<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Factory Guideline &#187; &#8220;ระบบการผลิต&#8221; สัมพันธ์กับ &#8220;โลจิสติกส์&#8221; อย่างไร</title>
	<atom:link href="https://factoryguideline.com/tag/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95-%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b1/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://factoryguideline.com</link>
	<description>factoryguideline.com ครบเครื่องเรื่องอุตสาหกรรม</description>
	<lastBuildDate>Tue, 15 Oct 2019 16:36:41 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.2.38</generator>
	<item>
		<title>&#8220;ระบบการผลิต&#8221; สัมพันธ์กับ &#8220;โลจิสติกส์&#8221; อย่างไร?</title>
		<link>https://factoryguideline.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95-%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b1/</link>
		<comments>https://factoryguideline.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95-%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b1/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 08 Apr 2014 17:20:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Nongluck Boonsook]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[What about Logistic]]></category>
		<category><![CDATA["ระบบการผลิต" สัมพันธ์กับ "โลจิสติกส์" อย่างไร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://factoryguideline.com/?p=1305</guid>
		<description><![CDATA[จจัยที่จะช่วยให้โลจิสติกส์ทำงานได้สมบูรณ์แบบมีสามปัจจัยก็คือ ลูกค้าสัมพันธ์ ระบบการผลิต และการจัดซื้อ ระบบการผลิต ถือได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่องค์กรณ์ควรจะให้ความสำคัญเพราะระบบการผลิตจะเป็นการเพิ่มคุณภาพให้กับสินค้านั้น ๆ ระบบการผลิตเพิ่มคุณค่าให้กับสินค้าของเราได้อย่างไร? คำตอบก็คือ ระบบการผลิต จะทำการแปรสภาพสินค้าของเราให้กับลูกค้า ซึ่งลูกค้าในที่นี้หมายถึงได้ทั้งผู้บริโภคลำดับสุดท้ายหรือว่าลูกค้าของบริษัทซึ่งอาจจะหมายถึงผู้บริโภคลำดับต่อไปในโซ่อุปทานซึ่งอาจจะยังเป็นซัพพลายเออร์ของบริษัทอื่นๆอยู่ก็เป็นได้ ประเด็นที่ ระบบการผลิต เกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์ มากที่สุดก็คือเรื่องของปริมาณของวัตถุดิบที่จะต้องสั่งในแต่ละครั้ง ส่วนเรื่องรอง ๆ ลงมาคือปริมาณของสินค้าที่จะผลิตในช่วงเวลาที่บริษัทได้วางแผนไว้ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า อีกทั้งการเก็บสต็อคควรต้องสอดล้องสัมพันธ์กับปริมาณและประเภทที่ลูกค้าต้องการอีกด้วย อีกสิ่งหนึ่งของระบบการผลิตที่โลจิสติกส์สามารถช่วยให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นก็คือ ความหลากหลายของสินค้าที่สามารถใช้วิธีการผลิตแบบเดียวกันได้ ซึ่งในทางโลจิสติกส์เชื่อว่าถ้ามีความหลากหลายมาก ปริมาณต่อล็อตก็จะไม่ค่อยมาก มีความยืดหยุ่นในการใช้วัตถุดิบเพื่อที่จะผลิตและสามารถผลิตสินค้าออกมาได้ในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งความหลากหลายและยืดหยุ่นนี่จะส่งผลเกี่ยวกับเรื่องการขนส่งและบริการทางด้านคลังสินค้าโดยเฉพาะ โลจิสติกสามารถช่วยระบบการผลิตได้อย่่างมากดังที่เห็นจากประโยชน์ข้างต้นที่กล่าวมา แต่ถ้าไม่มีการช่วยเหลือของการไหลเวียนของข้อมูล การสื่อสารของผู้ซื้อและผู้ขายก็จะเป็นไปได้ยากขึ้นและทุกอย่างก็จะใช้เวลานานกว่า]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><span style="line-height: 1.5em;"><span class="dropcap "><span style="color: #ffffff;"><strong>ปั</strong></span></span></span><span style="line-height: 1.5em;">จจัยที่จะช่วยให้โลจิสติกส์ทำงานได้สมบูรณ์แบบมีสามปัจจัยก็คือ<span style="color: #0000ff;"> <em>ลูกค้าสัมพันธ์ </em></span></span><span style="color: #0000ff;"><span style="line-height: 1.5em;"><em>ระบบการผลิต</em> </span><span style="line-height: 1.5em;">และ<em>การจัดซื้อ</em></span></span><span style="color: #000000;"> ระบบการผลิต </span><span style="line-height: 1.5em;">ถือได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่องค์กรณ์ควรจะให้ความสำคัญเพราะระบบการผลิตจะเป็นการเพิ่มคุณภาพให้กับสินค้านั้น ๆ</span></p>
<p style="text-align: justify;"><span style="color: #ff9900;">ระบบการผลิตเพิ่มคุณค่าให้กับสินค้าของเราได้อย่างไร?</span></p>
<p style="text-align: justify;">คำตอบก็คือ<em><span style="color: #0000ff;"> ระบบการผลิต</span> </em>จะทำการแปรสภาพสินค้าของเราให้กับลูกค้า ซึ่งลูกค้าในที่นี้หมายถึงได้ทั้งผู้บริโภคลำดับสุดท้ายหรือว่าลูกค้าของบริษัทซึ่งอาจจะหมายถึงผู้บริโภคลำดับต่อไปในโซ่อุปทานซึ่งอาจจะยังเป็นซัพพลายเออร์ของบริษัทอื่นๆอยู่ก็เป็นได้</p>
<p style="text-align: justify;">ประเด็นที่<em><span style="color: #0000ff;"> ระบบการผลิต</span> </em>เกี่ยวข้องกับ<span style="color: #0000ff;"><em>โลจิสติกส์ </em></span>มากที่สุดก็คือเรื่องของปริมาณของวัตถุดิบที่จะต้องสั่งในแต่ละครั้ง ส่วนเรื่องรอง ๆ ลงมาคือปริมาณของสินค้าที่จะผลิตในช่วงเวลาที่บริษัทได้วางแผนไว้ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า อีกทั้งการเก็บสต็อคควรต้องสอดล้องสัมพันธ์กับปริมาณและประเภทที่ลูกค้าต้องการอีกด้วย</p>
<p style="text-align: justify;">อีกสิ่งหนึ่งของ<span style="color: #0000ff;"><em>ระบบการผลิต</em></span>ที่<span style="color: #0000ff;"><em>โลจิสติกส์</em></span>สามารถช่วยให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นก็คือ ความหลากหลายของสินค้าที่สามารถใช้วิธีการผลิตแบบเดียวกันได้ ซึ่งในทาง<span style="color: #0000ff;"><em>โลจิสติกส์</em></span>เชื่อว่าถ้ามีความหลากหลายมาก ปริมาณต่อล็อตก็จะไม่ค่อยมาก มีความยืดหยุ่นในการใช้วัตถุดิบเพื่อที่จะผลิตและสามารถผลิตสินค้าออกมาได้ในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งความหลากหลายและยืดหยุ่นนี่จะส่งผลเกี่ยวกับเรื่องการขนส่งและบริการทางด้านคลังสินค้าโดยเฉพาะ</p>
<p style="text-align: justify;">
<p style="text-align: justify;"><img class="aligncenter size-medium wp-image-653" alt="factory#3" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2014/03/factory3-300x225.jpg" width="300" height="225" /></p>
<p style="text-align: justify;"><div class="wpb_row row-fluid">
	<div class="span6 wpb_column column_container">
		<div class="wpb_wrapper">
			
<p style="text-align: justify;">ปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อเทคโนโลยีเป็นอีกประการหนึ่งที่ <span style="color: #0000ff;"><em>โลจิสติกส์ </em></span>จะช่วยได้มากได้แก่ <em><span style="color: #0000ff;">ปริมาณการผลิต อุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต และการจัดตั้งการเปลี่ยนระบบ </span></em> สำหรับการขัดขวางทางปริมาณการผลิตก็จะเกี่ยวกับว่าจะผลิตสินค้าได้ครั้งละกี่หน่วยต่อเครื่องจักรหนึ่งเครื่องในระยะเวลาหนึ่ง เป็นต้น สำหรับทางด้านอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตก็คือการใช้ เครื่องจักรชนิดหนึ่งเพื่อมาทำงานหลายๆอย่าง บางครั้งโรงงานไม่สามารถผลิตสินค้าได้ตามจำนวนที่ต้องการได้เพราะเครื่องจักรมีประสิทธิภาพไม่เพียงพอและไม่สามารถปรับให้เข้ากับความหลากหลายและยืดหยุ่นของสินค้าได้ ส่วนเรื่องของการจัดตั้งและเปลี่ยนระบบนี่ก็เป็นเรื่องของการที่ผู้ผลิตต้องการจะผลิตให้ได้หลากหลายและยืดหยุ่นตามความต้องการของผู้บริโภค จึงทำให้มีการเปลี่ยนหรือซื้ออุปกรณ์มาเพิ่มและบางกรณีการติดตั้งที่ต้องเสียเวลา ทำให้มีผลกระทบต่อการผลิตเป็นการชั่วคราวส่งผลให้เวลาที่ได้วางแผนไว้จะล่าช้าไปด้วย</p>
<p style="text-align: justify;">สิ่งสุดท้ายที่โลจิสติกส์จะสามารถช่วยระบบการผลิตได้มากถึงมากที่สุดคืิอเรื่องของการกำหนดระยะเวลา นับตั้งแต่สั่งซื้อวัตถุดิบจนกระทั่งได้รับวัตถุดิบนั้นจากผู้ผลิต <span style="color: #0000ff;"><em>โลจิสติกส์ </em></span>จะช่วยในเรื่องของระยะเวลารอคอยสินค้าที่จะซื้อวัตถุดิบเพื่อที่วัตถุดิบจะมาทันเวลา และไม่ทำให้ระบบการผลิตที่ได้วางแผนไว้ติดขัด โลจิสติกส์จะช่วยในเรื่องของการปริมาณการกักตุนสินค้าเพื่อป้องกันทางเรื่องของความไม่แน่นอนที่จะเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติหรือในเรื่องของการผิดพลาดทางระบบการผลิต เป็นต้น</p>
<p style="text-align: justify;">
		</div> 
	</div> 

	<div class="span6 wpb_column column_container">
		<div class="wpb_wrapper">
			เทคนิคต่างๆ ทางโลจิสติกส์ที่จะสามารถช่วยระบบการผลิตของคุณให้มีประสิทธิภาพและมีค่าใช้จ่ายลดลงก็คือ การผลิตแบบทันเวลาพอดีได้รับการสนใจอย่างมากในยุคนี้เพราะช่วยบริษัทประหยัดทางด้านค่าคลังสินค้าที่จะต้องเก็บกักตุนวัสดุเพื่อผลิตในล็อตต่อไป การวางแผนความต้องการวัสดุก็เป็นอีกอย่างหนึ่งในเทคนิคโลจิสติกส์ที่ได้รับการยอมรับอย่างมาก ซึ่งระบบ MRP จะช่วยในการสื่อสารระหว่างผุ้ซื้อและผู้ขายอย่างมาก แนวทางการบริหารคลังินค้าเป็นอีกอย่างหนึ่งนอกเหนือจากสองอย่างแรกที่จะช่วยให้องค์กรใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การออกแบบของผลิตภัณฑ์เป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะช่วยลดปริมาณของวัตถุดิบที่ควรกักตุนไว้ได้</p>
<p style="text-align: justify;">
<p style="text-align: justify;">
<p style="text-align: justify;">
<p style="text-align: justify;"><img class="aligncenter size-medium wp-image-712" alt="truck#3" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2014/03/truck3-300x225.jpg" width="300" height="225" />
		</div> 
	</div> 
</div>
<p style="text-align: justify;"><strong style="color: #339966; text-decoration: underline; line-height: 1.5em;">โลจิสติกสามารถช่วยระบบการผลิตได้อย่่างมากดังที่เห็นจากประโยชน์ข้างต้นที่กล่าวมา แต่ถ้าไม่มีการช่วยเหลือของการไหลเวียนของข้อมูล การสื่อสารของผู้ซื้อและผู้ขายก็จะเป็นไปได้ยากขึ้นและทุกอย่างก็จะใช้เวลานานกว่า</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://factoryguideline.com/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%95-%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%98%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
