<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Factory Guideline &#187; วิธีประหยัดพลังงานไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรม</title>
	<atom:link href="https://factoryguideline.com/tag/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://factoryguideline.com</link>
	<description>factoryguideline.com ครบเครื่องเรื่องอุตสาหกรรม</description>
	<lastBuildDate>Tue, 15 Oct 2019 16:36:41 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.2.38</generator>
	<item>
		<title>วิธีประหยัดพลังงานไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรม</title>
		<link>https://factoryguideline.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89/</link>
		<comments>https://factoryguideline.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 30 Mar 2014 06:07:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Nongluck Boonsook]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Energy Evoluation]]></category>
		<category><![CDATA[Featured]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีประหยัดพลังงานไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://factoryguideline.com/test/?p=806</guid>
		<description><![CDATA[วิธีประหยัดพลังงานไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรม คือการลดค่าปรับเพาเวอร์แฟคเตอร์ เนื่องจากการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมีการปรับอัตราค่าไฟฟ้าใหม่ เมื่อเดือนมิถุนายน 2555 ที่ผ่านมาทำให้ค่าไฟเพิ่มสูงขึ้น ข้อกำหนดของการไฟฟ้า ก่อนอื่นเราต้องรู้ข้อกำหนดของการไฟฟ้าก่อนว่าเพื่อที่จะมาปรับใช้กับวิธีประหยัดพลังงานไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรม   ค่าปรับเพาเวอร์แฟคเตอร์จะเรียกเก็บเฉพาะผู้ใช้ไฟประเภทที่ 3 กิจการขนาดกลาง, ประเภทที่ 4 กิจการขนาดใหญ่ และประเภทที่ 5 กิจการเฉพาะอย่าง เท่านั้น โดยระบุว่า สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าที่มีเพาเวอร์แฟคเตอร์ (Lagging) ถ้าในรอบเดือนใด ผู้ใช้ไฟฟ้ามีความต้องการพลังไฟฟ้ารีแอคตีฟ เฉลี่ยใน 15 นาทีที่สูงสุดเมื่อคิดเป็นกิโลวาร์ เกินกว่าร้อยละ 61.97 ของความต้องการพลังไฟฟ้าแอคตีฟ เฉลี่ยใน 15 นาที ที่สูงสุดเมื่อคิดเป็นกิโลวัตต์แล้ว …เฉพาะส่วนที่เกิน จะต้องเสียค่าเพาเวอร์แฟคเตอร์ ในอัตรากิโลวาร์ละ 56.07 บาท สำหรับการเรียกเก็บเงินค่าไฟฟ้าในรอบเดือนนั้น เศษของกิโลวาร์ถ้าไม่ถึง 0.5 กิโลวาร์ให้ตัดทิ้งตั้งแต่ 0.5 กิโลวาร์ขึ้นไปคิดเป็น 1 กิโลวาร์ วิธีคิดหาค่าปรัปเพาเวอร์แฟคเตอร์  ของการไฟฟ้า เพื่อส่งเสริม วิธีประหยัดพลังงานไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรม   หาความต้องการพลังไฟฟ้าแอคทีฟ( Active Power  : P ) หน่วยเป็น  KW หาความต้องการพลังไฟฟ้ารีแอคทีฟ ( Reactive Power : Q )  หน่วยเป็น  KVAR พลังงานที่ใช้ (KW)ต่อเดือน คูณด้วย 61.97 %(ข้อกำหนดการไฟฟ้าเกินกว่า ร้อยละ 61.97 ของความต้องการพลังงานแอคทีฟ) หาความต่างของพลังงานรีแอคทีฟว่าเกิน 61.97 หรือไม่ ส่วนที่เกิน คูณด้วยค่าปรับ 56.07 บาท จะเป็นค่าปรับของการไฟฟ้าในเดือนนั้น &#160; ตัวอย่างการคิดค่าปรับ  (สามารถดูได้จากบิลค่าไฟฟ้าประจำเดือน) 1.   ค่าพลังงานแอคทีฟ  = 500  KW                                                 &#62;จากบิลค่าไฟฟ้าประจำเดือน 2.  ค่าพลังงานรีแอคทีฟ    = 550 KVAR                                         &#62;จากบิลค่าไฟฟ้าประจำเดือน 3.   (500 * 61.97)/100  = 309.85 KVAR                                    &#62;61.97% ของ 500KVAR 4.    550-309.85             =  240.15 KVAR                                    &#62;เกินร้อยละ 61.97 %อยู่ 240.15 หน่วย 5.    240*56.07              =  13456.8 บาท                                       &#62;คิดค่าปรับหน่วยละ 56.07 บาท  **ตัวเลขจากบิลค่าไฟฟ้าประจำเดือน เป็นตัวเลขที่สมมุติขึ้น*** จากการคิดค่าปรัปของการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 4 เท่า ( ของเดิม 14.02 บาทเริ่มมิถุนายน 2555 )  ทำให้ทางโรงงานอุตสาหกรรมเสียค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เพิ่มขึ้น ารปรับปรุงค่าเพาเวอร์แฟคเตอร์ เพื่อให้สอดคล้องกับ วิธีประหยัดพลังงานไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรม  โดยการใช้คาปาฅิเตอร์ (Capacitor)คาปาซิเตอร์จะเป็นอุปกรณ์ที่จ่ายกระแสไฟฟ้ารีแอคทีฟ ถ้ากระแสไฟฟ้า มีทิศทางนำหน้าแรงดัน (Leading) เพื่อทำหน้าที่ชดเชยกระแสไฟฟ้าของวงจรไฟฟ้า โดยทั่วไป กระแสจะล้าหลังแรงดัน (lagging) คาปาซิเตอร์ในระบบไฟฟ้า มีหน่วยเป็น (kVAR)มีหลากหลายขนาดเช่น 5,10,15,30,45 แล้วแต่ผู้ผลิต การออกแบบติดตั้งคาปาฅิเตอร์ (Capacitor)ควรพิจารณาเรื่องการเกิดฮาร์โมนิกส์ด้วย  โดยส่วนมากวิศวกรผู้ออกแบบจะออกแบบไว้ประมาณ 30 %ของ load พลังงงานไฟฟ้าสูงสุด แต่โรงงานงานอุตสาหกรรมมักจะมีการปรัยปรุงเครื่องจักรตลอดเวลาทำให้ค่า ค่าเพาเวอร์แฟคเตอร์ ผิดเพี้ยนจากค่าเดิมได้ จึงต้องมีการตรวจเช็คประจำ ค่าเพาเวอร์แฟคเตอร์ ควรจะมีค่ามากกว่า 0.85 ในกรณีโหลดในโรงงานมีค่าเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาและมีโหลดขนาดเล็กจำนวนมากควรจะใช้ PF Conntroller ที่สามารถปรับค่าในช่องที่ถี่มากขึ้น สามารถใช้อุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นเช่นใช้มอเตอร์ประสิทธิภาพสูง ,บัสลาสต์อิเลคทรอนิคส์ ขอขอบคุณ Guru ผู้ไม่ประสงค์ออกนามที่ช่วยแบ่งปันความรู้ในเชิงเทคนิคดี ๆ ให้เราได้อ่าน วิธีประหยัดพลังงานไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรม  กันค่ะ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<h2><blockquote><p></h2>
<h2><span style="color: #000080;"><b>การปรับปรุงค่าเพาเวอร์แฟคเตอร์ </b></span></h2>
<h2></p></blockquote></h2>
<h2><span style="font-size: 14px; line-height: 1.5em;"><em><strong><span style="color: #0000ff;">วิธีประหยัดพลังงานไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรม</span></strong> </em>คือการลดค่าปรับเพาเวอร์แฟคเตอร์ เนื่องจากการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมีการปรับอัตราค่าไฟฟ้าใหม่ เมื่อเดือนมิถุนายน 2555 ที่ผ่านมาทำให้ค่าไฟเพิ่มสูงขึ้น</span></h2>
<p style="text-align: justify;"><span style="color: #003366;"><em><strong>ข้อกำหนดของการไฟฟ้า</strong></em></span><b></b></p>
<p style="text-align: justify;">ก่อนอื่นเราต้องรู้ข้อกำหนดของการไฟฟ้าก่อนว่าเพื่อที่จะมาปรับใช้กับ<em><span style="color: #0000ff;">วิธีประหยัดพลังงานไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรม</span>  </em> ค่าปรับเพาเวอร์แฟคเตอร์จะเรียกเก็บเฉพาะผู้ใช้ไฟประเภทที่ 3 กิจการขนาดกลาง, ประเภทที่ 4 กิจการขนาดใหญ่ และประเภทที่ 5 กิจการเฉพาะอย่าง เท่านั้น โดยระบุว่า สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าที่มีเพาเวอร์แฟคเตอร์ (Lagging) ถ้าในรอบเดือนใด ผู้ใช้ไฟฟ้ามีความต้องการพลังไฟฟ้ารีแอคตีฟ เฉลี่ยใน 15 นาทีที่สูงสุดเมื่อคิดเป็นกิโลวาร์ เกินกว่าร้อยละ 61.97 ของความต้องการพลังไฟฟ้าแอคตีฟ เฉลี่ยใน 15 นาที ที่สูงสุดเมื่อคิดเป็นกิโลวัตต์แล้ว …เฉพาะส่วนที่เกิน จะต้องเสียค่าเพาเวอร์แฟคเตอร์ ในอัตรากิโลวาร์ละ 56.07 บาท สำหรับการเรียกเก็บเงินค่าไฟฟ้าในรอบเดือนนั้น เศษของกิโลวาร์ถ้าไม่ถึง 0.5 กิโลวาร์ให้ตัดทิ้งตั้งแต่ 0.5 กิโลวาร์ขึ้นไปคิดเป็น 1 กิโลวาร์</p>
<p style="text-align: justify;"><span style="color: #0000ff;"><em><strong>วิธีคิดหาค่าปรัปเพาเวอร์แฟคเตอร์  ของการไฟฟ้า เพื่อส่งเสริม <em>วิธีประหยัดพลังงานไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรม  </em></strong></em></span></p>
<ol>
<li>หาความต้องการพลังไฟฟ้าแอคทีฟ( Active Power  : P ) หน่วยเป็น  KW</li>
<li>หาความต้องการพลังไฟฟ้ารีแอคทีฟ ( Reactive Power : Q )  หน่วยเป็น  KVAR</li>
<li>พลังงานที่ใช้ (KW)ต่อเดือน คูณด้วย 61.97 %(ข้อกำหนดการไฟฟ้าเกินกว่า ร้อยละ 61.97 ของความต้องการพลังงานแอคทีฟ)</li>
<li>หาความต่างของพลังงานรีแอคทีฟว่าเกิน 61.97 หรือไม่</li>
<li>ส่วนที่เกิน คูณด้วยค่าปรับ 56.07 บาท จะเป็นค่าปรับของการไฟฟ้าในเดือนนั้น</li>
</ol>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><img class="size-medium wp-image-642  aligncenter" alt="พลังงาน" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2014/03/cycle5-300x225.jpg" width="300" height="225" /></p>
<p style="text-align: justify;"><span style="color: #0000ff;"><strong><em>ตัวอย่างการคิดค่าปรับ  (สามารถดูได้จากบิลค่าไฟฟ้าประจำเดือน)</em></strong></span></p>
<p>1.   ค่าพลังงานแอคทีฟ  = 500  KW                                                 &gt;จากบิลค่าไฟฟ้าประจำเดือน</p>
<p>2.  ค่าพลังงานรีแอคทีฟ    = 550 KVAR                                         &gt;จากบิลค่าไฟฟ้าประจำเดือน</p>
<p>3.   (500 * 61.97)/100  = 309.85 KVAR                                    &gt;61.97% ของ 500KVAR</p>
<p>4.    550-309.85             =  240.15 KVAR                                    &gt;เกินร้อยละ 61.97 %อยู่ 240.15 หน่วย</p>
<p>5.    240*56.07              =  13456.8 บาท                                       &gt;คิดค่าปรับหน่วยละ 56.07 บาท</p>
<p style="text-align: justify;"><span style="line-height: 1.5em;"> **ตัวเลขจากบิลค่าไฟฟ้าประจำเดือน เป็นตัวเลขที่สมมุติขึ้น***</span></p>
<p style="text-align: justify;">จากการคิดค่าปรัปของการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 4 เท่า ( ของเดิม 14.02 บาทเริ่มมิถุนายน 2555 )  ทำให้ทางโรงงานอุตสาหกรรมเสียค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เพิ่มขึ้น</p>
<p style="text-align: justify;"><span class="dropcap ">ก</span><strong><span style="color: #0000ff;">ารปรับปรุงค่าเพาเวอร์แฟคเตอร์</span></strong> เพื่อให้สอดคล้องกับ<span style="line-height: 1.5em;"><span style="color: #0000ff;"> </span><em><span style="color: #0000ff;">วิธีประหยัดพลังงานไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรม</span>  </em>โดยการใช้คาปาฅิเตอร์ (Capacitor)คาปาซิเตอร์จะเป็นอุปกรณ์ที่จ่ายกระแสไฟฟ้ารีแอคทีฟ ถ้ากระแสไฟฟ้า มีทิศทางนำหน้าแรงดัน (Leading) เพื่อทำหน้าที่ชดเชยกระแสไฟฟ้าของวงจรไฟฟ้า โดยทั่วไป กระแสจะล้าหลังแรงดัน (lagging) คาปาซิเตอร์ในระบบไฟฟ้า มีหน่วยเป็น (kVAR)มีหลากหลายขนาดเช่น 5,10,15,30,45 แล้วแต่ผู้ผลิต การออกแบบติดตั้งคาปาฅิเตอร์ (Capacitor)ควรพิจารณาเรื่องการเกิดฮาร์โมนิกส์ด้วย  โดยส่วนมากวิศวกรผู้ออกแบบจะออกแบบไว้ประมาณ 30 %ของ load พลังงงานไฟฟ้าสูงสุด แต่โรงงานงานอุตสาหกรรมมักจะมีการปรัยปรุงเครื่องจักรตลอดเวลาทำให้ค่า ค่าเพาเวอร์แฟคเตอร์ ผิดเพี้ยนจากค่าเดิมได้ จึงต้องมีการตรวจเช็คประจำ ค่าเพาเวอร์แฟคเตอร์ ควรจะมีค่ามากกว่า 0.85 ในกรณีโหลดในโรงงานมีค่าเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาและมีโหลดขนาดเล็กจำนวนมากควรจะใช้ PF Conntroller ที่สามารถปรับค่าในช่องที่ถี่มากขึ้น</span></p>
<p style="text-align: justify;">สามารถใช้อุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นเช่นใช้มอเตอร์ประสิทธิภาพสูง ,บัสลาสต์อิเลคทรอนิคส์</p>
<p style="text-align: justify;"><span style="color: #000080;"><em><strong>ขอขอบคุณ Guru ผู้ไม่ประสงค์ออกนามที่ช่วยแบ่งปันความรู้ในเชิงเทคนิคดี ๆ ให้เราได้อ่าน <em>วิธีประหยัดพลังงานไฟฟ้าในโรงงานอุตสาหกรรม  กันค่ะ</em></strong></em></span></p>
<p style="text-align: justify;">
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://factoryguideline.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b8%a2%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
