<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Factory Guideline &#187; ตารางเปรียบเทียบเกรดเหล็ก</title>
	<atom:link href="https://factoryguideline.com/tag/%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%ab/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://factoryguideline.com</link>
	<description>factoryguideline.com ครบเครื่องเรื่องอุตสาหกรรม</description>
	<lastBuildDate>Tue, 15 Oct 2019 16:36:41 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.2.38</generator>
	<item>
		<title>ตารางเปรียบเทียบเกรดเหล็กมาตรฐาน</title>
		<link>https://factoryguideline.com/%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%ab/</link>
		<comments>https://factoryguideline.com/%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%ab/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 20 Dec 2015 04:44:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Nongluck Boonsook]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Material Looking]]></category>
		<category><![CDATA[ตารางเปรียบเทียบเกรดเหล็ก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://factoryguideline.com/?p=2819</guid>
		<description><![CDATA[หล็ก ที่ใช้กันอยู่ในทุกอุตสาหกรรมนั้นมีคุณสมบัติแตกต่างตามลักษณะการใช้งาน ทั้งเรื่องความแข็ง หรือความเปราะ และคุณสมบัติอื่น ๆ ดังนั้นการเลือก เกรดเหล็ก ให้เหมาะสมกับงานจึงเป็นเรื่องจำเป็น ด้วยเหตุนี้จึงเกิด ตารางเปรียบเทียบเกรดเหล็กมาตรฐานขึ้น เพื่อให้สะดวกต่อการเลือกคุณสมบัติที่จะนำมาใช้ในแต่ละประเภทงาน ที่มีความต้องการแตกต่างกันตามคุณลักษณะของสินค้า การนำไปใช้ และอายุการใช้งาน มาตรฐานที่ใช้ ๆ กันมีอะไรบ้าง เทียบเคียงได้ดังนี้ค่ะ DIN JIS AISI UNI ASSAB BOHLER BUDERUS DAIDO HITACHI KOSHUHA ROCHLING นอกจากนี้ในการจัดจำหน่ายก็มีหลายผู้ผลิตหลายแหล่ง แต่ละรายก็สร้างมาตรฐานเฉพาะของตนเองขึ้นมาเพื่อเป็น Brand ของตัวเอง แต่ถึงกระนั้น เมื่อนำมาเทียบเคียงทั้งหมดก็สามารถแบ่งตามมาตรฐานตามตารางต่อไปนี้ ตารางเปรียบเทียบเกรดเหล็ก เมื่อพิจารณาจากมาตรฐานที่เทียบเคียงกันในแต่ละค่ายแล้วจะได้เห็นได้ว่าความต่างคือ เชื่อเรียก แต่ละมาตรฐานก็จะมีชื่อเรียกของตัวเอง ส่วนชื่อที่นิยมมากที่สุดน่าจะเป็นมาตรฐาน JIS  แต่การจะซื้อค่ายอื่น มาตรฐานไหนก็ใช้งานได้เหมือนกัน เพียงแต่ใครเป็นลูกค้าใครนิยมค่ายไหนก็เท่านั้น ในส่วนของนักจัดซื้อสิ่งที่ต้องพึงตระหนักสำหรับเรื่อง เกรดเหล็ก คือ  การตรวจสอบว่าทีมงานได้เลือก เกรดเหล็ก ที่เหมาะสมกับงานหรือเปล่า เช่น งานแม่พิมพ์ ก็จะมีเกรดเฉพาะสำหรับงานแม่พิมพ์ เพราะการเลือก เกรดเหล็ก มีผลต่ออายุของแม่พิมพ์ หรือผลต่อคุณภาพของชิ้นงานในอนาคต เป็นต้น อีกประเด็นที่สามารถใช้ประโยชน์ได้จาก ตารางเปรียบเทียบเกรดเหล็กมาตรฐาน คือ เมื่อมีสั่งซื้อสินค้าในแต่ละครั้งควรจะต้องขอ certificate เพื่ออ้างอิงมาตรฐานและรับรองคุณภาพของการผลิต ประเด็นนี้สำคัญมาก เพราะหากหลังจากนั้นสินค้าเกิดมีปัญหาเมื่อลูกค้านำไปใช้งาน หรือนำไปทำ Process อื่นต่อจากนี้แล้วไม่ได้ตามมาตรฐาน เช่น การชุบ เป็นต้น เราสามารถตรวจสอบย้อนกลับคุณภาพของวัตถุดิบได้จากเอกสารเหล่านี้นั่นเองค่ะ ประเด็นเล็ก ๆ อาจจะสร้างปัญหาใหญ่ในอนาคตได้หากเราละเลยกันค่ะ แต่อีกปัจจัยที่นักจัดซื้อคงลืมกันไม่ได้ก็คือ เมื่อเทียบเกรดแล้วเหมือนกัน ที่เหลือก็คงเป็นเรื่องราคาที่แต่ละผู้ผลิตจะต้องแข่งขันกันให้ได้ เพื่อที่ผู้ซื้ออย่างเราจะไปแข่งขันต่อกับลูกค้าปลายทางนั่นเองค่ะ โดยเฉพาะสภาวะปัจจุบันที่ราคาน้ำมันผันผวน ราคาเหล็กจึงผันผวนตามไปด้วย การสอบราคาและเปรียบเทียบราคาให้อยู่ใน Market level หรือราคาตลาดที่เหมาะสมจึงจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะหัวใจของธุรกิจขับเคลื่อนไปด้วยองค์รวมตามหลักการจัดซื้อคือ QCD  คุณภาพ ราคา และการส่งมอบ เมื่อใช้หลักเหล่านี้มาพิจารณาร่วมเราก็จะได้สินค้าคุณภาพ ราคาเหมาะสม และส่งมอบได้ทันเวลานั่นเองค่ะ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><span class="dropcap "><strong>เ</strong></span><span style="color: #003366;"><strong>หล็ก</strong></span> ที่ใช้กันอยู่ในทุกอุตสาหกรรมนั้นมีคุณสมบัติแตกต่างตามลักษณะการใช้งาน ทั้งเรื่องความแข็ง หรือความเปราะ และคุณสมบัติอื่น ๆ ดังนั้นการเลือก <span style="color: #003366;"><strong>เกรดเหล็ก</strong></span> ให้เหมาะสมกับงานจึงเป็นเรื่องจำเป็น ด้วยเหตุนี้จึงเกิด <strong><span style="color: #003366;">ตารางเปรียบเทียบเกรดเหล็กมาตรฐาน</span></strong>ขึ้น เพื่อให้สะดวกต่อการเลือกคุณสมบัติที่จะนำมาใช้ในแต่ละประเภทงาน ที่มีความต้องการแตกต่างกันตามคุณลักษณะของสินค้า การนำไปใช้ และอายุการใช้งาน มาตรฐานที่ใช้ ๆ กันมีอะไรบ้าง เทียบเคียงได้ดังนี้ค่ะ</p>
<ul style="text-align: justify;">
<li>DIN</li>
<li>JIS</li>
<li>AISI</li>
<li>UNI</li>
<li>ASSAB</li>
<li>BOHLER</li>
<li>BUDERUS</li>
<li>DAIDO</li>
<li>HITACHI</li>
<li>KOSHUHA</li>
<li>ROCHLING</li>
</ul>
<p style="text-align: justify;">นอกจากนี้ในการจัดจำหน่ายก็มีหลายผู้ผลิตหลายแหล่ง แต่ละรายก็สร้างมาตรฐานเฉพาะของตนเองขึ้นมาเพื่อเป็น Brand ของตัวเอง แต่ถึงกระนั้น เมื่อนำมาเทียบเคียงทั้งหมดก็สามารถแบ่งตามมาตรฐานตามตารางต่อไปนี้</p>
<p style="text-align: justify;"><a href="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2015/12/ตารางเปรียบเทียบเกรดเหล็ก.pdf">ตารางเปรียบเทียบเกรดเหล็ก</a></p>
<p style="text-align: justify;">เมื่อพิจารณาจากมาตรฐานที่เทียบเคียงกันในแต่ละค่ายแล้วจะได้เห็นได้ว่าความต่างคือ เชื่อเรียก แต่ละมาตรฐานก็จะมีชื่อเรียกของตัวเอง ส่วนชื่อที่นิยมมากที่สุดน่าจะเป็นมาตรฐาน JIS  แต่การจะซื้อค่ายอื่น มาตรฐานไหนก็ใช้งานได้เหมือนกัน เพียงแต่ใครเป็นลูกค้าใครนิยมค่ายไหนก็เท่านั้น ในส่วนของนักจัดซื้อสิ่งที่ต้องพึงตระหนักสำหรับเรื่อง เกรดเหล็ก คือ  การตรวจสอบว่าทีมงานได้เลือก <strong><span style="color: #003366;">เกรดเหล็ก</span></strong> ที่เหมาะสมกับงานหรือเปล่า เช่น งานแม่พิมพ์ ก็จะมีเกรดเฉพาะสำหรับงานแม่พิมพ์ เพราะการเลือก เกรดเหล็ก มีผลต่ออายุของแม่พิมพ์ หรือผลต่อคุณภาพของชิ้นงานในอนาคต เป็นต้น</p>
<p style="text-align: justify;">อีกประเด็นที่สามารถใช้ประโยชน์ได้จาก <span style="color: #003366;"><strong>ตารางเปรียบเทียบเกรดเหล็กมาตรฐาน</strong> </span>คือ เมื่อมีสั่งซื้อสินค้าในแต่ละครั้งควรจะต้องขอ certificate เพื่ออ้างอิงมาตรฐานและรับรองคุณภาพของการผลิต ประเด็นนี้สำคัญมาก เพราะหากหลังจากนั้นสินค้าเกิดมีปัญหาเมื่อลูกค้านำไปใช้งาน หรือนำไปทำ Process อื่นต่อจากนี้แล้วไม่ได้ตามมาตรฐาน เช่น การชุบ เป็นต้น เราสามารถตรวจสอบย้อนกลับคุณภาพของวัตถุดิบได้จากเอกสารเหล่านี้นั่นเองค่ะ</p>
<p style="text-align: justify;">ประเด็นเล็ก ๆ อาจจะสร้างปัญหาใหญ่ในอนาคตได้หากเราละเลยกันค่ะ แต่อีกปัจจัยที่นักจัดซื้อคงลืมกันไม่ได้ก็คือ เมื่อเทียบเกรดแล้วเหมือนกัน ที่เหลือก็คงเป็นเรื่องราคาที่แต่ละผู้ผลิตจะต้องแข่งขันกันให้ได้ เพื่อที่ผู้ซื้ออย่างเราจะไปแข่งขันต่อกับลูกค้าปลายทางนั่นเองค่ะ โดยเฉพาะสภาวะปัจจุบันที่ราคาน้ำมันผันผวน ราคาเหล็กจึงผันผวนตามไปด้วย การสอบราคาและเปรียบเทียบราคาให้อยู่ใน Market level หรือราคาตลาดที่เหมาะสมจึงจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะหัวใจของธุรกิจขับเคลื่อนไปด้วยองค์รวมตามหลักการจัดซื้อคือ QCD  คุณภาพ ราคา และการส่งมอบ เมื่อใช้หลักเหล่านี้มาพิจารณาร่วมเราก็จะได้สินค้าคุณภาพ ราคาเหมาะสม และส่งมอบได้ทันเวลานั่นเองค่ะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://factoryguideline.com/%e0%b8%95%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b9%80%e0%b8%ab/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
