ๆ ในบรรดาอุตสาหกรรมทั้งหลาย วัตถุดิบหนึ่งที่มักจะมีใช้เสมอคือ ก๊าซ ซึ่งอาจจะแยกย่อยเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ คือ ก๊าซอุตสาหกรรรม ก๊าซพิเศษ และก๊าซทางการแพทย์ ผู้ผลิต และจัดจำหน่ายใน ธุรกิจก๊าซอุตสาหกรรในประเทศไทย ใครเป็นใครกันบ้าง? TIG (Thai industrial gas) ที่เป็นชื่อในอดีต หรือที่ปัจจุบันเปลี่ยนเป็น Linde หรือ ลินเด้ (ประเทศไทย) จำกัด มหาชน ถือว่าเป็นผู้ครองตลาดใหญ่สุดสำหรับตลาดก๊าซในบ้านเรา โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรม เพราะมีโรงงานผลิตที่ จ.ระยอง ที่สามารถผลิตก๊าซต่าง ๆ ที่สามารถดึงจากอากาศรอบตัวได้ เช่น ไนโตรเจน อ๊อกซิเจน นอกจากนี้ยังมี plant ที่เวลโกรว์ ที่สามารถก๊าซฮีเลี่ยมจาก bulk ขนาดใหญ่ แล้วแยกลง cylinder เพื่อจำหน่ายในประเทศ  ดังนั้น ลินเด้ จึงเป็นทั้งผู้ผลิต และนำเข้าก๊าซที่ได้จากธรรมชาติเช่น ฮีเลี่ยม เพื่อนำมาปรับขนาดให้เหมาะสมกับการใช้งานของลูกค้า ตลาดส่วนใหญ่ลินเด้จึงเป็นเป็นผู้ครองสำหรับเมืองไทย BIG หรือ Bangkok Industrial gas Co.,ltd. เป็นอีกหนึ่งรายใหญ่และเป็นคู่แข่งสำคัญกับลินเด้กันเลยทีเดียว ลักษณะการค้าก็คล้าย ๆ กัน เพียงแต่ขนาดของการผลิตยังเล็กว่าลินด้เท่านั้นเอง Thai Special Gas ถึงแม้จะเป็น Trading แต่รายนี้จับตลาดลูกค้าญี่ปุ่น และเป็นพันธมิตรกับทุกค่าย พูดง่าย ๆ ว่าเป็นพรรคเล็กกว่าแต่ใครก็ไม่กล้าหือ เพราะลูกค้าญี่ปุ่นเป็นลูกค้าที่เหนียวแน่นอย่างที่รู้ ๆ กัน Air Liquid เป็นคู่แข่งจากฝั่งยุโรป แต่ในเมืองไทยถือว่าสัดส่วนยังไม่สูงมากนัก รายอื่น ๆ ก็จะเป็นผู้เล่นรายย่อยลงมาลดหลั่นกันไปตามพื้นที่ หากเป็นรายใหญ่ก็ชอบซื้อจากรายใหญ่ที่กล่าวมาเบื้องต้น เพราะมีข้อต่อรอง ส่วนลูกค้ารายย่อยส่วนหนึ่งก็จะซื้อจากกลุ่มเหล่านี้ เพราะสะดวกต่อการทำธุรกิจ ขนส่งนั่นเองค่ะ &#160; แต่ละธุรกิจก็จะมีลักษณะเฉพาะของตัวเอง ตลาดก๊าซ หากเลือกคู่ค้าแล้วก็มักจะไม่เปลี่ยน โดยเฉพาะหากต้องใช้เป็น Bulk ด้วยแล้วหมดสิทธิ์ เพราะใครจะยกเปลี่ยนถัง ข้อนี้ทำได้ยากมาก หากไม่ได้มีกรณีที่ขัดแย้งกันแบบรุนแรงบอกได้คำว่าไม่มีสิทธิ์ ยกเว้นก๊าซที่สั่งเป็น cylinder เท่านั้น แต่ก็เป็นไปได้น้อย เพราะราคาถังเล็กถังใหญ่ผูกติดกัน หากลดถังเล็ก ถังใหญ่ก็ต้องขอเพิ่ม เพราะตอนลงทุน Bulk ก็ต้องคำนวณจุดคุ้มทุนรวมนั่นเองค่ะ แต่ทั้งหมดนี้ไม่ใช่สูตรตายตัวสำหรับธุรกิจก๊าซ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์แวดล้อมอีกด้วยค่ะ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><span class="dropcap "><span style="color: #000080;"><strong>ไ</strong></span></span>ทยเป็นหนึ่งประเทศไทยอาเซียนที่มีอุตสาหกรรมชั้นนำอย่างยานยนต์ และอุตสาหกรรมอื่น ๆ ในบรรดาอุตสาหกรรมทั้งหลาย วัตถุดิบหนึ่งที่มักจะมีใช้เสมอคือ ก๊าซ ซึ่งอาจจะแยกย่อยเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ คือ <strong><span style="color: #000080;">ก๊าซอุตสาหกรรรม ก๊าซพิเศษ และก๊าซทางการแพทย์</span></strong></p>
<p>ผู้ผลิต และจัดจำหน่ายใน <span style="color: #000080;"><strong>ธุรกิจก๊าซอุตสาหกรรในประเทศไทย</strong> </span>ใครเป็นใครกันบ้าง?</p>
<ul>
<li><span style="color: #ff6600;">TIG (Thai industrial gas)</span> ที่เป็นชื่อในอดีต หรือที่ปัจจุบันเปลี่ยนเป็น<span style="color: #ff6600;"> Linde หรือ ลินเด้ (ประเทศไทย) จำกัด มหาชน</span> ถือว่าเป็นผู้ครองตลาดใหญ่สุดสำหรับตลาดก๊าซในบ้านเรา โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรม เพราะมีโรงงานผลิตที่ จ.ระยอง ที่สามารถผลิตก๊าซต่าง ๆ ที่สามารถดึงจากอากาศรอบตัวได้ เช่น ไนโตรเจน อ๊อกซิเจน นอกจากนี้ยังมี plant ที่เวลโกรว์ ที่สามารถก๊าซฮีเลี่ยมจาก bulk ขนาดใหญ่ แล้วแยกลง cylinder เพื่อจำหน่ายในประเทศ  ดังนั้น ลินเด้ จึงเป็นทั้งผู้ผลิต และนำเข้าก๊าซที่ได้จากธรรมชาติเช่น ฮีเลี่ยม เพื่อนำมาปรับขนาดให้เหมาะสมกับการใช้งานของลูกค้า ตลาดส่วนใหญ่ลินเด้จึงเป็นเป็นผู้ครองสำหรับเมืองไทย</li>
<li><span style="color: #ff6600;">BIG หรือ Bangkok Industrial gas Co.,ltd.</span> เป็นอีกหนึ่งรายใหญ่และเป็นคู่แข่งสำคัญกับลินเด้กันเลยทีเดียว ลักษณะการค้าก็คล้าย ๆ กัน เพียงแต่ขนาดของการผลิตยังเล็กว่าลินด้เท่านั้นเอง</li>
<li><span style="color: #ff6600;">Thai Special Gas</span> ถึงแม้จะเป็น Trading แต่รายนี้จับตลาดลูกค้าญี่ปุ่น และเป็นพันธมิตรกับทุกค่าย พูดง่าย ๆ ว่าเป็นพรรคเล็กกว่าแต่ใครก็ไม่กล้าหือ เพราะลูกค้าญี่ปุ่นเป็นลูกค้าที่เหนียวแน่นอย่างที่รู้ ๆ กัน</li>
<li><span style="color: #ff6600;">Air Liquid</span> เป็นคู่แข่งจากฝั่งยุโรป แต่ในเมืองไทยถือว่าสัดส่วนยังไม่สูงมากนัก</li>
<li><span style="color: #ff6600;">รายอื่น ๆ</span> ก็จะเป็นผู้เล่นรายย่อยลงมาลดหลั่นกันไปตามพื้นที่ หากเป็นรายใหญ่ก็ชอบซื้อจากรายใหญ่ที่กล่าวมาเบื้องต้น เพราะมีข้อต่อรอง ส่วนลูกค้ารายย่อยส่วนหนึ่งก็จะซื้อจากกลุ่มเหล่านี้ เพราะสะดวกต่อการทำธุรกิจ ขนส่งนั่นเองค่ะ</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p>แต่ละธุรกิจก็จะมีลักษณะเฉพาะของตัวเอง ตลาดก๊าซ หากเลือกคู่ค้าแล้วก็มักจะไม่เปลี่ยน โดยเฉพาะหากต้องใช้เป็น Bulk ด้วยแล้วหมดสิทธิ์ เพราะใครจะยกเปลี่ยนถัง ข้อนี้ทำได้ยากมาก หากไม่ได้มีกรณีที่ขัดแย้งกันแบบรุนแรงบอกได้คำว่าไม่มีสิทธิ์ ยกเว้นก๊าซที่สั่งเป็น cylinder เท่านั้น แต่ก็เป็นไปได้น้อย เพราะราคาถังเล็กถังใหญ่ผูกติดกัน หากลดถังเล็ก ถังใหญ่ก็ต้องขอเพิ่ม เพราะตอนลงทุน Bulk ก็ต้องคำนวณจุดคุ้มทุนรวมนั่นเองค่ะ แต่ทั้งหมดนี้ไม่ใช่สูตรตายตัวสำหรับธุรกิจก๊าซ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์แวดล้อมอีกด้วยค่ะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://factoryguideline.com/%e0%b8%98%e0%b8%b8%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%81%e0%b9%8a%e0%b8%b2%e0%b8%8b%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b9%83%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
