<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Factory Guideline &#187; เทคนิคการลดต้นทุน</title>
	<atom:link href="https://factoryguideline.com/tag/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://factoryguideline.com</link>
	<description>factoryguideline.com ครบเครื่องเรื่องอุตสาหกรรม</description>
	<lastBuildDate>Tue, 15 Oct 2019 16:36:41 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.2.38</generator>
	<item>
		<title>อุปสรรคสำคัญของงานด้านจัดซื้อ</title>
		<link>https://factoryguideline.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99/</link>
		<comments>https://factoryguideline.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 06 Dec 2015 10:51:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Nongluck Boonsook]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Purchasing Inside]]></category>
		<category><![CDATA[เทคนิคการ Sourcing ของการจัดซื้อ]]></category>
		<category><![CDATA[เทคนิคการลดต้นทุน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://factoryguideline.com/?p=2801</guid>
		<description><![CDATA[ปสรรค คงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับทุกอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นอาชีพใด  ส่วนเราอยู่ในอาชีพจัดซื้อก็คงต้องคุยเรื่องใกล้ตัวกันก่อนล่ะค่ะ จะได้รู้ว่าแวดวงการทำงานในอาชีพนี้มันมีอุปสรรคปัญหาอะไรที่เราจะต้องพึงระวังไว้บ้างค่ะ ไม่มี Forecast หรือการแผนจัดซื้อวัตถุดิบที่ชัดเจน ข้อนี้เป็นอุปสรรคใหญ่ หากองค์กรใดไม่มี เพราะเท่ากับทำงานเหมือนคนตาบอด เนื่องจากฝ่ายผลิตต้องทำงานทุกวัน แต่หากบริษัทไม่มีแผนชัดเจน ผู้รับกรรม จะตกอยู่ในกำมือของเจ้าหน้าที่จัดซื้อทันที เพราะเมื่อไหร่ที่ของ short หรือขาดสต็อก ก็วิ่งกันขาขวิดแน่นอนค่ะ ปัญหาข้อนี้อย่านิ่งนอนใจกันนะคะ ถ้าบริษัทใดไม่มีก็ต้องรีบจัดการซะ ไม่เช่นนั้นนักจัดซื้อจะต้องเป็นแพะที่โดนจัดการอยู่เรื่อยไปค่ะ เพราะบางแห่งอาจจะต้องเชือดใครสักคนเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อลูกค้า แต่ไม่ได้แก้ปัญหาที่แท้จริง Material master list ข้อนี้ควรจะต้องมีเพื่อลดการเสียเวลาในการทำงาน ไม่ต้องมาหารายละเอียดกันบ่อย ๆ และรายชื่อผู้จำหน่ายก็ควรจัดไว้รวมกับ Master list เพราะเมื่อหารายการที่ต้องการสั่งก็จะทราบแหล่งจำหน่ายในเวลาเดียวกัน เป็นการลดเวลาในการทำงานไปด้วยค่ะ อย่างไรก็ตามในบางอุตสาหกรรมก็อาจจะมีข้อจำกัด เช่น งานสั่งทำตามแบบอาจจะมีการทำ Master list ไว้ได้ในบางรายการ ส่วนบางรายการต้องสั่งตามงานที่ลูกค้าสั่งมา ถึงอย่างไรก็ควรจะต้องทำเพื่อประโยชน์ที่กล่าวมาแล้วข้างต้นค่ะ อีกประเด็นคือเพื่อง่ายต่อการเก็บต้นทุน เพราะสะดวกต่อการสืบค้นย้อนหลังอีกด้วย Vendor list ข้อนี้หากใครทำระบบ ISO จะต้องมีอยู่แล้ว แต่หากไม่ทำก็ควรจะต้องจัดทำเช่นกัน เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการติดต่อ supplier สินค้าที่ขาย ชื่อผู้ติดต่อ เครดิตเทอม ข้อกำหนดการจัดส่งสินค้า และประเด็นอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับ supplier/vendor Business route หรือเส้นทางการทำตลาดของสินค้าชนิดนั้น เช่น สินค้าชนิด A นำเข้าจากญี่ปุ่น จะต้องผ่านบริษัท ก แล้วไปผ่านบริษัท ข แล้วจึงถึงมือลูกค้ารายย่อย แต่หากมีสินค้าอื่นที่ลักษณะใกล้เคียงกัน โดยผ่านตัวกลางเพียงทอดเดียวก็อาจจะทำให้ต้นทุนต่ำกว่าก็เป็นได้ ข้อนี้นักจัดซื้อส่วนใหญ่จะให้น้ำหนักน้อย แต่บอกได้เลยว่าเป็นขุมทรัพย์ใหญ่ในการลดต้นทุนกันทีเดียวเลยล่ะคะ หากหาเจอ เพียงแต่ต้องหมั่นศึกษาหาข้อมูล วิเคราะห์เจาะลึก จะทำให้เรารู้จักตลาด ๆ นั้น ๆ มากขึ้นกันเลยทีเดียว &#160; &#160; อยากให้นักจัดซื้อระลึกไว้เสมอว่างานจัดซื้อไม่ใช่งาน Routine ที่แค่เปิด PR  Po ต่อรองพอหอมปากหอมคอ มีรายงานส่งนาย แค่นั้นไม่เรียกว่ามืออาชีพค่ะ เพราะใคร ๆ ก็ทำได้ แต่คุณจะต้องขยับตัวเองไปสู่การวิเคราะห์ตลาดของแต่ละสินค้า อาจจะเริ่มจากสินค้าบางรายการเล็ก ๆ ก่อนก็ได้ แล้วค่อย ๆ ฝึกไปค่ะ  ส่วนเรื่องอุปสรรคที่วันนี้นำมาฝากก็แค่น้ำจิ้มบางถ้วย แต่ยังมีอีกหลายถ้วยที่จะต้องศึกษาเรียนรู้กันต่อไปค่ะ &#160;]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><span class="dropcap "><strong>อุ</strong></span>ปสรรค</span> คงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับทุกอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นอาชีพใด  ส่วนเราอยู่ในอาชีพจัดซื้อก็คงต้องคุยเรื่องใกล้ตัวกันก่อนล่ะค่ะ จะได้รู้ว่าแวดวงการทำงานในอาชีพนี้มันมีอุปสรรคปัญหาอะไรที่เราจะต้องพึงระวังไว้บ้างค่ะ</p>
<ul>
<li><span style="color: #000080;"><strong>ไม่มี Forecast หรือการแผนจัดซื้อวัตถุดิบที่ชัดเจน</strong> </span>ข้อนี้เป็นอุปสรรคใหญ่ หากองค์กรใดไม่มี เพราะเท่ากับทำงานเหมือนคนตาบอด เนื่องจากฝ่ายผลิตต้องทำงานทุกวัน แต่หากบริษัทไม่มีแผนชัดเจน ผู้รับกรรม จะตกอยู่ในกำมือของเจ้าหน้าที่จัดซื้อทันที เพราะเมื่อไหร่ที่ของ short หรือขาดสต็อก ก็วิ่งกันขาขวิดแน่นอนค่ะ ปัญหาข้อนี้อย่านิ่งนอนใจกันนะคะ ถ้าบริษัทใดไม่มีก็ต้องรีบจัดการซะ ไม่เช่นนั้นนักจัดซื้อจะต้องเป็นแพะที่โดนจัดการอยู่เรื่อยไปค่ะ เพราะบางแห่งอาจจะต้องเชือดใครสักคนเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อลูกค้า แต่ไม่ได้แก้ปัญหาที่แท้จริง</li>
<li><span style="color: #000080;"><strong>Material master list</strong> </span>ข้อนี้ควรจะต้องมีเพื่อลดการเสียเวลาในการทำงาน ไม่ต้องมาหารายละเอียดกันบ่อย ๆ และรายชื่อผู้จำหน่ายก็ควรจัดไว้รวมกับ Master list เพราะเมื่อหารายการที่ต้องการสั่งก็จะทราบแหล่งจำหน่ายในเวลาเดียวกัน เป็นการลดเวลาในการทำงานไปด้วยค่ะ อย่างไรก็ตามในบางอุตสาหกรรมก็อาจจะมีข้อจำกัด เช่น งานสั่งทำตามแบบอาจจะมีการทำ Master list ไว้ได้ในบางรายการ ส่วนบางรายการต้องสั่งตามงานที่ลูกค้าสั่งมา ถึงอย่างไรก็ควรจะต้องทำเพื่อประโยชน์ที่กล่าวมาแล้วข้างต้นค่ะ อีกประเด็นคือเพื่อง่ายต่อการเก็บต้นทุน เพราะสะดวกต่อการสืบค้นย้อนหลังอีกด้วย</li>
<li><span style="color: #000080;"><strong>Vendor list</strong> </span>ข้อนี้หากใครทำระบบ ISO จะต้องมีอยู่แล้ว แต่หากไม่ทำก็ควรจะต้องจัดทำเช่นกัน เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการติดต่อ supplier สินค้าที่ขาย ชื่อผู้ติดต่อ เครดิตเทอม ข้อกำหนดการจัดส่งสินค้า และประเด็นอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับ supplier/vendor</li>
<li><span style="color: #000080;"><strong>Business route</strong></span> หรือเส้นทางการทำตลาดของสินค้าชนิดนั้น เช่น สินค้าชนิด A นำเข้าจากญี่ปุ่น จะต้องผ่านบริษัท ก แล้วไปผ่านบริษัท ข แล้วจึงถึงมือลูกค้ารายย่อย แต่หากมีสินค้าอื่นที่ลักษณะใกล้เคียงกัน โดยผ่านตัวกลางเพียงทอดเดียวก็อาจจะทำให้ต้นทุนต่ำกว่าก็เป็นได้ ข้อนี้นักจัดซื้อส่วนใหญ่จะให้น้ำหนักน้อย แต่บอกได้เลยว่าเป็นขุมทรัพย์ใหญ่ในการลดต้นทุนกันทีเดียวเลยล่ะคะ หากหาเจอ เพียงแต่ต้องหมั่นศึกษาหาข้อมูล วิเคราะห์เจาะลึก จะทำให้เรารู้จักตลาด ๆ นั้น ๆ มากขึ้นกันเลยทีเดียว</li>
</ul>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>อยากให้นักจัดซื้อระลึกไว้เสมอว่างานจัดซื้อไม่ใช่งาน Routine ที่แค่เปิด PR  Po ต่อรองพอหอมปากหอมคอ มีรายงานส่งนาย แค่นั้นไม่เรียกว่ามืออาชีพค่ะ เพราะใคร ๆ ก็ทำได้ แต่คุณจะต้องขยับตัวเองไปสู่การวิเคราะห์ตลาดของแต่ละสินค้า อาจจะเริ่มจากสินค้าบางรายการเล็ก ๆ ก่อนก็ได้ แล้วค่อย ๆ ฝึกไปค่ะ  <span style="color: #000080;"><em>ส่วนเรื่องอุปสรรคที่วันนี้นำมาฝากก็แค่น้ำจิ้มบางถ้วย แต่ยังมีอีกหลายถ้วยที่จะต้องศึกษาเรียนรู้กันต่อไปค่ะ</em></span></p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://factoryguideline.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b8%e0%b8%9b%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%84%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%87%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การลดต้นทุนทำได้จริงหรือ?</title>
		<link>https://factoryguideline.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a3/</link>
		<comments>https://factoryguideline.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 08 Nov 2015 05:22:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Nongluck Boonsook]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Cost Reduction Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[เทคนิคการลดต้นทุน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://factoryguideline.com/?p=2748</guid>
		<description><![CDATA[ารลดต้นทุนเป็นคำถามที่ต้องเกิดกับทุกคนที่ยังไม่ได้เคยได้ลงมือทำ หรือยังไม่เคยรับรู้เทคนิคการทำงาน ตัวเราเองก็ไม่ต่างกัน เมื่อก่อนก็จะมีความคิดว่าจะทำกันได้สักกี่น้ำ ทำครั้งสองครั้งก็หมดไอเดีย แล้วจะทำยังไงต่อคิด ไม่แปลกเลยที่คนส่วนใหญ่จะคิดแบบนั้นแล้วก็ถอดใจตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม เพราะมองว่า ความคุ้มทุนหรือผลตอบรับมันเล็กน้อย อย่าไปสนใจเลย สู้ไปทำอย่างอื่นดีกว่า &#160; สมมติว่าเราเป็นพวกที่ต้องพิสูจน์ก่อนจึงจะเชื่อ ลองจินตนาการดูว่า บริษัทผลิตรถยนต์ทั้งหมดไม่สามารถขึ้นราคาลูกค้าได้ แต่โดนลดต้นทุนทุกปี  เราไม่รู้หรอกว่าเขาทำกันยังไง แต่ผลที่เราเห็นมันมีคำตอบซ่อนอยู่ว่า พวกที่เขาโดนลูกค้าลดต้นทุนอยู่เฉย ๆ ไม่ได้แน่  เพื่อจะดำรงอยู่ในธุรกิจก็ต้องคิดสารถพัดเทคนิค เพื่อให้เกิดกิจกรรมการลดต้นทุน หรือการสร้าง productivity จริง ๆ แล้วกิจกรรมเหล่านี้มีอะไรบ้าง วันนี้จะอธิบายแค่ภาพใหญ่ แล้วกันะคะ การเจรจาประจำสำหรับการจัดซื้อวัตถุดิบที่มีปริมาณการใช้สูง เช่น ก่อนต่อสัญญาก็จะต้องลดราคากันก่อน ส่วนลดแลก order ว่างั้นเถอะ การเจรจารายครั้ง เป็นวิธี one by one แบบนี้เหนื่อย ใครดู Non production ก็ต้องทำแบบนี้ การปรับปรุงกระบวนการผลิตทั้งของตนเองและ supplier คือพูดง่าย ๆ ว่า นอกจะต้องปรับปรุงของตัวเองแล้วว เพื่อให้ต้นทุนการผลิตต่อชิ้นลดลง ก็ต้องยังไปล้วงลูกชาวบ้านที่ผลิตสินค้าให้เราอีกด้วย การเปลี่ยนเกรด ชนิด ประเภท วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต เช่น เคยใช้พลาสติก PP อาจจะเป็น PE อะไรแบบนี้ แต่ข้อนี้ลูกค้าต้องยอมรับเรื่องคุณภาพก่อนจึงจะดำเนินการได้ การปรับเรื่องความหนา ขนาด หรือลักษณะการใช้ขนาด ต้องบูรณาการร่วมกันกับลูกค้า การปรับปรุงเรื่องบรรจุภัณฑ์ การปรับปรุงการเรื่องขนส่ง &#160; ที่เล่ามาให้ฟังทั้งหมดเป็นแค่หัวข้อน้ำย่อยที่จะบอกว่า นี่แหละที่เขาทำลดต้นทุนกันเป็นล่ำเป็นสันก็ด้วยวิธีการเหล่านั้นทั้งนั้นค่ะ แต่อย่าเชื่อในทันที่ ต้องเริ่มทำที่องค์กรของตนเองด้วยค่ะ แล้วจะรู้ว่าจริงแท้ขนาดไหน หลังจากนั้นก็ค่อย ๆ ขยับขยายวิธีการอื่น ๆ ต่อไป คิดไม่หยุด สุดท้ายก็จะมีการลดต้นทุนเกิดขึ้นแบบต่อเนื่องนั่นเองค่ะ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><span class="dropcap dropcap1 "><strong>ก</strong></span><strong>ารลดต้นทุน</strong>เป็นคำถามที่ต้องเกิดกับทุกคนที่ยังไม่ได้เคยได้ลงมือทำ หรือยังไม่เคยรับรู้เทคนิคการทำงาน ตัวเราเองก็ไม่ต่างกัน เมื่อก่อนก็จะมีความคิดว่าจะทำกันได้สักกี่น้ำ ทำครั้งสองครั้งก็หมดไอเดีย แล้วจะทำยังไงต่อคิด ไม่แปลกเลยที่คนส่วนใหญ่จะคิดแบบนั้นแล้วก็ถอดใจตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม เพราะมองว่า ความคุ้มทุนหรือผลตอบรับมันเล็กน้อย อย่าไปสนใจเลย สู้ไปทำอย่างอื่นดีกว่า</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สมมติว่าเราเป็นพวกที่ต้องพิสูจน์ก่อนจึงจะเชื่อ ลองจินตนาการดูว่า บริษัทผลิตรถยนต์ทั้งหมดไม่สามารถขึ้นราคาลูกค้าได้ แต่โดนลดต้นทุนทุกปี  เราไม่รู้หรอกว่าเขาทำกันยังไง แต่ผลที่เราเห็นมันมีคำตอบซ่อนอยู่ว่า พวกที่เขาโดนลูกค้าลดต้นทุนอยู่เฉย ๆ ไม่ได้แน่  เพื่อจะดำรงอยู่ในธุรกิจก็ต้องคิดสารถพัดเทคนิค เพื่อให้เกิดกิจกรรม<span style="color: #000080;">การลดต้นทุน</span> หรือการสร้าง productivity จริง ๆ แล้วกิจกรรมเหล่านี้มีอะไรบ้าง วันนี้จะอธิบายแค่ภาพใหญ่ แล้วกันะคะ</p>
<ol>
<li>การเจรจาประจำสำหรับการจัดซื้อวัตถุดิบที่มีปริมาณการใช้สูง เช่น ก่อนต่อสัญญาก็จะต้องลดราคากันก่อน ส่วนลดแลก order ว่างั้นเถอะ</li>
<li>การเจรจารายครั้ง เป็นวิธี one by one แบบนี้เหนื่อย ใครดู Non production ก็ต้องทำแบบนี้</li>
<li>การปรับปรุงกระบวนการผลิตทั้งของตนเองและ supplier คือพูดง่าย ๆ ว่า นอกจะต้องปรับปรุงของตัวเองแล้วว เพื่อให้ต้นทุนการผลิตต่อชิ้นลดลง ก็ต้องยังไปล้วงลูกชาวบ้านที่ผลิตสินค้าให้เราอีกด้วย</li>
<li>การเปลี่ยนเกรด ชนิด ประเภท วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต เช่น เคยใช้พลาสติก PP อาจจะเป็น PE อะไรแบบนี้ แต่ข้อนี้ลูกค้าต้องยอมรับเรื่องคุณภาพก่อนจึงจะดำเนินการได้</li>
<li>การปรับเรื่องความหนา ขนาด หรือลักษณะการใช้ขนาด ต้องบูรณาการร่วมกันกับลูกค้า</li>
<li>การปรับปรุงเรื่องบรรจุภัณฑ์</li>
<li>การปรับปรุงการเรื่องขนส่ง</li>
</ol>
<p>&nbsp;</p>
<p>ที่เล่ามาให้ฟังทั้งหมดเป็นแค่หัวข้อน้ำย่อยที่จะบอกว่า นี่แหละที่เขาทำลดต้นทุนกันเป็นล่ำเป็นสันก็ด้วยวิธีการเหล่านั้นทั้งนั้นค่ะ แต่อย่าเชื่อในทันที่ ต้องเริ่มทำที่องค์กรของตนเองด้วยค่ะ แล้วจะรู้ว่าจริงแท้ขนาดไหน หลังจากนั้นก็ค่อย ๆ ขยับขยายวิธีการอื่น ๆ ต่อไป คิดไม่หยุด สุดท้ายก็จะมี<span style="color: #000080;">การลดต้นทุน</span>เกิดขึ้นแบบต่อเนื่องนั่นเองค่ะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://factoryguideline.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เทคนิคการลดต้นทุนด้วยการเปลี่ยนวิธีการทำงาน</title>
		<link>https://factoryguideline.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%81-2/</link>
		<comments>https://factoryguideline.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%81-2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 28 Sep 2015 15:33:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Nongluck Boonsook]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Cost Reduction Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[เทคนิคการลดต้นทุน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://factoryguideline.com/?p=2632</guid>
		<description><![CDATA[ทคนิคการลดต้นทุนด้วยการเปลี่ยนวิธีการทำงาน ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดเจนมากสำหรับ การเปลี่ยนวิธีการทำงานแล้วช่วยเรื่องการลดต้นทุนคือ ร้าน Fast food บางค่าย เพื่อน ๆ คงไม่เคยได้สังเกตกันมั้ยล่ะค่ะ เพราะเวลาเดินเข้าร้านเราก็รู้ว่าเขาเปลี่ยนวิธีการทำงาน แต่คงไม่มีใครคิดว่าถึงว่าที่เขาเปลี่ยนนั้นมีนัยยะมากกว่าการทำให้ลูกค้าพึงพอใจ ขออธิบายง่าย ๆ แบบนี้แล้วกันค่ะ ต้องบอกว่าที่เล่ามือเป็นตัวเลขสมมติเท่านั้น ดังนั้นหากเพื่อน ๆ ต้องนำหลักการนี้ไปคิด แต่จะประสบผลสำเร็จจริงมากน้อยเท่าไร ขึ้นอยู่กับการปรับวิธีการทำงาน การเก็บสถิติ จะช่วยให้การคำนวณ saving แม่นยำมากขึ้นค่ะ ใครมี Idea ดีๆ ก็แบ่งปันลงได้นะคะ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><span style="color: #003366;"><strong><span class="dropcap ">เ</span>ทคนิคการลดต้นทุนด้วยการเปลี่ยนวิธีการทำงาน</strong> </span>ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดเจนมากสำหรับ การเปลี่ยนวิธีการทำงานแล้วช่วยเรื่องการลดต้นทุนคือ ร้าน Fast food บางค่าย เพื่อน ๆ คงไม่เคยได้สังเกตกันมั้ยล่ะค่ะ เพราะเวลาเดินเข้าร้านเราก็รู้ว่าเขาเปลี่ยนวิธีการทำงาน แต่คงไม่มีใครคิดว่าถึงว่าที่เขาเปลี่ยนนั้นมีนัยยะมากกว่าการทำให้ลูกค้าพึงพอใจ ขออธิบายง่าย ๆ แบบนี้แล้วกันค่ะ</p>
<p style="text-align: justify;">
<table id="tablepress-21" class="tablepress tablepress-id-21">
<thead>
<tr class="row-1 odd">
	<th class="column-1">ขั้นตอนการทำงาน</th><th class="column-2">&nbsp;</th><th class="column-3">Saving</th>
</tr>
</thead>
<tbody class="row-hover">
<tr class="row-2 even">
	<td class="column-1">Before</td><td class="column-2">After</td><td class="column-3">ประมาณการ Saving</td>
</tr>
<tr class="row-3 odd">
	<td class="column-1">ซอสรสต่าง ๆ ในขวดพลาสติก</td><td class="column-2">เปลี่ยนเป็นแบบกด</td><td class="column-3">เป็น stainless ลงทุนสูงกว่าแต่ใช้งานได้นานกว่า ระยะสั้นอาจจะไม่เห็น saving ทีเดียว แต่ต้องมองความคุ้มทุนในระยะยาว</td>
</tr>
<tr class="row-4 even">
	<td class="column-1">พนักงานต้องนำพวกซอสมาตั้งที่โต๊ะเมื่อเริ่มทำงานและเก็บเมื่อเสร็จงาน</td><td class="column-2">งานตรงนี้หายไป เท่ากับเป็นการลดเวลาในการทำงานหรือ cycle time ลดลง ก็สามารถนเวลาตรงนี้ไปสร้างผลงาน หรือ productvity ด้านอื่น ๆ ได้อีก</td><td class="column-3">สมมติว่าใช้เวลาในการทำงานดังกล่าว วันละ 30 นาที พนักงานเงินเดือน 12,000  เท่ากับลดต้นทุนจุดนี้วันละ 25 บาท หรือเดือนละ 750 x 12 เท่ากับ ปีละ 9,000 บาท อนุมานว่ามีสาขาทั่วประเทศไทย 4,000 สาขา เท่ากับลดต้นทุนได้เป็นเงิน 36,000,000 ล้านบาทต่อปี</td>
</tr>
<tr class="row-5 odd">
	<td class="column-1">ลูกค้าจะเทซอสตามปริมาณที่ต้องการ ซึ่งอาจจะเกินความต้องการและเหลือทิ้ง</td><td class="column-2">เปลี่ยนภาชนะสำหรับเทซอสด้วยการใช้ถ้วยเล็ก เท่ากับเป็นการกำจัดปริมาณ หรือถ้าเป็นหลักอุตสาหกรรมก็คือการจำกัดปริมาณการใช้ หรือ consumption/short จุดนี้ทำให้ลูกค้าจะกดได้เท่าที่ถ้วยบรรจุได้ และก็น้อยคนที่จะกดไปครั้งละหลาย ๆ ถ้วย อย่างมากก็สองถ้วย ถ้วยละรสเท่านั้นเอง ข้อนี้เป็นการลดความความสูญเปล่านั่นเองค่ะ</td><td class="column-3">สมมติว่าการใช้วิธีนี้สามารถช่วยลดความสูญเปล่าให้วันละ 10 บาทต่อสาขา หรือ 300 บาทต่อเดือน หรือ 1.2 ล้านบาทต่อปี</td>
</tr>
</tbody>
</table>
<!-- #tablepress-21 from cache --></p>
<p style="text-align: justify;">ต้องบอกว่าที่เล่ามือเป็นตัวเลขสมมติเท่านั้น ดังนั้นหากเพื่อน ๆ ต้องนำหลักการนี้ไปคิด แต่จะประสบผลสำเร็จจริงมากน้อยเท่าไร ขึ้นอยู่กับการปรับวิธีการทำงาน การเก็บสถิติ จะช่วยให้การคำนวณ saving แม่นยำมากขึ้นค่ะ</p>
<p style="text-align: justify;">ใครมี Idea ดีๆ ก็แบ่งปันลงได้นะคะ</p>
<p style="text-align: justify;">
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://factoryguideline.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%81-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เทคนิคการลดต้นทุนด้วยการออกแบบบรรจุภัณฑ์แบบ returnable packaging</title>
		<link>https://factoryguideline.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%81/</link>
		<comments>https://factoryguideline.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 23 Aug 2015 15:50:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Nongluck Boonsook]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Cost Reduction Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[เทคนิคการลดต้นทุน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://factoryguideline.com/?p=2498</guid>
		<description><![CDATA[รรจุภัณฑ์ เป็นหนึ่งในหัวใจของการบริหารจัดการต้นทุนของแผนโลจิสติกส์ของหลายภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสหากรรมหลัก ๆ อย่าง ยานยนต์ เป็นต้น ที่แต่ละครั้งในการออกแบบนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ออกจาก จะต้องเข้าใจ เทคนิคการลดต้นทุนด้วยการออกแบบบรรจุภัณฑ์แบบ returnable packaging หรือการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้หลาย ๆ ครั้ง ไม่ใช่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง &#160; สำหรับ returnable packaging นั้น เป้าประสงค์ก็เพือช่วยให้ผู้ประกอบการได้ใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่ากับการลงทุนซื้อบรรจุภัณฑ์ในแต่ละครั้งด้วยหลักการ common product หรือ ในการออกแบบหนึ่งครึ่ง ใช้ได้กับหลาย ๆ ผลิตภัณฑ์  หรือหลาย ๆ ขนาดของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเดียวกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะสินค้า ความต้องการของผู้ใช้ และลูกค้าปลายทางว่า เงื่อนไขแบบใดที่จะได้ประโยชน์สูงสุด &#160; การออกแบบจึงมีทั้งศาสตร์ และศิลป์อยู่ตัวเอง ผสมผสานด้วยหลักการทางวิศวกรรม จึงจะออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่นอกจากแสดงสัญลักษณ์ของผู้ประกอบการ และยังต้องคงทนแข็งแรงเพื่อที่จะแบกรับน้ำหนักของสินค้าเพื่อเก็บไว้ในโกดัง หรือ เพื่อการขนส่งจากต้นทางผู้ผลิต ไปยังลูกค้าปลายทาง  นอกจากนี้บางครั้งยังต้องคอยหมุนเวียนระหว่างผู้ผลิตและลูกค้าจนกว่าจะหมดสภาพไป เห็นไม่ล่ะค่ะว่าไม่ง่ายเลยทีเดียวที่จะได้ packaging หรือบรรจุภัณฑ์ที่ได้องค์ประกอบครบดังที่กล่าวมา เพราะผู้ออกแบบจะต้องเข้าใจเรื่องออกแบบ กลไกการทำงาน ให้เหมาะสมกับสินค้า การขนส่ง  น้ำหนักในการขนส่ง ลักษณะการบรรจุ ในระหว่างการขนส่ง ซึ่งต้องอาศัยความรู้เรื่อง โลจิสติกส์ นอกจากนี้ยังต้องเข้าใจหลักวิศวกรรมบ้างในระดับหนึ่ง เพื่อให้การออกแบบคงทนแข็งแรง ใช้งานได้ยาวนานอีกด้วยค่ะ  เรามาดูตัวอย่างงานออกแบบกันดีกว่านะคะว่า ที่เล่ามาให้ฟังทั้งหมด นักออกแบบมืออาชีพเขาทำกันอย่างไรค่ะ &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; &#160; ทั้งหมดที่นำมาฝากเป็นเพียงส่วนหนึ่งของงานออกแบบชั้นมืออาชีพที่ยังมีอีกมากมาย หากท่านใดสนใจก็สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ 086 9027240 กันได้เลยค่ะ &#160;]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><span class="dropcap "><strong><span style="color: #0000ff;">บ</span></strong></span><span style="color: #0000ff;">รรจุภัณฑ์</span> เป็นหนึ่งในหัวใจของการบริหารจัดการต้นทุนของแผนโลจิสติกส์ของหลายภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสหากรรมหลัก ๆ อย่าง ยานยนต์ เป็นต้น ที่แต่ละครั้งในการออกแบบนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ออกจาก จะต้องเข้าใจ <span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #000080; text-decoration: underline;">เทคนิคการลดต้นทุนด้วยการออกแบบบรรจุภัณฑ์แบบ returnable packaging</span></span> หรือการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้หลาย ๆ ครั้ง ไม่ใช่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>สำหรับ<span style="color: #000080;"> returnable packaging</span> นั้น เป้าประสงค์ก็เพือช่วยให้ผู้ประกอบการได้ใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่ากับการลงทุนซื้อบรรจุภัณฑ์ในแต่ละครั้งด้วยหลักการ common product หรือ ในการออกแบบหนึ่งครึ่ง ใช้ได้กับหลาย ๆ ผลิตภัณฑ์  หรือหลาย ๆ ขนาดของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเดียวกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะสินค้า ความต้องการของผู้ใช้ และลูกค้าปลายทางว่า เงื่อนไขแบบใดที่จะได้ประโยชน์สูงสุด</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>การออกแบบจึงมีทั้งศาสตร์ และศิลป์อยู่ตัวเอง ผสมผสานด้วยหลักการทางวิศวกรรม จึงจะออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่นอกจากแสดงสัญลักษณ์ของผู้ประกอบการ และยังต้องคงทนแข็งแรงเพื่อที่จะแบกรับน้ำหนักของสินค้าเพื่อเก็บไว้ในโกดัง หรือ เพื่อการขนส่งจากต้นทางผู้ผลิต ไปยังลูกค้าปลายทาง  นอกจากนี้บางครั้งยังต้องคอยหมุนเวียนระหว่างผู้ผลิตและลูกค้าจนกว่าจะหมดสภาพไป เห็นไม่ล่ะค่ะว่าไม่ง่ายเลยทีเดียวที่จะได้ packaging หรือบรรจุภัณฑ์ที่ได้องค์ประกอบครบดังที่กล่าวมา เพราะผู้ออกแบบจะต้องเข้าใจเรื่องออกแบบ กลไกการทำงาน ให้เหมาะสมกับสินค้า การขนส่ง  น้ำหนักในการขนส่ง ลักษณะการบรรจุ ในระหว่างการขนส่ง ซึ่งต้องอาศัยความรู้เรื่อง โลจิสติกส์ นอกจากนี้ยังต้องเข้าใจหลักวิศวกรรมบ้างในระดับหนึ่ง เพื่อให้การออกแบบคงทนแข็งแรง ใช้งานได้ยาวนานอีกด้วยค่ะ  เรามาดูตัวอย่างงานออกแบบกันดีกว่านะคะว่า ที่เล่ามาให้ฟังทั้งหมด นักออกแบบมืออาชีพเขาทำกันอย่างไรค่ะ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<div class="wpb_row row-fluid">
	<div class="span3 wpb_column column_container">
		<div class="wpb_wrapper">
			<img class="aligncenter size-thumbnail wp-image-2554" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2015/08/S__11190375-150x150.jpg" alt="S__11190375" width="150" height="150" />
		</div> 
	</div> 

	<div class="span3 wpb_column column_container">
		<div class="wpb_wrapper">
			<img class="aligncenter size-thumbnail wp-image-2538" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2015/08/2086549245828-150x150.jpg" alt="2086549245828" width="150" height="150" />
		</div> 
	</div> 

	<div class="span3 wpb_column column_container">
		<div class="wpb_wrapper">
			<img class="aligncenter size-thumbnail wp-image-2555" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2015/08/S__11190377-150x150.jpg" alt="S__11190377" width="150" height="150" />
		</div> 
	</div> 

	<div class="span3 wpb_column column_container">
		<div class="wpb_wrapper">
			<img class="aligncenter size-thumbnail wp-image-2539" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2015/08/2086549284582-150x150.jpg" alt="2086549284582" width="150" height="150" />
		</div> 
	</div> 
</div>
<p>&nbsp;</p>
<div class="wpb_row row-fluid">
	<div class="span3 wpb_column column_container">
		<div class="wpb_wrapper">
			<img class="aligncenter size-thumbnail wp-image-2556" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2015/08/S__11190379-150x150.jpg" alt="S__11190379" width="150" height="150" />
		</div> 
	</div> 

	<div class="span3 wpb_column column_container">
		<div class="wpb_wrapper">
			<img class="aligncenter size-thumbnail wp-image-2557" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2015/08/S__11190380-150x150.jpg" alt="S__11190380" width="150" height="150" />
		</div> 
	</div> 

	<div class="span3 wpb_column column_container">
		<div class="wpb_wrapper">
			<img class="aligncenter size-thumbnail wp-image-2558" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2015/08/S__11190381-150x150.jpg" alt="S__11190381" width="150" height="150" />
		</div> 
	</div> 

	<div class="span3 wpb_column column_container">
		<div class="wpb_wrapper">
			<img class="aligncenter size-thumbnail wp-image-2535" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2015/08/27-8-2558-23-22-20-150x150.png" alt="27-8-2558 23-22-20" width="150" height="150" />
		</div> 
	</div> 
</div>
<p>&nbsp;</p>
<div class="wpb_row row-fluid">
	<div class="span6 wpb_column column_container">
		<div class="wpb_wrapper">
			<img class="aligncenter size-medium wp-image-2559" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2015/08/S__11190382-300x215.jpg" alt="S__11190382" width="300" height="215" />
		</div> 
	</div> 

	<div class="span6 wpb_column column_container">
		<div class="wpb_wrapper">
			<img class="aligncenter size-medium wp-image-2560" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2015/08/S__11190384-300x240.jpg" alt="S__11190384" width="300" height="240" />
		</div> 
	</div> 
</div>
<p>&nbsp;</p>
<div class="wpb_row row-fluid">
	<div class="span6 wpb_column column_container">
		<div class="wpb_wrapper">
			<img class="aligncenter size-medium wp-image-2562" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2015/08/27-8-2558-23-41-26-238x300.png" alt="27-8-2558 23-41-26" width="238" height="300" />
		</div> 
	</div> 

	<div class="span6 wpb_column column_container">
		<div class="wpb_wrapper">
			<img class="aligncenter size-medium wp-image-2561" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2015/08/27-8-2558-23-40-59-234x300.png" alt="27-8-2558 23-40-59" width="234" height="300" />
		</div> 
	</div> 
</div>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><iframe src="https://www.youtube.com/embed/ilr_cwtOKvU" width="320" height="200" frameborder="0" allowfullscreen="allowfullscreen"></iframe></p>
<p>ทั้งหมดที่นำมาฝากเป็นเพียงส่วนหนึ่งของงานออกแบบชั้นมืออาชีพที่ยังมีอีกมากมาย หากท่านใดสนใจก็สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ 086 9027240 กันได้เลยค่ะ</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://factoryguideline.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เทคนิคการลดต้นทุน และวิธีการลดต้นทุนการผลิต (Cost reduction, Cost down)</title>
		<link>https://factoryguideline.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81/</link>
		<comments>https://factoryguideline.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 30 Mar 2014 10:30:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Nongluck Boonsook]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Cost Reduction Sharing]]></category>
		<category><![CDATA[Purchasing Inside]]></category>
		<category><![CDATA[Cost down)]]></category>
		<category><![CDATA[เทคนิคการลดต้นทุน]]></category>
		<category><![CDATA[เทคนิคการลดต้นทุน และวิธีการลดต้นทุนการผลิต (Cost reduction]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://factoryguideline.com/test/?p=894</guid>
		<description><![CDATA[ทคนิคการลดต้นทุน และวิธีการลดต้นทุนการผลิต (Cost reduction, Cost down) ไม่ใช่คำใหม่แค่กำลังถูกถามถึงถี่ขึ้นด้วยปัจจัยอื่น ๆ ที่กระทบต้นทุนการผลิต จึงทำให้ภาคธุรกิจต้องหันกลับมามองเรื่องของการลดต้นทุนแบบจริงจังเสียที นี่เองแหละ ที่ทำให้ผู้เขียนตัดสินใจเขียนเรื่องเกี่ยวกับ เทคนิคการลดต้นทุน และวิธีการลดต้นทุนการผลิต (Cost reduction, Cost down) &#160; นานมาแล้วผู้เขียนก็เคยเป็นคนกลุ่มนั้น เพราะยังอยู่ในโลกแคบ ที่ไม่ได้เติม vision ใหม่ ๆ ขาดความรู้ วิธีการปฏิบัติ ทีม การ training สารพัดที่จะขาด พอไม่รู้เสียอย่าง ก็เชื่อแบบสนิทใจว่าทำไม่ได้หรอก มองอุปสรรคล่วงหน้าไว้หมดแล้ว ติดสารพัดปัญหาที่พอจะนึกได้ ถ้าวันนี้ยังอยู่ในโลกใบนั้นก็คงจะคิดแบบนั้น คิดเหมือนเดิม เพราะไม่ได้เติมสิ่งใหม่ นอกจากขาดประสบการณ์ ขาดวิสัยทัศน์ ทุกอย่างก็เลยไม่อาจเห็นเป็นรูปธรรม  แต่หลายปีมานี้โลกการทำงานเปลี่ยนไป การได้เติมความรู้และประสบการณ์ใหม่ ๆ ถูกผลักดันด้วย KPI ที่เข้มข้น  พอปัจจัยแวดล้อมเปลี่ยน สถานการณ์เปลี่ยน ทำให้เรามีสองทางเลือก กลับไปถนนสายเดิมที่เดินมานานแสนนาน หรือเลือกที่จะลองเดินถนนสายใหม่ว่ามีอะไรดี ๆ แบบที่เค้าโฆษณาไว้จริงหรือ ระหว่างทางที่เดินที่สิ่งที่ต้องเรียนรู้มากมาย คำชมบ้าง คำบ่นบ้าง ปะปนกันไป แต่สิ่งที่มีค่ายิ่งคือประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่เราให้เราได้มองเห็นมุมบางมุมที่เราไม่เคยคิดถึง ไม่เคยมองเห็น แล้วคล่อย ๆ คลี ๆ มุมเหล่านั้นออกมาทีละเรื่อง แก้ปัญหาไปทีละเปลาะ เดือนวันที่ผ่านไปก็ทำให้เรารู้ว่า หลาย ๆ เรื่องที่เราไม่เคยคิดว่ามันทำได้ เรากลับทำมันได้ อาจจะได้ผลดีมากน้อยต่างกันไป แต่ที่แน่ ๆ เส้นทางใหม่ที่เราเลือกเดินมาหลายปีนี้ ตอนนี้อัดแน่นไปด้วยขุมความรู้ และ เทคนิคการลดต้นทุน และวิธีการลดต้นทุนการผลิต (Cost reduction, Cost down) มากมายในรูปแบบต่าง ๆ หรือผันแปรไปตามวัตถุที่เราต้องการจัดซื้อ ผันแปรไปตามกระบวนการผลิตที่แตกต่างกันออกไป สิ่งสำคัญอยู่ที่ถ้าเราเข้าใจหลักการ เข้าใจวัตถุดิบหรือกระบวนการผลิต กระบวนการทางธุรกิจถ่องแท้ ก็จะสามารถนำพาไปสู่วิธีการลดต้นทุนได้ในที่สุด ลดต้นทุนทำได้จริง และจะทำให้ดูในตอนต่อ ๆ ไป &#160; &#160;]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><span class="dropcap "><span style="color: #ffffff;"><strong>เ</strong></span></span><span style="color: #0000ff;">ทคนิคการลดต้นทุน และวิธีการลดต้นทุนการผลิต (Cost reduction, Cost down)</span> ไม่ใช่คำใหม่แค่กำลังถูกถามถึงถี่ขึ้นด้วยปัจจัยอื่น ๆ ที่กระทบต้นทุนการผลิต จึงทำให้ภาคธุรกิจต้องหันกลับมามองเรื่องของการลดต้นทุนแบบจริงจังเสียที</p>
<p style="text-align: center;"><blockquote><p></p>
<h3 style="text-align: center;"><span style="color: #ff9900;"><strong>เมื่อพูดถึงเรื่องการลดต้นทุน ยากที่จะเกิดขึ้นได้จริงในทางปฏิบัติ</strong></span></h3>
<h3 style="text-align: center;"><span style="color: #ff9900;"><strong> คนส่วนใหญ่เชื่อเช่นนั้น</strong></p></blockquote></span></h3>
<h3 style="text-align: center;"><span style="color: #ff9900;"><strong>นี่เองแหละ ที่ทำให้ผู้เขียนตัดสินใจเขียนเรื่องเกี่ยวกับ</strong></span></h3>
<h3 style="text-align: center;"><span style="color: #ff9900;"><strong><em>เทคนิคการลดต้นทุน และวิธีการลดต้นทุนการผลิต (Cost reduction, Cost down)</em></strong></span></h3>
<p>&nbsp;</p>
<p>นานมาแล้วผู้เขียนก็เคยเป็นคนกลุ่มนั้น เพราะยังอยู่ในโลกแคบ ที่ไม่ได้เติม vision ใหม่ ๆ ขาดความรู้ วิธีการปฏิบัติ ทีม การ training สารพัดที่จะขาด พอไม่รู้เสียอย่าง ก็เชื่อแบบสนิทใจว่าทำไม่ได้หรอก มองอุปสรรคล่วงหน้าไว้หมดแล้ว ติดสารพัดปัญหาที่พอจะนึกได้</p>
<p>ถ้าวันนี้ยังอยู่ในโลกใบนั้นก็คงจะคิดแบบนั้น คิดเหมือนเดิม เพราะไม่ได้เติมสิ่งใหม่ นอกจากขาดประสบการณ์ ขาดวิสัยทัศน์ ทุกอย่างก็เลยไม่อาจเห็นเป็นรูปธรรม  แต่หลายปีมานี้โลกการทำงานเปลี่ยนไป การได้เติมความรู้และประสบการณ์ใหม่ ๆ ถูกผลักดันด้วย KPI ที่เข้มข้น  พอปัจจัยแวดล้อมเปลี่ยน สถานการณ์เปลี่ยน ทำให้เรามีสองทางเลือก กลับไปถนนสายเดิมที่เดินมานานแสนนาน หรือเลือกที่จะลองเดินถนนสายใหม่ว่ามีอะไรดี ๆ แบบที่เค้าโฆษณาไว้จริงหรือ</p>
<p>ระหว่างทางที่เดินที่สิ่งที่ต้องเรียนรู้มากมาย คำชมบ้าง คำบ่นบ้าง ปะปนกันไป แต่สิ่งที่มีค่ายิ่งคือประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่เราให้เราได้มองเห็นมุมบางมุมที่เราไม่เคยคิดถึง ไม่เคยมองเห็น แล้วคล่อย ๆ คลี ๆ มุมเหล่านั้นออกมาทีละเรื่อง แก้ปัญหาไปทีละเปลาะ เดือนวันที่ผ่านไปก็ทำให้เรารู้ว่า หลาย ๆ เรื่องที่เราไม่เคยคิดว่ามันทำได้ เรากลับทำมันได้ อาจจะได้ผลดีมากน้อยต่างกันไป แต่ที่แน่ ๆ เส้นทางใหม่ที่เราเลือกเดินมาหลายปีนี้ ตอนนี้อัดแน่นไปด้วยขุมความรู้ และ <em><span style="color: #0000ff;">เทคนิคการลดต้นทุน และวิธีการลดต้นทุนการผลิต (Cost reduction, Cost down)</span></em> มากมายในรูปแบบต่าง ๆ หรือผันแปรไปตามวัตถุที่เราต้องการจัดซื้อ ผันแปรไปตามกระบวนการผลิตที่แตกต่างกันออกไป</p>
<p>สิ่งสำคัญอยู่ที่ถ้าเราเข้าใจหลักการ เข้าใจวัตถุดิบหรือกระบวนการผลิต กระบวนการทางธุรกิจถ่องแท้ ก็จะสามารถนำพาไปสู่วิธีการลดต้นทุนได้ในที่สุด</p>
<h3 style="text-align: center;"><span style="color: #339966;"><strong>ลดต้นทุนทำได้จริง และจะทำให้ดูในตอนต่อ ๆ ไป</strong></span></h3>
<p>&nbsp;</p>
<div id="attachment_900" style="width: 310px" class="wp-caption aligncenter"><img class="size-medium wp-image-900" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2014/03/10724371743_1a195ca0b6_z-300x200.jpg" alt="(Image owner&gt;Celetine Chua:http://www.flickr.com/photos/69065182@N00/10724371743)" width="300" height="200" /><p class="wp-caption-text">(Image owner&gt;Celetine Chua:http://www.flickr.com/photos/69065182@N00/10724371743)</p></div>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://factoryguideline.com/%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%84%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b8%e0%b8%99-%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
