<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Factory Guideline &#187; Epoxy</title>
	<atom:link href="https://factoryguideline.com/tag/epoxy/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://factoryguideline.com</link>
	<description>factoryguideline.com ครบเครื่องเรื่องอุตสาหกรรม</description>
	<lastBuildDate>Tue, 15 Oct 2019 16:36:41 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.2.38</generator>
	<item>
		<title>Epoxy, Resin สำหรับการเตรียมพื้นผิวทางด้าน Matallography</title>
		<link>https://factoryguideline.com/epoxy-resin-%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9c/</link>
		<comments>https://factoryguideline.com/epoxy-resin-%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9c/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 04 May 2014 15:57:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Nongluck Boonsook]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Material Looking]]></category>
		<category><![CDATA[Epoxy]]></category>
		<category><![CDATA[Resin สำหรับการเตรียมพื้นผิวทางด้าน Matallography]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://factoryguideline.com/?p=1867</guid>
		<description><![CDATA[วัสดีค่ะ เพื่อน ๆ วันนี้เรามาเล่ารายละเอียดงานเฉพาะด้านกันบ้างนะคะ เป็น Products ที่เกี่ยวกับงานเตรียมพื้นผิวทางด้าน Matallography สำหรับ Lab วิเคราะห์  ซึ่งถ้าเป็นพื้นงานทาง โลหะ เช่น เหล็ก สแตนเลน อลูมเนียม เซรามิค ตลอดจนงานพื้นผิวงานชุปพื้นผิว ซึ่งมีความจำเป็นที่ต้องตรวจสอบ เนื่องจากมาตรฐานการผลิตกำหนดไว้ ตัวอย่างเช่น อาจจะระบุไว้ว่า ต้อง sampling check 20-30 % ของจำนวนการผลิต หรือทุกครั้งที่เกิดปัญหา ก็จะต้องนำตัวอย่างมาตรวจวิเคราะห์ ดังนั้นวันนี้จะพาไปล้วงลึกงานที่เกี่ยวกับ Lab กันดูบ้างค่ะ เราไปดูกันเลยนะคะว่าวิธีการเป็นอย่างไรกันบ้าง 1. เริ่มที่งานตัดพื้นผิวสำหรับงานชิ้นส่วนที่ใหญ่ เพราะถ้าชิ้นที่ใหญ่เกินไปทำให้ใช้กับเครื่อง Grinding หรือ Hardnessไม่ได้ ดังนั้นก่อนจะถึงขั้นตอนต่อไปทีมงานที่ดูแลงานส่วนนี้จะทำให้ชิ้นงานนั้นเล็กลง เพื่อให้เหมาะสมกับการไปตรวจต่อไปค่ะ อันดับแรก ต้องใช้ใบตัดแบบละเอียด  หรือ Precision Cutting wheel  หรือ Cutting Wheel ซึ่งถ้าตัดออกมาพื้นผิวชิ้นงานจะละเอียด สามาถที่นำไปตรวจสอบได้ครับ  ซึ่งขนาดของใบตัดเองก็ขึ้นอยู่กับขนาดของชิ้นงานและเครื่องตัด ใบตัดแบบ Precision เป็นการตัดแบบละเอียดซึ่งเหมาะที่จะใช้กับงานที่เป็นการตรวจสอบแบบละเอียดเพื่อที่จะทำการป้องกันการเกิด overheat หรือการยุบตัวของชิ้นงาน ซึ่งส่วนประกอบหรือชนิดของใบตัดจะต้องเลือกให้มีความเหมาะสมกับค่า Hardness และ Ducility of material influence ซึ่งชนิดของใบตัดแบ่งได้ตามค่า Hardness ของชิ้นงาน A : Regular Alumina Oxide เหมะกับค่า Hardness 40-50 HRC WA : White Alumina Oxide เหมะกับค่า Hardness  50-60 HRC C :  Silicon Carbide เหมะกับค่า Hardness 60 HRC Over ขนาดและความเหมาะสมของใบตัดจะขึ้นอยู่กับขนาดของชิ้นงานที่จะนำมาตัดเพื่อทำการตรวจสอบ  Surface Preparation(การเตรียมพื้นผิว) สำหรับขนาดที่ Standard Size          &#8220;คือ ขนาด 255&#215;1.2&#215;31.75 ( 255 คือเส้นผ่านศุนย์กลางด้านนอกขนาด 255 mm  , 1.2 คือ ขนาดความหนาของใบตัด  และ 31.75 &#8221; คือ ขนาดของเส้นผ่านศูนย์กลางด้านใน) 2. ขั้นการขัดพื้นผิวชิ้นงานหลังจากตัด   ซึ่งถ้าเป็นแบบปกติก็จะใช้ กระดาษทรายน้ำ(Precision Abrasive)  เริ่มจากเบอร์  P80 ไปจนถึงเบอร์ P4000 ซึ่งขนาดมาตรฐานของการขัดพื้นผิว &#8220;สำหรับขนาดของกระดาษทรายที่ใช้   กับเครื่องเตรียมชิ้นงานมีขนาดอยู่ประมาณ 3 ขนาด  คือขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง  200 มม. , 250 มม,  และ  300 มม. ซึ่งขึ้นอยู่กับขนาดของพื้นผิวที่ต้องการขัด  ถ้าชิ้นงานที่ต้องการตรวจสอบมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นก็จะใช้ Size ที่ใหญ่ตามไป การขัดด้วยกระดาษทรายในแต่ละชนิดของ Material ที่นำมาตรวจสอบจะมีขั้นตอนการทำงานที่แตกต่าง             ขึ้นอยู่การตรวจสอบที่ต้องการตรวจสอบต้องการความเรียบของพื้นผิวที่นำมาทดสอบว่าต้องการทดสอบระดับไหน โดยส่วนใหญ่  ถ้าเป็นชิ้นส่วนทางด้านโลหะ  ค่าความเรียบของพื้นผิวต้องการอยู่ที่ P2000 ก็เพียงพอแล้ว  แต่ถ้าเป็นงานด้าน Semi-Conductor  หรือ Electronic ต้องการความเรียบถึง P4000 3. งานหล่อชิ้นงานเพื่อทำการตรวจสอบ   สำหรับงานที่ต้องการตั้งให้ได้มาตรฐานหรือ เพื่อตรวจสอบงาน Producttion เพื่อตรวจสอบดูโครงสร้างชิ้นงาน  ซึ่งแบ่งได้  2 แบบ คือ 3.1 Hot Mounting คือใช้เครืองอัดแบบชิ้นงาน  กับผง Mounting (Bakelite )เพื่อสำหรับหล่อชิ้นงาน สำหรับผง Bakelite ที่นำมาใช้ในการอัดขึ้นรูป มีหลายสีขึ้นอยู่กับลักษณะของงานที่ต้องการ แต่สีนิยมและใช้กันอย่างแพร่หลายคือ สีดำ เพราะว่ามีราคาที่ถูกที่สุด เวลาที่ลักษณะของชิ้นงานออกมา เป็นดังรูป  แต่ข้อเสียของ Hot mounting คือส  ามารถหล่อชิ้นงานได้ทีละ 1 ตัวใช้เวลาประมาณต่อ 1 ชิ้นงานอยู่ที่ 30 นาที  และมีอุณหภูมิเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย  โดยใช้อุณหภูมิอยู่ที่ 170 &#8211; 200 OC  ถ้าชิ้นงานที่ &#8220;ต้องการตรวจสอบเป็น  Aluminum , Stainless  , ทองเหลือง , ทองแดง หรือแม้แต่ชิ้นส่วน Electronic  ,Semiconductor  &#8221; จะใช้ Process ตรงเข้ามาเกี่ยวข้องไม่ได้เพราะจะทำให้โครงสร้างเสียหาย  ซึ่งต้องใช้ Processในหัวข้อถัดไป ลักษณะของงานที่เหมาะนำมาใช้ในในส่วนงานตรงนี้ คือ ชิ้นส่วน Autopart 3.2  Ambeint Mounting  แบ่งออกได้ อีก 3 ชนิดแบบคือ 3.2.1       Epoxy (เรซิน)เป็นของเหลว 2 ชนิดผสมกัน แล้วแข็งตัว ชิ้นงานจะใสแต่ใช้ระยะเวลาประมาณ   3- 8 ชั่วโมง ข้อดีคือลักษณะชิ้นงานที่ออกมาจะใส                 3.2.2   Polyester เป็นของเหลว 2 ชนิดมีความคล้ายเคียงกับ Epoxy แต่ Peak Temp.  หรือค่าอุญหภูมิสูงสุดจะมีค่าที่ ต่ำ เวลาที่ใช้ในหล่อชิ้นงานอยู่ที่ 6 &#8211; 8 ชม.                 3.2.3       Fast Acrylic  เป็นผง ผสมกับน้ำยาเคมี ใช้เวลาในการหล่ออยู่ที 10 &#8211; 20 นาที  แต่ราคาก็ค่อนข้างสูงอยู่ครับ          ลักษณะของชิ้นงานที่ออกมาจะขาวขุ่นโปร่งแสง แต่ไม่ใสเหมือน Epoxy ที่นิยมใช้เนื่องจากวเลาที่ใช้ในการหล่อเร็ว  เพียงแค่ 10 -20 นาที                   กลุ่ม A : Epoxy    มีค่า Peak Temp. อยู่ที่ 100-375 OF                Cycle Time อยู่ที่ 5-8 Hrs  มีสีใส(clear)          เหมาะกับอุตสาหกรรม Semiconductor &#8220;PCS Board , Conductor  &#8220; กลุ่ม B : Polyester มีค่า Peak Temp. อยู่ที่  100 OF    Cycle Time อยู่ที่ 6-8 Hrs  มีสีใส(clear)   เหมาะกับอุตสาหกรรม  Semiconductor สำหรับงานที่ต้องการหดตัวต่ำ(Low Shrinkage)  และ Peak Temp ที่ต่ำ  แผงวงจรที่ ต้องการวิเคราะห์ โครงสร้างอย่างละเอียด กลุม C : Fast Acrylic มีค่า Peak Temp. อยู่ที่ 150 OF Cycle Time อยู่ที่                10-20 mins มีสีขาวขุ่นโปร่งแสง         (transalent) ค่าการหดตัวของชิ้นงานสูง  ต้องการความรวดเร็วในการตรวจวิเคราะห์เหมาะสำหรับงานที่มีการยุบตัวสูงและต้องการความรวดเร็วในการตรวจสอบ มีความเหมาะสมสำหรับงาน   &#8220;Aluminuim  , Stainless , ท่อทองเหลือง&#8221; ท่อทองแดง 4. Diamond และ Alumina Oxide ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการขักพื้นผิว 4.1 Diamond Sus  เป็นการขัดพิ้นผิวของชิ้นงานแบบเร่งด่วน ค่าความละเอียดสูงสุดที่ได้อยู่ที่ 0.1 Micron 4.2  Alumina Oxide  เป็นการขัดพื้นผิวด้วย Alumina Oxide  มีค่าความละเอียดของพื้นผิวที่ทำการขัดอยู่ที่  1.0  , 0.3 และ 0.05 Micron                      ซึ่งกรใช้งานดังกล่าวต้องใช้คู่กันกับ Polishing Clothes  ซึ่งชนิดของผ้าขัดเองสามารถแบ่งได้อีกหลายชนิด นอกจากคุณสมบัติต่าง ๆ ที่กล่าวมาแล้ว หากเพื่อน ๆ ต้องการลดต้นทุนก็ง่ายมากค่ะ เพียงแต่เปลี่ยนลักษณะของเรซิ่นเหล่านี้ ก็จะสามารถลดต้นได้มากทีเดียวค่ะ แล้วจะมาเล่าให้ฟังกันในตอนต่อ ๆ ไปนะคะ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: justify;"><span class="dropcap "><strong><span style="color: #ffffff;">ส</span></strong></span>วัสดีค่ะ เพื่อน ๆ วันนี้เรามาเล่ารายละเอียดงานเฉพาะด้านกันบ้างนะคะ เป็น Products ที่เกี่ยวกับงานเตรียมพื้นผิวทางด้าน Matallography สำหรับ Lab วิเคราะห์  ซึ่งถ้าเป็นพื้นงานทาง โลหะ เช่น เหล็ก สแตนเลน อลูมเนียม เซรามิค ตลอดจนงานพื้นผิวงานชุปพื้นผิว ซึ่งมีความจำเป็นที่ต้องตรวจสอบ เนื่องจากมาตรฐานการผลิตกำหนดไว้ ตัวอย่างเช่น อาจจะระบุไว้ว่า ต้อง sampling check 20-30 % ของจำนวนการผลิต หรือทุกครั้งที่เกิดปัญหา ก็จะต้องนำตัวอย่างมาตรวจวิเคราะห์ ดังนั้นวันนี้จะพาไปล้วงลึกงานที่เกี่ยวกับ Lab กันดูบ้างค่ะ เราไปดูกันเลยนะคะว่าวิธีการเป็นอย่างไรกันบ้าง</p>
<p style="text-align: justify;">1. เริ่มที่งานตัดพื้นผิวสำหรับงานชิ้นส่วนที่ใหญ่ เพราะถ้าชิ้นที่ใหญ่เกินไปทำให้ใช้กับเครื่อง Grinding หรือ Hardnessไม่ได้ ดังนั้นก่อนจะถึงขั้นตอนต่อไปทีมงานที่ดูแลงานส่วนนี้จะทำให้ชิ้นงานนั้นเล็กลง เพื่อให้เหมาะสมกับการไปตรวจต่อไปค่ะ</p>
<p><img class="aligncenter size-medium wp-image-1868" alt="1" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2014/05/1-300x226.png" width="300" height="226" /></p>
<p>อันดับแรก ต้องใช้ใบตัดแบบละเอียด  หรือ Precision Cutting wheel  หรือ Cutting Wheel ซึ่งถ้าตัดออกมาพื้นผิวชิ้นงานจะละเอียด สามาถที่นำไปตรวจสอบได้ครับ  ซึ่งขนาดของใบตัดเองก็ขึ้นอยู่กับขนาดของชิ้นงานและเครื่องตัด</p>
<p>ใบตัดแบบ Precision เป็นการตัดแบบละเอียดซึ่งเหมาะที่จะใช้กับงานที่เป็นการตรวจสอบแบบละเอียดเพื่อที่จะทำการป้องกันการเกิด overheat หรือการยุบตัวของชิ้นงาน ซึ่งส่วนประกอบหรือชนิดของใบตัดจะต้องเลือกให้มีความเหมาะสมกับค่า Hardness และ Ducility of material influence ซึ่งชนิดของใบตัดแบ่งได้ตามค่า Hardness ของชิ้นงาน</p>
<p>A : Regular Alumina Oxide เหมะกับค่า Hardness 40-50 HRC</p>
<p>WA : White Alumina Oxide เหมะกับค่า Hardness  50-60 HRC</p>
<p>C :  Silicon Carbide เหมะกับค่า Hardness 60 HRC Over</p>
<p style="text-align: justify;">ขนาดและความเหมาะสมของใบตัดจะขึ้นอยู่กับขนาดของชิ้นงานที่จะนำมาตัดเพื่อทำการตรวจสอบ  Surface Preparation(การเตรียมพื้นผิว) สำหรับขนาดที่ Standard Size          &#8220;คือ ขนาด 255&#215;1.2&#215;31.75 ( 255 คือเส้นผ่านศุนย์กลางด้านนอกขนาด 255 mm  , 1.2 คือ ขนาดความหนาของใบตัด  และ 31.75 &#8221; คือ ขนาดของเส้นผ่านศูนย์กลางด้านใน)</p>
<p style="text-align: justify;">2. ขั้นการขัดพื้นผิวชิ้นงานหลังจากตัด   ซึ่งถ้าเป็นแบบปกติก็จะใช้ กระดาษทรายน้ำ(Precision Abrasive)  เริ่มจากเบอร์  P80 ไปจนถึงเบอร์ P4000 ซึ่งขนาดมาตรฐานของการขัดพื้นผิว &#8220;สำหรับขนาดของกระดาษทรายที่ใช้   กับเครื่องเตรียมชิ้นงานมีขนาดอยู่ประมาณ 3 ขนาด  คือขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง  200 มม. , 250 มม,  และ  300 มม. ซึ่งขึ้นอยู่กับขนาดของพื้นผิวที่ต้องการขัด  ถ้าชิ้นงานที่ต้องการตรวจสอบมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นก็จะใช้ Size ที่ใหญ่ตามไป</p>
<p><img class="aligncenter size-medium wp-image-1869" alt="2" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2014/05/2-300x233.png" width="300" height="233" /></p>
<p>การขัดด้วยกระดาษทรายในแต่ละชนิดของ Material ที่นำมาตรวจสอบจะมีขั้นตอนการทำงานที่แตกต่าง             ขึ้นอยู่การตรวจสอบที่ต้องการตรวจสอบต้องการความเรียบของพื้นผิวที่นำมาทดสอบว่าต้องการทดสอบระดับไหน โดยส่วนใหญ่  ถ้าเป็นชิ้นส่วนทางด้านโลหะ  ค่าความเรียบของพื้นผิวต้องการอยู่ที่ P2000 ก็เพียงพอแล้ว  แต่ถ้าเป็นงานด้าน Semi-Conductor  หรือ Electronic ต้องการความเรียบถึง P4000</p>
<p>3. งานหล่อชิ้นงานเพื่อทำการตรวจสอบ   สำหรับงานที่ต้องการตั้งให้ได้มาตรฐานหรือ เพื่อตรวจสอบงาน Producttion เพื่อตรวจสอบดูโครงสร้างชิ้นงาน  ซึ่งแบ่งได้  2 แบบ คือ</p>
<p>3.1 Hot Mounting คือใช้เครืองอัดแบบชิ้นงาน  กับผง Mounting (Bakelite )เพื่อสำหรับหล่อชิ้นงาน</p>
<p><img class="aligncenter size-medium wp-image-1870" alt="3" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2014/05/3-300x194.png" width="300" height="194" /></p>
<p>สำหรับผง Bakelite ที่นำมาใช้ในการอัดขึ้นรูป มีหลายสีขึ้นอยู่กับลักษณะของงานที่ต้องการ แต่สีนิยมและใช้กันอย่างแพร่หลายคือ สีดำ เพราะว่ามีราคาที่ถูกที่สุด</p>
<p style="text-align: justify;">เวลาที่ลักษณะของชิ้นงานออกมา เป็นดังรูป  แต่ข้อเสียของ Hot mounting คือส  ามารถหล่อชิ้นงานได้ทีละ 1 ตัวใช้เวลาประมาณต่อ 1 ชิ้นงานอยู่ที่ 30 นาที  และมีอุณหภูมิเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย  โดยใช้อุณหภูมิอยู่ที่ 170 &#8211; 200 <sup>O</sup>C  ถ้าชิ้นงานที่ &#8220;ต้องการตรวจสอบเป็น  Aluminum , Stainless  , ทองเหลือง , ทองแดง หรือแม้แต่ชิ้นส่วน Electronic  ,Semiconductor  &#8221; จะใช้ Process ตรงเข้ามาเกี่ยวข้องไม่ได้เพราะจะทำให้โครงสร้างเสียหาย  ซึ่งต้องใช้ Processในหัวข้อถัดไป</p>
<p>ลักษณะของงานที่เหมาะนำมาใช้ในในส่วนงานตรงนี้ คือ ชิ้นส่วน Autopart</p>
<p>3.2  Ambeint Mounting  แบ่งออกได้ อีก 3 ชนิดแบบคือ</p>
<p>3.2.1       Epoxy (เรซิน)เป็นของเหลว 2 ชนิดผสมกัน แล้วแข็งตัว ชิ้นงานจะใสแต่ใช้ระยะเวลาประมาณ   3- 8 ชั่วโมง</p>
<p style="text-align: center;">ข้อดีคือลักษณะชิ้นงานที่ออกมาจะใส</p>
<p style="text-align: center;"><div class="wpb_row row-fluid">
	<div class="span6 wpb_column column_container">
		<div class="wpb_wrapper">
			<img class="aligncenter size-full wp-image-1874" alt="7" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2014/05/7.png" width="299" height="242" />
		</div> 
	</div> 

	<div class="span6 wpb_column column_container">
		<div class="wpb_wrapper">
			<img class="aligncenter size-full wp-image-1873" alt="6" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2014/05/6.png" width="234" height="198" />
		</div> 
	</div> 
</div>
<p style="text-align: left;">                3.2.2   Polyester เป็นของเหลว 2 ชนิดมีความคล้ายเคียงกับ Epoxy แต่ Peak Temp.  หรือค่าอุญหภูมิสูงสุดจะมีค่าที่ ต่ำ เวลาที่ใช้ในหล่อชิ้นงานอยู่ที่ 6 &#8211; 8 ชม.</p>
<p style="text-align: justify;"><img class="aligncenter size-medium wp-image-1871" alt="4" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2014/05/4-300x128.png" width="300" height="128" /></p>
<p style="text-align: justify;">                3.2.3       Fast Acrylic  เป็นผง ผสมกับน้ำยาเคมี ใช้เวลาในการหล่ออยู่ที 10 &#8211; 20 นาที  แต่ราคาก็ค่อนข้างสูงอยู่ครับ          ลักษณะของชิ้นงานที่ออกมาจะขาวขุ่นโปร่งแสง แต่ไม่ใสเหมือน Epoxy ที่นิยมใช้เนื่องจากวเลาที่ใช้ในการหล่อเร็ว  เพียงแค่ 10 -20 นาที</p>
<p style="text-align: justify;"><div class="wpb_row row-fluid">
	<div class="span6 wpb_column column_container">
		<div class="wpb_wrapper">
			<img class="aligncenter size-full wp-image-1874" alt="7" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2014/05/7.png" width="299" height="242" />
		</div> 
	</div> 

	<div class="span6 wpb_column column_container">
		<div class="wpb_wrapper">
			<img class="aligncenter size-full wp-image-1875" alt="8" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2014/05/8.png" width="192" height="182" />
		</div> 
	</div> 
</div>
<p><span style="line-height: 1.5em;">                  กลุ่ม A : Epoxy    มีค่า Peak Temp. อยู่ที่ 100-375 </span><sup style="line-height: 1.5em;">O</sup><span style="line-height: 1.5em;">F                Cycle Time อยู่ที่ 5-8 Hrs  มีสีใส(clear)          เหมาะกับอุตสาหกรรม Semiconductor &#8220;PCS Board , Conductor  &#8220;</span></p>
<p>กลุ่ม B : Polyester มีค่า Peak Temp. อยู่ที่  100<sup> O</sup>F    Cycle Time อยู่ที่ 6-8 Hrs  มีสีใส(clear)   เหมาะกับอุตสาหกรรม  Semiconductor สำหรับงานที่ต้องการหดตัวต่ำ(Low Shrinkage)  และ Peak Temp ที่ต่ำ  แผงวงจรที่ ต้องการวิเคราะห์ โครงสร้างอย่างละเอียด</p>
<p>กลุม C : Fast Acrylic มีค่า Peak Temp. อยู่ที่ 150 <sup>O</sup>F Cycle Time อยู่ที่                10-20 mins มีสีขาวขุ่นโปร่งแสง         (transalent) ค่าการหดตัวของชิ้นงานสูง  ต้องการความรวดเร็วในการตรวจวิเคราะห์เหมาะสำหรับงานที่มีการยุบตัวสูงและต้องการความรวดเร็วในการตรวจสอบ มีความเหมาะสมสำหรับงาน   &#8220;Aluminuim  , Stainless , ท่อทองเหลือง&#8221; ท่อทองแดง</p>
<p>4. Diamond และ Alumina Oxide ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการขักพื้นผิว</p>
<p>4.1 Diamond Sus  เป็นการขัดพิ้นผิวของชิ้นงานแบบเร่งด่วน ค่าความละเอียดสูงสุดที่ได้อยู่ที่ 0.1 Micron</p>
<p><img class="aligncenter size-medium wp-image-1876" alt="9" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2014/05/9-300x287.png" width="300" height="287" /></p>
<p>4.2  Alumina Oxide  เป็นการขัดพื้นผิวด้วย Alumina Oxide  มีค่าความละเอียดของพื้นผิวที่ทำการขัดอยู่ที่  1.0  , 0.3 และ 0.05 Micron                      ซึ่งกรใช้งานดังกล่าวต้องใช้คู่กันกับ Polishing Clothes  ซึ่งชนิดของผ้าขัดเองสามารถแบ่งได้อีกหลายชนิด</p>
<div class="wpb_row row-fluid">
	<div class="span6 wpb_column column_container">
		<div class="wpb_wrapper">
			<img class="aligncenter size-full wp-image-1877" alt="10" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2014/05/10.png" width="171" height="243" />
		</div> 
	</div> 

	<div class="span6 wpb_column column_container">
		<div class="wpb_wrapper">
			<a href="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2014/05/11.png"><img class="aligncenter size-full wp-image-1878" alt="11" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2014/05/11.png" width="258" height="243" /></a>
		</div> 
	</div> 
</div>
<p style="text-align: justify;">นอกจากคุณสมบัติต่าง ๆ ที่กล่าวมาแล้ว หากเพื่อน ๆ ต้องการลดต้นทุนก็ง่ายมากค่ะ เพียงแต่เปลี่ยนลักษณะของเรซิ่นเหล่านี้ ก็จะสามารถลดต้นได้มากทีเดียวค่ะ แล้วจะมาเล่าให้ฟังกันในตอนต่อ ๆ ไปนะคะ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://factoryguideline.com/epoxy-resin-%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b7%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9c/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
