<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Factory Guideline &#187; ปากเป็นเอก</title>
	<atom:link href="https://factoryguideline.com/tag/%e0%b8%9b%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%81/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://factoryguideline.com</link>
	<description>factoryguideline.com ครบเครื่องเรื่องอุตสาหกรรม</description>
	<lastBuildDate>Tue, 15 Oct 2019 16:36:41 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.2.38</generator>
	<item>
		<title>เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสสำหรับการตลาดชั้นเซียน</title>
		<link>https://factoryguideline.com/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%81/</link>
		<comments>https://factoryguideline.com/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 01 May 2014 12:35:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Nongluck Boonsook]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[ปากเป็นเอก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://factoryguideline.com/?p=1836</guid>
		<description><![CDATA[หากวันนี้คุณเป็นนักขาย จะมีวิธีที่ดีกว่านี้ในการรับมือกับลูกค้าหรือเปล่า? ฝากกลับไปคิดแล้วมาแบ่งปันกันได้นะคะ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><span style="line-height: 1.5em;"><div class="wpb_row row-fluid">
	<div class="span6 wpb_column column_container">
		<div class="wpb_wrapper">
			<span class="dropcap dropcap1 "><span style="color: #ffffff;"><strong>มี</strong></span></span></span>กรณีศึกษาหนึ่งที่อยากนำมาเล่าให้ฟังถึงความฉลาด หลักแหลมของพนักงานขายท่านหนึ่งที่สามารถ<em><span style="color: #ff6600;"> เปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส</span> </em>ทำให้ลูกค้าพึงพอใจได้โดยไม่ต้องมีใครเจ็บตัว  ที่มาที่ไปของเรื่องนี้มีอยู่ว่า ลูกค้าของพนักงานขายรายนี้ขอเปลี่ยนตัวผู้ขายจาก<em><span style="color: #333399;">บริษัทตัวแทนจำหน่ายเ</span></em>พื่อมาซื้อตรงกับบริษัทผู้ผลิต และยืนยันแข็งขันมากว่าจะไม่ซื้อผ่าน<span style="color: #333399;"><em>บริษัทตัวแทนจำหน่าย</em></span> ในตอนแรกเขารู้สึกลำบากใจเพราะไม่รู้ว่าเลือกทางไหนดี เนื่องจากในอดีต <span style="color: #333399;"><em>บริษัทตัวแทนจำหน่าย</em></span>รายนี้แหละเป็นคนบุกเบิกตลาดในประเทศไทยให้กับสินค้าแบรนด์นี้  ช่วงนั้นบริษัทแม่ในต่างประเทศต้องการเปิดตลาด แต่ก็ยังไม่พร้อมที่จะตั้งบริษัท จึงยื่นขอเสนอให้ <span style="color: #333399;"><em>บริษัทตัวแทนจำหน่าย</em></span>รายนี้ทำตลาดในประเทศไทย</p>
<p style="text-align: justify;">จนถึงวันหนึ่งที่แบรนด์นี้ติดตลาด บริษัทแม่ในต่างประเทศจึงตัดสินใจเปิดสาขาในประเทศไทย ดังนั้นบริษัทคู่นี้จึงตัดกันไม่ตาย ขายกันไม่ขาดในแบบสำนวนไทย การดำเนินธุรกิจจึงต้องถ้อยทีถ้อยอาศัยกันเหมือนกับบริษัทอื่น ๆ เพราะ<span style="color: #333399;"><em>บริษัทตัวแทนจำหน่าย</em></span>นี้เป็นพันธมิตรที่สัมพันธ์กันแนบแน่นยาวนาน</p>
<p style="text-align: justify;"><strong>ถ้าเป็นคุณจะ <em><span style="color: #ff6600;">เปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส</span>  </em>ได้อย่างไร? หากลูกค้าพอใจที่จะซื้อกับคุณมากกว่า<span style="color: #333399;"><em>บริษัทตัวแทนจำหน่าย</em></span>?</strong></p>
<h2 style="text-align: justify;"><span style="color: #ff0000;">ปฏิเสธ?</span> ลูกค้าไม่พอใจแน่นอน</h2>
<h2 style="text-align: justify;"><span style="color: #339966;">ยอมรับ?</span> บริษัทตัวแทนก็คงไม่ชอบใจที่จะแย่งพื้นที่ขาย</h2>
<p>&nbsp;</p>
<h2 style="text-align: justify;"><span style="color: #000080;">ทำอย่างไรดี?</span></h2>
<p style="text-align: justify;">ด้วยวิธีคิดแบบบวก ๆ ของพนักงานคนนี้ เขาแก้ปัญหาด้วยการเสนอให้ลูกค้า</p>
<p style="text-align: justify;">&gt;ซื้อเครื่องใหม่กับ<span style="color: #333399;"><em>บริษัทตัวแทนจำหน่าย</em></span>ในราคาเดียวกัน ดังนั้นไม่ว่าจะซื้อทางตรงหรือทางอ้อม ต้นทุนของลูกค้าไม่ได้แพงขึ้น และ<span style="color: #333399;"><em>บริษัทตัวแทนจำหน่าย</em></span>ก็ให้บริการดีอยู่แล้ว</p>
<p style="text-align: justify;">&gt;ขยายเครดิตเทอมที่นานขึ้นโดยการขายผ่าน<span style="color: #333399;"><em>บริษัทตัวแทนจำหน่าย</em></span>ตามการร้องขอจากลูกค้า เพราะหากซื้อผ่านบริษัทผู้ผลิตจะไม่สามารถให้เครดิตเทอมตามเงื่อนไขที่ลูกค้าต้องการได้ นี่เป็นอีกกลยุทธ์ที่รักษาฐานการขาย แถมด้วยการเอาใจลูกค้า คือม่แต่ได้กับได้ เพราะสิ่งที่ลูกค้าสนใจคือ ต้นทุน และเครดิตเทอม ในแบบที่ตัวเองต้องการ</p>
<p style="text-align: justify;">&gt; After service ลูกค้าสามารถเลือกได้ว่าจะใช้บริการกับ<em>บริษัทตัวแทนจำหน่าย</em>หรือบริษัทผู้ผลิตก็ได้ จะทำเป็นครั้งต่อครั้งหรือสัญญาก็ได้</p>
<p style="text-align: justify;">&gt; ให้ commitment ว่าไม่ว่าจะซื้อกับใครให้บริการยอดเยี่ยมเท่าเทียมกัน</p>
<h2 style="text-align: justify;"><span style="line-height: 1.5em;">
		</div> 
	</div> 

	<div class="span6 wpb_column column_container">
		<div class="wpb_wrapper">
			<a href="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2014/03/best-choice.jpg"><img class="aligncenter size-medium wp-image-624" alt="best choice" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2014/03/best-choice-300x225.jpg" width="300" height="225" /></a></span></h2>
<h2 style="text-align: justify;"><span style="color: #000080;">ถ้าคุณเป็นนักจัดซื้อ </span></h2>
<h2 style="text-align: justify;"><span style="color: #000080;">เงื่อนไขแบบนี้ยอมรับได้?</span></h2>
<p style="text-align: justify;">เชื่อว่าส่วนใหญ่ก็ต้องยอมเพราะ?</p>
<p style="text-align: justify;">ตอบโจทย์ของนักจัดซื้อในเรื่องของต้นทุน เครดิตเทอม และการบริการหลังการขาย ในแบบที่ตนเองปรารถนา</p>
<p style="text-align: justify;">สังเกตว่างานนี้ทุกคน win หมดเลย ตั้งแต่ <span style="color: #333399;"><em>บริษัทตัวแทนจำหน่าย</em></span> บริษัทผู้ผลิต และลูกค้า ด้วยกลยุทธ์อันแยบยลของพนักงานท่านนี้นี่เอง</p>
<p style="text-align: justify;">อ่านดูแล้วเหมือนง่าย แต่ในการเจรจาจริง ๆ นอกจากกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดแล้ว วิธีการเจรจาที่จะทำให้ลูกค้ายอมรับก็เป็นส่วนประกอบสำคัญมิใช่น้อยค่ะ เพราะหากรวบรัดเกินไปลูกค้าก็จะไม่รู้สึกพอใจ หากแต่พนักงานขายท่านนี้ใช้วิธีการพูดคุยแบบยืดหยุ่น ชักแม่น้ำมากกว่า 5 สายให้ลูกค้ารู้สึกดี และสอดแทรกด้วยการนำเสนอสิ่งที่จะทำให้ลูกค้าพอใจมากยิ่งขึ้น เช่น เครดิตเทอมที่นานขึ้น แล้วยังแอบบอกอุปสรรคบางประการที่หากซื้อโดยตรงกับเขาด้วยอีกว่า อาจจะทำให้ลูกค้าต้องเสียเวลาและไม่ได้ความพึงพอใจตามเป้าหมายที่ลูกค้าต้องการ</p>
<p style="text-align: justify;">สำหรับลูกค้าแล้ว เหตุผลอย่างเดียวไม่พอเป็นแน่ การทำให้รู้สึกไว้เนื้อเชื่อใจ วิธีการนำเสนอ กรณีตัวอย่าง และสิ่งที่ทำให้ลูกค้ารับรู้ในเชิงรูปธรรมก็เป็นส่วนหนึ่งให้ลูกค้าคล้อยตามและยอมรับเงื่อนไขที่พนักงานขายท่านนี้พยายามนำเสนอให้ที่สุด</p>
<p style="text-align: justify;">การ <span style="color: #ff6600;"><em>เปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส  </em></span>ฉากสุดท้ายสิ่งที่เขาได้กลับไปนอกจากความพึงพอใจของลูกค้าแล้ว ยังได้คำชมว่าเป็นทางออกที่แยบยล และชาญฉลาดมากที่ทุกคน win win ลูกค้าเองตอนนี้ก็ไม่อยากยอมรับ แต่ด้วยเข้าใจถึงความลำบากหากจะต้องไปพนักงานขายท่านนี้จะต้องไปขัดแย้งกับคู่ค้าที่มีความสัมพันธ์ร่วมกันมายาวนาน เพียงเพราะความต้องการของลูกค้าคนเดียว มันก็ไม่เรื่องไม่ง่ายเลยทีเดียว จบการเจรจาครั้งนี้พนักงานท่านนี้ได้เขามีโอกาสในการแข่งขันเพิ่มมากขึ้น เพราะสามารถทำให้ลูกค้าประทับใจได้</p>
<p style="text-align: justify;">จะเห็นว่าในโลกธุรกิจเราสามารถเดินเคียงข้างไปด้วยกันได้ หากเข้าใจซึ่งกันและกัน แบ่งปันกันไป ถ้าเราได้อยู่คนเดียวก็คงไม่มีใครอยากร่วมวงด้วย แต่หากได้บ้างเสียบ้าง ก็ยังคงมีคนเคียงข้างเราเสมอ <span style="line-height: 1.5em;">
		</div> 
	</div> 
</div></span></p>
<h3 style="text-align: center;"><span style="color: #008000;">หากวันนี้คุณเป็นนักขาย จะมีวิธีที่ดีกว่านี้ในการรับมือกับลูกค้าหรือเปล่า? </span></h3>
<h3 style="text-align: center;"><span style="color: #008000;">ฝากกลับไปคิดแล้วมาแบ่งปันกันได้นะคะ</span></h3>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://factoryguideline.com/%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%ad%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พักการเจรจาเพื่อหา solution</title>
		<link>https://factoryguideline.com/%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b8%b2-solution/</link>
		<comments>https://factoryguideline.com/%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b8%b2-solution/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 23 Apr 2014 17:36:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Nongluck Boonsook]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[ปากเป็นเอก]]></category>
		<category><![CDATA[การเปลี่ยนแปลที่คุณทำขึ้นจะหายไปถ้าคุณออกไปจากหน้านี้Are you sure you want to leave this page?]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://factoryguideline.com/?p=1689</guid>
		<description><![CDATA[กการเจรจา เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับทุกเวที ไม่ว่าจะเป็นการหาข้อสรุปในการทำธุรกิจร่วมกัน ความขัดแย้ง หรือปัญหาใด ๆ ก็ตาม ถามว่าทำไม? คนอยู่นอกเวทีอาจจะไม่เข้าใจ แต่ในฐานะคนวงใน ผ่านเหตุการณ์แบบนี้มาบ่อย เลยเก็บมาเล่าให้ฟังก่อนหน่อยแล้วกันค่ะ มีเหตุการณ์หนึ่งที่ประทับใจมาก เรามีกรณีที่ตกลงหาข้อสรุปกันไม่ได้ ประเด็นหลักก็เป็นเรื่องเงินกับ scope การทำงานไม่ค่อยเคลียร์ ทุกคนจึงวางตำแหน่งที่ตัวเองจะเสียเปรียบเทียบไม่ได้ เพราะต่างต้องรักษาผลประโยชน์ขององค์กร มิใช่นั้นก็จะกลายเป็นเหมือนบกพร่องต่อหน้าที่ จนบางครั้งลืมไปว่า หากต่างคนต่างยืนอยู่ที่จุดเดิม โดยไม่ยอมขยับแม้แต่น้อย deal หรือข้อตกลงใหม่ ๆ ไม่อาจจะเกิดขึ้นได้เลย เราอาจจะต้องขยับซ้าย ขวา หน้า หลัง เพื่อให้วงที่พวกเราขีดไว้มีที่ให้เราทั้งคู่ยืนอยู่ได้ด้วยกันแบบสบาย ๆ ไม่มีใครตกขอบ หรือยืนตัวลีบ ตัวเกร็ง แต่เพื่อนอีกคนยืนเบ่งพุงบาน การเจรจารอบนั้นเราอยู่ในสถานการณ์ที่เคร่งเครียด ไม่มีใครยอมถอย สีหน้า อาการ บ่งบอกถึงความตึงเครียด ตอนนั้นนายใหญ่มันมามองเราแล้วก็พูดออกมาว่า “ไม่ได้เสริ์ฟน้ำกับกาแฟแขกเหรอ เราก็ผายมือไปทางด้านข้างว่าเตรียมไว้แล้วค่ะ แต่ทุกคนเคร่งเครียดกันจนไม่มีใครสนใจ” “เดี๋ยวเราดื่มน้ำชา กาแฟ กันก่อนแล้วกัน” แค่สองประโยคนี้ เกมส์การเจรจาเปลี่ยน และพลิกผันในบัดดล เหมือนการพักรบให้ทุกคนได้ผ่อนคลาย ได้คิด ได้ไตร่ตรอง ทั้งสองฝ่ายได้คุยกันมากขึ้น เปิดพื้นที่ส่วนตัว เพราะตอนนี้ดื่มกาแฟก็จะคุยในเรื่องที่เบาลง สารทุกข์สุกดิบ แทนที่จะคาดคั้นกันในเป้าหมายที่ต่างคนต่างต้องการ คู่เจรจาแฮปปี้มาก เห็นได้ชัดว่าเขารู้สึกยกภูเขาออกจากอก เพราะตอนนั้นเขาอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องตอบคำถามเราในบางประเด็นที่ ยอมรับว่ายาก และบางจุดก็ไม่ชัดเจน แต่เราเองก็มีประเด็นที่ไม่ชัดเจนเช่นกัน ทำให้ต่างฝ่ายต่างได้มาคุยกันมากขึ้น กาแฟแก้วนี้ดื่มกันยาวนานมาก แต่ก็คุ้มค่ากับการรอคอย เพราะทุกคนกลับมาแบบมี new idea และ new solution จนหัวัหน้าทีมของฝ่ายคู่เจรจาพูดออกมาเลยว่า relationship ที่เราสร้างขึ้นเมื่อตอน พักการเจรจา ทำให้เรามีสิ่งที่จะนำเสนอดังต่อไปนี้…… หลัง่จากนั้นทุกอย่างพลิกจากความเคร่งเครียดเป็นบรรยากาศของการ compromise ช่วยกันคิด แบ่งปันกันรับผิดชอบ พูดคุยกันด้วยอัธยาศัยไมตรี เพราะต่างคนต่างรู้ว่า เป้าหมายของพวกเราคือ การพักเจรจา เพื่อต้องการหา solution เมื่อทุกคนมายืนอยู่จุดนี้ ทุกอย่างกลายเป็นง่ายไปหมด กว่าหลายชั่วโมงที่ผ่านไป อาจจะดูยาวนาน แต่มิได้ผ่านได้แบบเปล่าประโยชน์ พวกเราว่าเกือบสิบคนได้เรียนรู้ว่า การพักการเจรจา  ในวินาทีนั้นเป็นการตัดสินใจที่ช่างชาญฉลาด และเหมาะเจาะกับเวลาพอดิบพอดี ไม่ปล่อยให้เลยไปถึงจุดที่เราคุยกันไม่รู้เรื่องแล้ว ตอนนี้ก็จะยากและเสียเวลามากเกินไป การได้อยู่ในสถานการณ์แบบนี้ช่างเป็นการเก็บเกี่ยวชั่วโมงบินที่หาที่ไหนไม่ได้จริง ๆ มีคุณค่าทั้งเรื่องการตัดสินใจ เทคนิคการพูดคุย อีกทั้งเรื่องภาษาก็เป็นเรื่องสำคัญ ปกติเราใช้ภาษาอังกฤษในการสนทนากับต่างชาติเพราะถือว่าเป็นภาษากลาง ในท่วงทำนองเราก็อาจจะใช้ภาษาของเจ้าของภาษาเพื่อให้เขารู้สึกว่าเราเข้าถึงวัฒนธรรมและเข้าใจเขามากขึ้น เป็นอีกเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ไม่ควรละเลย โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่น มักชอบใจหากเราสามารถทักทาย กล่าวขอบคุณ กล่าวขอโทษเป็นภาษาญี่ปุ่นได้ Case study สำหรับการ พักการเจรจา นี้ น่าจะเป็นอีกแนวทางหนึ่งให้เพื่อน ๆ ได้ใช้ในหลาย ๆ เวทีกันนะคะ เพราะไม่ว่าจะเป็นกรณีใด ๆ สุดท้าย the best solution หรือการเจรจาค่ะ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><span class="dropcap dropcap1 "><span style="color: #ffffff;">พั</span></span><b style="line-height: 1.5em;"><i>กการเจรจา</i></b><span style="line-height: 1.5em;"> เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับทุกเวที ไม่ว่าจะเป็นการหาข้อสรุปในการทำธุรกิจร่วมกัน ความขัดแย้ง หรือปัญหาใด ๆ ก็ตาม</span></p>
<h2 style="text-align: justify;"><span style="color: #000080;">ถามว่าทำไม?</span></h2>
<p style="text-align: justify;">คนอยู่นอกเวทีอาจจะไม่เข้าใจ แต่ในฐานะคนวงใน ผ่านเหตุการณ์แบบนี้มาบ่อย เลยเก็บมาเล่าให้ฟังก่อนหน่อยแล้วกันค่ะ มีเหตุการณ์หนึ่งที่ประทับใจมาก เรามีกรณีที่ตกลงหาข้อสรุปกันไม่ได้ ประเด็นหลักก็เป็นเรื่องเงินกับ scope การทำงานไม่ค่อยเคลียร์ ทุกคนจึงวางตำแหน่งที่ตัวเองจะเสียเปรียบเทียบไม่ได้ เพราะต่างต้องรักษาผลประโยชน์ขององค์กร มิใช่นั้นก็จะกลายเป็นเหมือนบกพร่องต่อหน้าที่ จนบางครั้งลืมไปว่า หากต่างคนต่างยืนอยู่ที่จุดเดิม โดยไม่ยอมขยับแม้แต่น้อย deal หรือข้อตกลงใหม่ ๆ ไม่อาจจะเกิดขึ้นได้เลย เราอาจจะต้องขยับซ้าย ขวา หน้า หลัง เพื่อให้วงที่พวกเราขีดไว้มีที่ให้เราทั้งคู่ยืนอยู่ได้ด้วยกันแบบสบาย ๆ ไม่มีใครตกขอบ หรือยืนตัวลีบ ตัวเกร็ง แต่เพื่อนอีกคนยืนเบ่งพุงบาน</p>
<p style="text-align: justify;">การเจรจารอบนั้นเราอยู่ในสถานการณ์ที่เคร่งเครียด ไม่มีใครยอมถอย สีหน้า อาการ บ่งบอกถึงความตึงเครียด ตอนนั้นนายใหญ่มันมามองเราแล้วก็พูดออกมาว่า “ไม่ได้เสริ์ฟน้ำกับกาแฟแขกเหรอ เราก็ผายมือไปทางด้านข้างว่าเตรียมไว้แล้วค่ะ แต่ทุกคนเคร่งเครียดกันจนไม่มีใครสนใจ” “เดี๋ยวเราดื่มน้ำชา กาแฟ กันก่อนแล้วกัน” แค่สองประโยคนี้ เกมส์การเจรจาเปลี่ยน และพลิกผันในบัดดล เหมือนการพักรบให้ทุกคนได้ผ่อนคลาย ได้คิด ได้ไตร่ตรอง ทั้งสองฝ่ายได้คุยกันมากขึ้น เปิดพื้นที่ส่วนตัว เพราะตอนนี้ดื่มกาแฟก็จะคุยในเรื่องที่เบาลง สารทุกข์สุกดิบ แทนที่จะคาดคั้นกันในเป้าหมายที่ต่างคนต่างต้องการ</p>
<p style="text-align: justify;"><img class="aligncenter size-full wp-image-1535" alt="coffee refill. cup of fresh espresso, view from above" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2014/04/bigstock-coffee-refill-cup-of-fresh-es-47132527.jpg" width="900" height="900" /></p>
<p style="text-align: justify;">คู่เจรจาแฮปปี้มาก เห็นได้ชัดว่าเขารู้สึกยกภูเขาออกจากอก เพราะตอนนั้นเขาอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องตอบคำถามเราในบางประเด็นที่ ยอมรับว่ายาก และบางจุดก็ไม่ชัดเจน แต่เราเองก็มีประเด็นที่ไม่ชัดเจนเช่นกัน ทำให้ต่างฝ่ายต่างได้มาคุยกันมากขึ้น</p>
<p style="text-align: justify;">กาแฟแก้วนี้ดื่มกันยาวนานมาก แต่ก็คุ้มค่ากับการรอคอย เพราะทุกคนกลับมาแบบมี new idea และ new solution จนหัวัหน้าทีมของฝ่ายคู่เจรจาพูดออกมาเลยว่า relationship ที่เราสร้างขึ้นเมื่อตอน <span style="color: #ff9900;"><b><i>พักการเจรจา</i></b></span> ทำให้เรามีสิ่งที่จะนำเสนอดังต่อไปนี้……</p>
<p style="text-align: justify;">หลัง่จากนั้นทุกอย่างพลิกจากความเคร่งเครียดเป็นบรรยากาศของการ compromise ช่วยกันคิด แบ่งปันกันรับผิดชอบ พูดคุยกันด้วยอัธยาศัยไมตรี เพราะต่างคนต่างรู้ว่า เป้าหมายของพวกเราคือ <span style="color: #000080;"><strong><span style="text-decoration: underline;"><span style="text-decoration: underline;"><i>การพักเจรจา เพื่อต้องการหา </i><i>solution</i> </span></span></strong></span>เมื่อทุกคนมายืนอยู่จุดนี้ ทุกอย่างกลายเป็นง่ายไปหมด</p>
<p style="text-align: justify;">กว่าหลายชั่วโมงที่ผ่านไป อาจจะดูยาวนาน แต่มิได้ผ่านได้แบบเปล่าประโยชน์ พวกเราว่าเกือบสิบคนได้เรียนรู้ว่า <span style="color: #ff9900;"><b><i>การพักการเจรจา </i></b> </span>ในวินาทีนั้นเป็นการตัดสินใจที่ช่างชาญฉลาด และเหมาะเจาะกับเวลาพอดิบพอดี ไม่ปล่อยให้เลยไปถึงจุดที่เราคุยกันไม่รู้เรื่องแล้ว ตอนนี้ก็จะยากและเสียเวลามากเกินไป</p>
<p style="text-align: justify;">การได้อยู่ในสถานการณ์แบบนี้ช่างเป็นการเก็บเกี่ยวชั่วโมงบินที่หาที่ไหนไม่ได้จริง ๆ มีคุณค่าทั้งเรื่องการตัดสินใจ เทคนิคการพูดคุย อีกทั้งเรื่องภาษาก็เป็นเรื่องสำคัญ ปกติเราใช้ภาษาอังกฤษในการสนทนากับต่างชาติเพราะถือว่าเป็นภาษากลาง ในท่วงทำนองเราก็อาจจะใช้ภาษาของเจ้าของภาษาเพื่อให้เขารู้สึกว่าเราเข้าถึงวัฒนธรรมและเข้าใจเขามากขึ้น เป็นอีกเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ไม่ควรละเลย โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่น มักชอบใจหากเราสามารถทักทาย กล่าวขอบคุณ กล่าวขอโทษเป็นภาษาญี่ปุ่นได้</p>
<p style="text-align: justify;">Case study สำหรับการ <span style="color: #ff9900;"><b><i>พักการเจรจา</i></b></span> นี้ น่าจะเป็นอีกแนวทางหนึ่งให้เพื่อน ๆ ได้ใช้ในหลาย ๆ เวทีกันนะคะ เพราะไม่ว่าจะเป็นกรณีใด ๆ สุดท้าย the best solution หรือการเจรจาค่ะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://factoryguideline.com/%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%ab%e0%b8%b2-solution/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รู้ทันนักขาย</title>
		<link>https://factoryguideline.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2/</link>
		<comments>https://factoryguideline.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 12 Apr 2014 15:53:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Nongluck Boonsook]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[ปากเป็นเอก]]></category>
		<category><![CDATA[รู้ทันนักขาย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://factoryguideline.com/?p=1404</guid>
		<description><![CDATA[]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><span style="font-size: 14px; line-height: 1.5em;"><div class="wpb_row row-fluid">
	<div class="span6 wpb_column column_container">
		<div class="wpb_wrapper">
			</span><span style="font-size: 14px; line-height: 1.5em;">เช้าวันหนึ่งมีแผนที่จะต้องไป audit supplier ทั้งวัน แต่ก็มี supplier จากจีนรายหนึ่งขอร้องว่ามาเมืองไทยแล้วขอพบสักสิบนาทีก็ยังดี เราก็เลยตอบตกลงไปว่าให้แค่สิบเท่านาทีเท่านั้นนะ ไม่ใช่ว่าเป็นการเล่นตัว แต่เราไม่สะดวกจริง ๆ เพราะนัดทีมงานกับ supplier ไปหมดแล้ว ขอแค่ greeting ทักทายแค่พอรู้จักกันเท่านั้น และจะแนะนำอีกท่านที่ดูเกี่ยวกับเครื่องจักรให้</span></p>
<p>เรานัดไว้ 8.45 น. ก่อนแปดโมงกว่าน้อง reception บอกพี่มีผู้ชาวจีนมารอพบอยู่แล้วค่ะ เราก็เลยบอกน้องไปว่า ให้รอก่อนนะเพราะนัดเวลากันไว้แล้ว ถึงเวลาจะลงไปพบตามนัดค่ะ เพราะกำลังเตรียมตัวเพื่อจะเดินทาง เราเองต้อง <i>รู้ทันนักขาย</i>ว่าเขารีบมาเพราะอยากได้คุยกับเรานาน ๆ เพราะคุยนานเท่าไร โอกาสก็มีมากเท่านั้น</p>
<p>คนแรกที่แนะนำตัวเป็น Sale manager บุคลิกและอัธยาศัยดี ส่วนคนที่สองเป็น QA คำแรกที่หยอดให้ลูกค้าชื่นใจว่า เขาจะเป็น supplier ที่ “Good quality and fast delivery”  QA พูดแบบนี้ลูกค้าหูผึ่งเลย เพราะเป็นที่รู้จักว่าเครื่องจักรเมืองจีนยังไม่ค่อยเป็นที่ประทับใจสักเท่าไร ราคาอาจจะถูก แต่คุณภาพและบริการค่อนข้างมีปัญหา พูดถึงตรงนี้ต้องบอกว่า นอกจาก <i>รู้ทันนักขาย</i>แล้ว ตอนนี้ต้องรู้ทัน QA อีกเลยด้วยแล้วค่ะ</p>
<p><img class="aligncenter size-thumbnail wp-image-629" alt="business advertising" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2014/03/business-advertising-150x150.jpg" width="150" height="150" /></p>
<p>Sale manager คนนี้มีจิตวิทยาในการคุยเป็นเลิศ ในการทำให้ผู้ฟังรู้สึกดี และฉลาดที่จะใช้คำพูดมาก ทำให้ผู้ฟังเพลิดเพลินคล้อยตาม และสอดแทรกการนำเสนอสินค้าได้แบบแนบเนียน โดยไม่ได้รู้สึกว่าถูกยัดเยียดให้ต้องซื้อแต่อย่างใด เทคนิคที่ใช้คือ พูดแบบจริงใจและธรรมชาติมาก เข้าใจลูกค้า ไม่ฝืนใจหากลูกค้ายังไม่พร้อม หัวใจสำคัญคือทำการบ้านมาดีมาก ลูกค้าต้องต้องการอะไร โดยไม่ต้องรอให้เราถาม ใส่พานมาประเคน ถามอะไรตอบได้หมด แหมแบบนี้ถึงแม้วันนี้เรายังไม่มีโครงการจะซื้อ แต่แน่นอนว่าไปนั่งอยู่ใน memory เราเรียบร้อยว่า ถ้ามีความต้องการกลุ่มนี้ รายนี้เป็นหนึ่งใน candidate ที่น่าสนใจเลยทีเดียว และถึงแม้เราจะ <i>รู้ทันนักขาย</i> ประเภทนี้แต่เราก็ชอบนะ เพราะถ้า supplier เก่ง เราก็ทำงานง่าย ดังนั้น supplier ต้องเก็บข้อนี้ไปเป็นการบ้านค่ะ ถ้าคุณเก่งคุณมีงานทำแน่นอน</p>
<p style="text-align: justify;"><span style="font-size: 14px; line-height: 1.5em;">
		</div> 
	</div> 

	<div class="span6 wpb_column column_container">
		<div class="wpb_wrapper">
			</span>หลังจากแนะนำให้รู้จักคนจักทาง engineering manager ที่พี่คนนี้ได้ออกตัวไว้ก่อนแล้วว่าให้เวลาได้แค่สิบนาที แต่ด้วยทีมงานมาช้า เราก็เลยพอมีเวลานั่งคุยไปพลาง ๆ ก่อน</p>
<p>จากที่คุยกันก่อนหน้านี้เราก็เล่าให้ฟังว่า supplier เมืองจีนมักมีปัญหาเรื่องการทำวีซ่า ต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์กว่าจะออกจากประเทศได้ ทำให้เราเสียโอกาสทางธุรกิจ เราเลยไม่ค่อยแฮปปี้กับ supplier จีนเท่าไร  เท่านั้นเอง sale manager ก็สาธายายเทคนิคการเดินทางมาเมืองไทยภายใน 1-2 วันให้ฟังว่าให้ใช้วีซ่าอีกแบบ ไม่ต้องทำวีซ่านักท่องเที่ยว หลังจากนั้นให้ไป via หรือไปแวะที่ฮ่องกงก่อน แล้วค่อยต่อเครื่องมาไทย ใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงมาถึงประเทศไทยแล้ว ไม่เห็นจะยุ่งยากตรงไหน และเพื่อเป็นการยืนยันก็ยืนพาสปอร์ตมาแสดงให้ดูประกอบอีกด้วย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><img class="aligncenter size-thumbnail wp-image-1419" alt="Untitled-11" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2014/04/Untitled-11-150x150.jpg" width="150" height="150" /></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ฟังแล้วอึ้ง นี่เป็นวิธีการที่ทำให้ลูกค้ารู้สึก first impression ตั้งแต่เรื่องการบริการที่เสนอให้ก่อนได้ใช้บริการเสียอีก แล้วยังช่วยหา solution ปัญหาของชาวบ้านแบบเปิดสารพัดเทคนิค อย่างเดียวที่ยังทำไม่ได้คือพูดภาษาไทย J</p>
<p>สรุปเวลาที่เราคุยกับ supplier จีนรายนี้คือชั่วโมงเศษ ต้องชมว่าเค้ามีวิธีการคุยที่ทำให้เราไม่รู้สึกเบื่อและยินดีที่จะยืดเวลาให้เขาออกไปอีกในขณะที่เรานั่งรอทีมงานมารับ ด้วยอาชีพที่ต้องพบปะผู้คนมากมายทุกวันบอกได้เลยว่า พบไม่บ่อย อาจจะไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับนักขาย แต่สิ่งที่ชื่นชนคือวิธีการที่คุยกับเราต่างหากที่แม้แต่เราเองก็อดไม่ได้ที่จะต้องมาเก็บมาชื่นชม เพราะนักชายหลายคนอาจจะเก่งเรื่องเทคนิค แต่ยังขาดเทคนิคในการเจรจาหรือการพิชิตใจลูกค้าขั้นเทพแบบนี้ สิ่งที่เขานำเสนอเราไม่ใช่เป็นการกะล่อน หรือไหลไปเรื่อยนะคะ แต่เป็นศิลปะในการคุยแฟน ๆ หนังสือแนวพงศาวดารที่มักจะสอดแทรกชั้นเชิง หรือการชิงไหวชิงพริบไว้มากมายนั่นเองค่ะ</p>
<p><span style="font-size: 14px; line-height: 1.5em;">
		</div> 
	</div> 
</div></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://factoryguideline.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
