<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Factory Guideline &#187; มาตรการ QE</title>
	<atom:link href="https://factoryguideline.com/tag/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-qe/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://factoryguideline.com</link>
	<description>factoryguideline.com ครบเครื่องเรื่องอุตสาหกรรม</description>
	<lastBuildDate>Tue, 15 Oct 2019 16:36:41 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.2.38</generator>
	<item>
		<title>มาตรการ QE ที่สหรัฐและญี่ปุนนำมาใช้คืออะไร</title>
		<link>https://factoryguideline.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-qe-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%8d%e0%b8%b5%e0%b9%88/</link>
		<comments>https://factoryguideline.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-qe-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%8d%e0%b8%b5%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 09 Nov 2014 08:10:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Nongluck Boonsook]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Money Optimization]]></category>
		<category><![CDATA[มาตรการ QE]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://factoryguideline.com/?p=2227</guid>
		<description><![CDATA[ปดาห์ที่แล้วได้ยินข่าวมาตรฐาน QE ของสหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่นที่นำนโยบายเดียวกันมาใช้ แต่ผลัดกันใช้ อีกคนหยุด อีกเคนเริ่ม ฟังแลวอย่าเพิ่งงงนะคะ เพราะถ้าพิจารณาดูแล้ว เป็นผลดีกับเรา ๆ ทั้งหลายที่รอข่าวบวกทางด้านเศรษฐกิจกันมานาน &#160; มาตรการ QE คืออะไร ภาษาชาวบ้าน ๆ ก็คือการอัตฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ เพื่อกระตุ้นให้มีเม็ดเงินมากขึ้น กระตุ้นต่อมอยากให้ผู้บริโภคทั้งหลายอดใจกันไม่ไหว ต้องจับจ่ายใช้สอย เมื่อจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ความต้องการหรือ Demand เพิ่มขึ้นก็ไปกระตุ้นภาพรวมของธุรกิจต่าง ๆ ให้ขยับคลับเคลื่อนกันล่ะค่ะ ทำไมอเมริกาหยุดใช้มาตรการ QE เพราะเริ่มเห็นแนวโน้มที่ดีขึ้นก็เริ่มหยุดอัดฉีดเม็ดเงิน ปล่อยให้เป็นไปตามกลไกลธรรมชาติ ก็น่าจะเป็นข่าวดีที่ทางอเมริกาเริ่มค่อนข้างมั่นใจว่าที่กระตุ้นมาแล้วเอาอยู่ เริ่มปล่อยมือได้แล้ว ส่วนญี่ปุ่นทำไมจึงต้องอัดฉีด ญี่ปุ่นต้องการให้ค่าเงินอ่อนลงอีกหน่อย ของจะได้ขายง่าย ๆ ขึ้น การอัดฉีดเม็ดเงินด้วยมาตรการ QE จึงเหมือนยาบำรุงกระตุ้นยอดขาย เมื่อค่าเงินอ่อนลง ของถูกลง คนที่กำลังพิจารณาซื้อก็ตัดสินใจง่ายขึ้น เพราะใคร ๆ ก็รู้ว่าโดยธรรมชาติสินค้าญี่ปุ่นคุณภาพดีอยู่แล้ว เพียงแต่ราคา… เป็นที่รู้กัน แต่จะว่าไปแล้วส่วนใหญ่ของก็สมราคาที่ …. หากมียามากระตุ้นยอดขายก็คงช่วยได้ไม่น้อย &#160; แล้วเมืองไทยได้อะไรจากมาตรการนี้บ้าง? มาตรการ QE ของญี่ปุ่นที่น่าจะส่งผลให้ค่าเงินเงินอ่อนค่าลงเพื่อกระตุ้นการขาย ก็น่าจะส่งผลดีต่อผู้นำเข้าที่จ่ายเงินน้อยลง แต่ในทางกลับกันก็ต้องกันมาดูค่าเงินบาทด้วยว่า ค่าเงินเราเปลี่ยนแปลงเป็นไปในแนวทางเดียวกับเงินเยนหรือเปล่า หรือสวนทางกัน ข้อนี้ต้องพิจารณาให้ดี หรือระยะเวลาในการชำระเงินเมื่อไร จำเป็นต้องซื้อความเสี่ยงในอัตราแลกแปลี่ยนหรือเปล่า สิ่งเหล่านี้ต้องประเมินและคิดให้ถี่ถ้วน เพราะทุกอย่างคือต้นทุนที่คุณต้องควักจากกระเป๋าทั้งนั้นเลยค่ะ &#160; เครดิต : รายการช่องทางทำกิน ไทยพีบีเอส &#160;]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><span class="dropcap "><strong><span style="color: #000080;">สั</span></strong></span>ปดาห์ที่แล้วได้ยินข่าว<span style="color: #ff6600;"><em>มาตรฐาน QE</em></span> ของสหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่นที่นำนโยบายเดียวกันมาใช้ แต่ผลัดกันใช้ อีกคนหยุด อีกเคนเริ่ม ฟังแลวอย่าเพิ่งงงนะคะ เพราะถ้าพิจารณาดูแล้ว เป็นผลดีกับเรา ๆ ทั้งหลายที่รอข่าวบวกทางด้านเศรษฐกิจกันมานาน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><span style="color: #003366;"><strong>มาตรการ QE คืออะไร</strong></span></p>
<p>ภาษาชาวบ้าน ๆ ก็คือการอัตฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ เพื่อกระตุ้นให้มีเม็ดเงินมากขึ้น กระตุ้นต่อมอยากให้ผู้บริโภคทั้งหลายอดใจกันไม่ไหว ต้องจับจ่ายใช้สอย เมื่อจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ความต้องการหรือ Demand เพิ่มขึ้นก็ไปกระตุ้นภาพรวมของธุรกิจต่าง ๆ ให้ขยับคลับเคลื่อนกันล่ะค่ะ</p>
<p>ทำไมอเมริกาหยุดใช้<em><span style="color: #ff6600;">มาตรการ QE</span></em> เพราะเริ่มเห็นแนวโน้มที่ดีขึ้นก็เริ่มหยุดอัดฉีดเม็ดเงิน ปล่อยให้เป็นไปตามกลไกลธรรมชาติ ก็น่าจะเป็นข่าวดีที่ทางอเมริกาเริ่มค่อนข้างมั่นใจว่าที่กระตุ้นมาแล้วเอาอยู่ เริ่มปล่อยมือได้แล้ว</p>
<p><a href="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2014/04/Untitled-17.jpg"><img class="aligncenter size-full wp-image-1425" alt="Untitled-17" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2014/04/Untitled-17.jpg" width="800" height="600" /></a></p>
<p>ส่วนญี่ปุ่นทำไมจึงต้องอัดฉีด ญี่ปุ่นต้องการให้ค่าเงินอ่อนลงอีกหน่อย ของจะได้ขายง่าย ๆ ขึ้น การอัดฉีดเม็ดเงินด้วยมาตรการ QE จึงเหมือนยาบำรุงกระตุ้นยอดขาย เมื่อค่าเงินอ่อนลง ของถูกลง คนที่กำลังพิจารณาซื้อก็ตัดสินใจง่ายขึ้น เพราะใคร ๆ ก็รู้ว่าโดยธรรมชาติสินค้าญี่ปุ่นคุณภาพดีอยู่แล้ว เพียงแต่ราคา… เป็นที่รู้กัน แต่จะว่าไปแล้วส่วนใหญ่ของก็สมราคาที่ …. หากมียามากระตุ้นยอดขายก็คงช่วยได้ไม่น้อย</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>แล้วเมืองไทยได้อะไรจากมาตรการนี้บ้าง?</p>
<p><em><span style="color: #ff6600;">มาตรการ QE</span></em> ของญี่ปุ่นที่น่าจะส่งผลให้ค่าเงินเงินอ่อนค่าลงเพื่อกระตุ้นการขาย ก็น่าจะส่งผลดีต่อผู้นำเข้าที่จ่ายเงินน้อยลง แต่ในทางกลับกันก็ต้องกันมาดูค่าเงินบาทด้วยว่า ค่าเงินเราเปลี่ยนแปลงเป็นไปในแนวทางเดียวกับเงินเยนหรือเปล่า หรือสวนทางกัน ข้อนี้ต้องพิจารณาให้ดี หรือระยะเวลาในการชำระเงินเมื่อไร จำเป็นต้องซื้อความเสี่ยงในอัตราแลกแปลี่ยนหรือเปล่า สิ่งเหล่านี้ต้องประเมินและคิดให้ถี่ถ้วน เพราะทุกอย่างคือต้นทุนที่คุณต้องควักจากกระเป๋าทั้งนั้นเลยค่ะ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>เครดิต : รายการช่องทางทำกิน ไทยพีบีเอส</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://factoryguideline.com/%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-qe-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%90%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%8d%e0%b8%b5%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
