<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Factory Guideline &#187; Incoterm คืออะไร?</title>
	<atom:link href="https://factoryguideline.com/tag/incoterm-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://factoryguideline.com</link>
	<description>factoryguideline.com ครบเครื่องเรื่องอุตสาหกรรม</description>
	<lastBuildDate>Tue, 15 Oct 2019 16:36:41 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=4.2.38</generator>
	<item>
		<title>Incoterm คืออะไร?</title>
		<link>https://factoryguideline.com/incoterm-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/</link>
		<comments>https://factoryguideline.com/incoterm-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 18 Apr 2014 16:08:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator><![CDATA[Nongluck Boonsook]]></dc:creator>
				<category><![CDATA[Incoterm]]></category>
		<category><![CDATA[Purchasing Inside]]></category>
		<category><![CDATA[What about Logistic]]></category>
		<category><![CDATA[Incoterm คืออะไร?]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://factoryguideline.com/?p=1633</guid>
		<description><![CDATA[ก่อนหน้านี้เราก็เคยถามคำถามนี้เหมือนกับอีกหลาย ๆ คน ว่า Incoterm คืออะไร เพราะสำหรับคนไทยอย่างเรา ในโรงเรียนไม่มีสอน เคยเรียนเรื่อง term มาบ้างแต่ก็ไม่ได้เน้นคำว่า Incoterm เลยยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรเพราะต้องเรียนรู่ด้วยตัวเอง จากการทำงานจริง ถาม supplierบ้าง หาข้อมูลเพิ่มบ้าง และคิดว่าเพื่อน ๆ ที่อยู่ในสายอาชีพนี้ หรือน้อง ๆ ที่เรียนเกี่ยวกับโลจิสติกส์ก็คงประสบปัญหาแบบนี้มิใช่น้อย เพราะหากไม่ได้ลองทำงานจริง รับรองว่านึกภาพไม่ออกแน่นอนค่ะ วันนี้เลยจะมาเล่าให้ฟังในแบบที่ภาษาที่ไม่เป็นทางการ เข้าใจง่าย ปฏิบัติได้จริงแล้วกันนะคะ เพราะถ้าพูดภาษาเป็นทางการเพื่อน ๆ น้อง ๆ อาจจะงง ๆ อ่านแล้วก็ยังไม่ตอบโจทย์ที่ยังคงสงสัยกันอยู่ดี  หรือไม่ให้ลองอ่านเพิ่มเติมที่บทความนี้นะคะ ข้อแตกต่างระหว่าง Incoterm 2000 และ Incoterm 2010 เริ่มต้นจากเมื่อผู้ซื้อต้องการสินค้าย่อมต้องมีการสอบราคาจากผู้ขายหลายแหล่ง นอกจากเสนอราคาสินค้าแล้ว ผู้ขายจะต้องระบุมาด้วยว่าจะจัดส่งสินค้าด้วยวิธีใด หรือหมายถึงเงื่อนไขการส่งมอบสินค้าที่ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงกันค่ะ นี่แหละ คือ คำตอบที่ว่า Incoterm คืออะไร? ที่ผู้ขายต้องระบุเงื่อนไขการส่งสินค้าเพื่อแสดงความชัดเจนว่าสินค้านั้นจะมาถึงผู้ซื้อด้วยวิธีการใด ขอยกตัวอย่างง่าย ๆ เพื่อให้เข้าใจ Concept ที่ใช้กันเป็นหลักก่อนนะคะ โดยยังไม่ลงรายละเอียดปลีกย่อย ซึ่งจะไว้เล่าให้ฟังตอนหลังนะคะ และแบบที่จะเล่าต่อไปนี้ยังเป็นแบบ Incoterm 2000 นะคะ มาดูตัวอย่างกันเลยค่ะ ผู้ขายเสนอค่าสินค้า โดยไม่รวมค่าขนส่ง แบบนี้เรียกว่า Exwork  พูดง่าย ๆ ก็คือ ผู้ซื้อจะต้องไปรับสินค้าที่โรงงานของผู้ขายเอง และรับผิดชอบค่าขนส่งและค่าดำเนินการที่เหลือเองทั้งหมด ผู้ขายเสนอราคาพร้อมรวมค่าขนส่งจนถึงท่าเรือของประเทศผู้ขาย แบบนี้เรียกว่า FOB หรือ Free on board ส่วนการขนส่งสินค้าลงเรือและค่าดำเนินการที่เหลือเป็นหน้าที่ของผู้ซื้อ ผู้ขายเสนอราคาพร้อมรวมค่าขนส่งจนถึงท่าเรือประเทศของผู้ซื้อ แบบนี้เรียกว่า CIF แต่ขั้นตอนหลังจากนั้นเป็นหน้าที่ของผู้ซื้อทั้งหมดที่จะต้องไปดำเนินการเอง ผู้ขายเสนอราคาพร้อมค่าขนส่งและรวมค่าดำเนินการต่าง ๆ จนถึงโรงงานของผู้ซื้อ ยกเว้นค่าภาษีนำเข้า  แบบนี้เรียกว่า DDU (Delivery duty unpaid) ผู้ขายเสนอราคาพร้อมรวมค่าขนส่งจนถึงโรงงานของผู้ซื้อโดยรวมทุกอย่างไว้หมดแล้ว รวมถึงภาษีนำเข้า แบบนี้เรียกว่า DDP (Delivery duty paid) ที่เล่าให้ฟังมาทั้งหมดนี้เป็น Term ที่มักนิยมใช้กัน แต่ยังไม่ได้ลงรายละเอียดเรื่องของการประกันภัยหรือเอกสารประกอบในการดำเนินการนะคะ แค่อยากให้เพื่อน ๆ เข้าใจภาพใหญ่ของ Incoterm ก่อนว่า หมายถึงอะไร และวิธีปฏิบัติ ผู้ซื้อและผู้ขายทำกันอย่างไร Incoterm 2000, Incoterm 2010, Incoterm 2011, Incoterm 2012, Incoterm 2013, Incoterm 2014 มีประกาศตามนี้จริงหรือเปล่า? มีหลายคนสงสัย ?  ที่จั่วหัวแบบนี้ไม่ได้หมายความว่า ICC (Internaltion Chamber of Coomerce)  มีการเพิ่มหรือประกาศบทบัญญัติเกี่ยวกับ Incoterm ใหม่แต่อย่างใด แต่อย่างที่เคยบอกว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ทั่วไปจะคุ้นเคยกันสักเท่าไร ดังนั้นเมื่อไม่รู้ หลาย ๆ ท่านจึงค้นหาด้วยปีที่ตัวเองคิดว่าน่าจะเป็นปีที่ออกประกาศเกี่ยวกับข้อกำหนด Incoterm นั่นเอง Incoterm 2000 คือข้อกำหนดเดิมที่เราใช้กันมายาวนาน แต่เนื่องจากในทางปฏิบัติบางเงื่อนไขมีความซ้ำซ้อนและคาบเกี่ยวกัน ทำให้บางครั้งเกิดความสับสน จึงเป็นสาเหตุให้มีการประกาศข้อกำหนดใหม่ในต้นปี 2011 โดยเรียกว่า Incoterm 2010 แต่เพื่อน ๆ ที่ไม่รู้ก็มักจะค้นหากันแบบเผื่อไว้ก่อน บางท่านไม่รู้ว่าเป็นปีไหนกันแน่ ทีนี้คงรู้กันแล้วนะคะว่าที่จริงแล้ว ตั้งแต่ต้นปี 2011 เป็นต้นมา เราเริ่มใช้ตามข้อกำหนดใหม่คือ Incoterm 2010 เพียงแต่ในทางปฏิบัติเชื่อเหลือเกินว่าคนส่วนใหญ่ก็ยังเรียกติดปากแบบเดิม ๆ ไม่ค่อยได้เปลี่ยนกันเท่าไร เช่น DDU ต้องเปลี่ยนเป็น DAP แต่เราก็ยังชินที่จะเรียกว่าเป็น DDU ความสำคัญของ Incoterm นี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้เข้าใจถูกต้องตรงกันกับผู้ขาย เพื่ออะไร? เพราะในการส่งสินค้าแต่ละครั้งหมายรวมถึงความรับผิดชอบที่จะตามมาอีกมากมาย หากเราเข้าใจคลาดเคลื่อนแล้วเกิดความเสียหายมาภายในหลังอาจจะยากเกินแก้ ตัวอย่างเช่น ผู้ขายเสนอเงื่อนไข FOB ดังนั้นความรับผิดชอบเรื่องประกันภัยก็จะเป็นของเรา แต่หากเราลืมหรือไม่ซื้อประกันภัย แล้วระหว่างขนส่งเกิดปัญหาระหว่างการเดินทาง สินค้าเสียหาย ตอนนี้ล่ะปัญหาเกิดแน่ เพราะต้องไปดูเงื่อนไขแล้วว่าถ้าไม่มีประกันเลย จะดำเนินการอย่างไร? เสียหายฟรี? สาเหตุความเสียหายเกิดจากเรือสินค้าหรือเปล่า? และสุดท้ายใครจะรับผิดชอบ เห็นมั้ยคะว่า ต้องระมัดระวังและรอบคอบกับเรื่องเหล่านี้มาก เพราะเมื่อสินค้าถึงลูกค้าทุกอย่างต้องอยู่ในสภาพ 100% พร้อมใช้งาน อีกประเด็นหนึ่งคือ ระหว่างการขนส่ง เมื่อมีการเปลี่ยนมือก็ควรระมัดระวังด้วยเช่นกัน เพราะหากสินค้าเสียหายมาก่อนที่ถึงอีกทอด และระหว่างนั้นเปลี่ยนความรับผิดชอบจากฝ่ายหนึ่งเป็นอีกฝ่ายหนึ่ง และฝ่ายที่รับช่วงไม่ได้มี comment ใด ก่อนการรับสินค้า แสดงว่าผู้รับสินค้ายอมรับโดยปริยาย หากมีกรณีแบบนี้เกิดปัญหาในการ claim ขึ้นมาได้ ดังนั้น Incoterm จึงไม่ใช่เป็นเพียงการตกลงเรื่องราคาและเงื่อนไขการส่งสินค้าเท่านั้น แต่มีผลของการทำงานที่อาจจะมีความบกพร่อง ล่าช้า และปัญหาอื่นใด ที่จะนำมาซึ่งความเสียหาย ถ้าเราเข้าใจแม่นยำ ถ่องแท้ ถึงขอบข่ายความรับผิดชอบของแต่ละฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้ซื้อ ผู้ขาย มีการรับมอบเปลี่ยนมือกันอย่างรอบคอบ ปัญหาต่าง ๆ ก็จะไม่ค่อยเกิด แต่หากขาดความระมัดระวังก็จะไม่ปัญหาเหล่านี้ตามมา อยากให้เข้าใจว่าธรรมชาติของการขนส่ง การเดินทางนั้นอยู่บนพื้นฐานของปริมาณสินค้ามากมาย เร่งรีบ จึงเกิดความเสียหายขึ้นได้ ดังนั้นการเลือก Incoterm จึงควรสอดคล้องสัมพันธ์กับตัวสินค้าด้วย เพื่อความประมาทในการบริหารจัดการด้านการขนส่งค่ะ กำลังมีแผนที่จะเปิดเป็น free workshop เพื่อ sharing knowledge เพื่อน ๆ น้อง ๆ ที่สนใจสามารถแจ้ง email ไว้ที่ facebook หรือ ที่ email :factory guideline@gmail.com กันได้เลยนะคะ จัดเมื่อไรจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งค่ะ]]></description>
				<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-size: 14px; line-height: 1.5em;">ก่อนหน้านี้เราก็เคยถามคำถามนี้เหมือนกับอีกหลาย ๆ คน ว่า <em><span style="color: #0000ff;">Incoterm</span></em> คืออะไร เพราะสำหรับคนไทยอย่างเรา ในโรงเรียนไม่มีสอน เคยเรียนเรื่อง term มาบ้างแต่ก็ไม่ได้เน้นคำว่า <em><span style="color: #0000ff;">Incoterm</span></em> เลยยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรเพราะต้องเรียนรู่ด้วยตัวเอง จากการทำงานจริง ถาม supplierบ้าง หาข้อมูลเพิ่มบ้าง และคิดว่าเพื่อน ๆ ที่อยู่ในสายอาชีพนี้ หรือน้อง ๆ ที่เรียนเกี่ยวกับโลจิสติกส์ก็คงประสบปัญหาแบบนี้มิใช่น้อย เพราะหากไม่ได้ลองทำงานจริง รับรองว่านึกภาพไม่ออกแน่นอนค่ะ</span></p>
<p style="text-align: justify;">วันนี้เลยจะมาเล่าให้ฟังในแบบที่ภาษาที่ไม่เป็นทางการ เข้าใจง่าย ปฏิบัติได้จริงแล้วกันนะคะ เพราะถ้าพูดภาษาเป็นทางการเพื่อน ๆ น้อง ๆ อาจจะงง ๆ อ่านแล้วก็ยังไม่ตอบโจทย์ที่ยังคงสงสัยกันอยู่ดี  หรือไม่ให้ลองอ่านเพิ่มเติมที่บทความนี้นะคะ <strong><em><a title="ข้อแตกต่างระหว่าง Incoterm 2000 และ Incoterm 2010" href="http://factoryguideline.com/%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87-incoterm-2000-%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0-inco/">ข้อแตกต่างระหว่าง Incoterm 2000 และ Incoterm 2010</a></em></strong></p>
<p style="text-align: justify;">เริ่มต้นจากเมื่อผู้ซื้อต้องการสินค้าย่อมต้องมีการสอบราคาจากผู้ขายหลายแหล่ง นอกจากเสนอราคาสินค้าแล้ว ผู้ขายจะต้องระบุมาด้วยว่าจะจัดส่งสินค้าด้วยวิธีใด หรือหมายถึงเงื่อนไขการส่งมอบสินค้าที่ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงกันค่ะ นี่แหละ คือ คำตอบที่ว่า<em><span style="color: #0000ff;"> Incoterm</span></em> คืออะไร?</p>
<p style="text-align: justify;"><div class="wpb_row row-fluid">
	<div class="span4 wpb_column column_container">
		<div class="wpb_wrapper">
			<img class="aligncenter size-thumbnail wp-image-1490" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2014/04/Untitled-6-150x150.jpg" alt="Untitled-6" width="150" height="150" />
		</div> 
	</div> 

	<div class="span4 wpb_column column_container">
		<div class="wpb_wrapper">
			<img class="aligncenter size-thumbnail wp-image-1492" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2014/04/Untitled-81-150x150.jpg" alt="Untitled-8" width="150" height="150" />
		</div> 
	</div> 

	<div class="span4 wpb_column column_container">
		<div class="wpb_wrapper">
			<img class="aligncenter size-thumbnail wp-image-1487" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2014/04/Untitled-31-150x150.jpg" alt="Untitled-3" width="150" height="150" />
		</div> 
	</div> 
</div>
<p style="text-align: justify;">ที่ผู้ขายต้องระบุเงื่อนไขการส่งสินค้าเพื่อแสดงความชัดเจนว่าสินค้านั้นจะมาถึงผู้ซื้อด้วยวิธีการใด ขอยกตัวอย่างง่าย ๆ เพื่อให้เข้าใจ Concept ที่ใช้กันเป็นหลักก่อนนะคะ โดยยังไม่ลงรายละเอียดปลีกย่อย ซึ่งจะไว้เล่าให้ฟังตอนหลังนะคะ และแบบที่จะเล่าต่อไปนี้ยังเป็นแบบ <span style="color: #0000ff;"><em>Incoterm 2000</em></span> นะคะ มาดูตัวอย่างกันเลยค่ะ</p>
<ul style="text-align: justify;">
<li>ผู้ขายเสนอค่าสินค้า โดยไม่รวมค่าขนส่ง แบบนี้เรียกว่า Exwork  พูดง่าย ๆ ก็คือ ผู้ซื้อจะต้องไปรับสินค้าที่โรงงานของผู้ขายเอง และรับผิดชอบค่าขนส่งและค่าดำเนินการที่เหลือเองทั้งหมด</li>
<li>ผู้ขายเสนอราคาพร้อมรวมค่าขนส่งจนถึงท่าเรือของประเทศผู้ขาย แบบนี้เรียกว่า FOB หรือ Free on board ส่วนการขนส่งสินค้าลงเรือและค่าดำเนินการที่เหลือเป็นหน้าที่ของผู้ซื้อ</li>
<li>ผู้ขายเสนอราคาพร้อมรวมค่าขนส่งจนถึงท่าเรือประเทศของผู้ซื้อ แบบนี้เรียกว่า CIF แต่ขั้นตอนหลังจากนั้นเป็นหน้าที่ของผู้ซื้อทั้งหมดที่จะต้องไปดำเนินการเอง</li>
<li>ผู้ขายเสนอราคาพร้อมค่าขนส่งและรวมค่าดำเนินการต่าง ๆ จนถึงโรงงานของผู้ซื้อ ยกเว้นค่าภาษีนำเข้า  แบบนี้เรียกว่า DDU (Delivery duty unpaid)</li>
<li>ผู้ขายเสนอราคาพร้อมรวมค่าขนส่งจนถึงโรงงานของผู้ซื้อโดยรวมทุกอย่างไว้หมดแล้ว รวมถึงภาษีนำเข้า แบบนี้เรียกว่า DDP (Delivery duty paid)</li>
</ul>
<p style="text-align: justify;">ที่เล่าให้ฟังมาทั้งหมดนี้เป็น Term ที่มักนิยมใช้กัน แต่ยังไม่ได้ลงรายละเอียดเรื่องของการประกันภัยหรือเอกสารประกอบในการดำเนินการนะคะ แค่อยากให้เพื่อน ๆ เข้าใจภาพใหญ่ของ<span style="color: #0000ff;"><em> Incoterm</em></span> ก่อนว่า หมายถึงอะไร และวิธีปฏิบัติ ผู้ซื้อและผู้ขายทำกันอย่างไร</p>
<div id="attachment_1546" style="width: 650px" class="wp-caption aligncenter"><img class="size-full wp-image-1546" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2014/04/11793084286_6ce1a300aa_z.jpg" alt="(Image owner by Patrick Choi &gt;https://www.flickr.com/photos/patrick_choi/11793084286)" width="640" height="213" /><p class="wp-caption-text">(Image owner by Patrick Choi &gt;https://www.flickr.com/photos/patrick_choi/11793084286)</p></div>
<p style="text-align: justify;"><span style="color: #008000; font-size: 1.17em; line-height: 1.5em;">Incoterm 2000, Incoterm 2010, Incoterm 2011, Incoterm 2012, Incoterm 2013, Incoterm 2014</span></p>
<p style="text-align: justify;">มีประกาศตามนี้จริงหรือเปล่า? มีหลายคนสงสัย ?</p>
<p style="text-align: justify;"> ที่จั่วหัวแบบนี้ไม่ได้หมายความว่า ICC (Internaltion Chamber of Coomerce)  มีการเพิ่มหรือประกาศบทบัญญัติเกี่ยวกับ Incoterm ใหม่แต่อย่างใด แต่อย่างที่เคยบอกว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่ทั่วไปจะคุ้นเคยกันสักเท่าไร ดังนั้นเมื่อไม่รู้ หลาย ๆ ท่านจึงค้นหาด้วยปีที่ตัวเองคิดว่าน่าจะเป็นปีที่ออกประกาศเกี่ยวกับข้อกำหนด<em><span style="color: #0000ff;"> Incoterm</span></em> นั่นเอง</p>
<p style="text-align: justify;"><em><span style="color: #0000ff;">Incoterm 2000</span></em> คือข้อกำหนดเดิมที่เราใช้กันมายาวนาน แต่เนื่องจากในทางปฏิบัติบางเงื่อนไขมีความซ้ำซ้อนและคาบเกี่ยวกัน ทำให้บางครั้งเกิดความสับสน จึงเป็นสาเหตุให้มีการประกาศข้อกำหนดใหม่ในต้นปี 2011 โดยเรียกว่า <em><span style="color: #0000ff;">Incoterm 2010</span> </em>แต่เพื่อน ๆ ที่ไม่รู้ก็มักจะค้นหากันแบบเผื่อไว้ก่อน บางท่านไม่รู้ว่าเป็นปีไหนกันแน่ ทีนี้คงรู้กันแล้วนะคะว่าที่จริงแล้ว ตั้งแต่ต้นปี 2011 เป็นต้นมา เราเริ่มใช้ตามข้อกำหนดใหม่คือ <em><span style="color: #0000ff;">Incoterm 2010</span></em> เพียงแต่ในทางปฏิบัติเชื่อเหลือเกินว่าคนส่วนใหญ่ก็ยังเรียกติดปากแบบเดิม ๆ ไม่ค่อยได้เปลี่ยนกันเท่าไร เช่น DDU ต้องเปลี่ยนเป็น DAP แต่เราก็ยังชินที่จะเรียกว่าเป็น DDU</p>
<blockquote>
<h5 style="text-align: center;"><span style="text-decoration: underline; color: #000080;"><strong>ความสำคัญของ <em><span style="text-decoration: underline;">Incoterm</span> </em>นี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องให้เข้าใจถูกต้องตรงกันกับผู้ขาย</strong></span></h5>
</blockquote>
<h2 style="text-align: center;"><span style="color: #000080;"><strong>เพื่ออะไร?</strong></span></h2>
<p style="text-align: justify;">เพราะในการส่งสินค้าแต่ละครั้งหมายรวมถึงความรับผิดชอบที่จะตามมาอีกมากมาย หากเราเข้าใจคลาดเคลื่อนแล้วเกิดความเสียหายมาภายในหลังอาจจะยากเกินแก้ ตัวอย่างเช่น ผู้ขายเสนอเงื่อนไข FOB ดังนั้นความรับผิดชอบเรื่องประกันภัยก็จะเป็นของเรา แต่หากเราลืมหรือไม่ซื้อประกันภัย แล้วระหว่างขนส่งเกิดปัญหาระหว่างการเดินทาง สินค้าเสียหาย ตอนนี้ล่ะปัญหาเกิดแน่ เพราะต้องไปดูเงื่อนไขแล้วว่าถ้าไม่มีประกันเลย จะดำเนินการอย่างไร? เสียหายฟรี?</p>
<p style="text-align: justify;"><span style="color: #339966;"><strong>สาเหตุความเสียหายเกิดจากเรือสินค้าหรือเปล่า?</strong></span></p>
<p style="text-align: justify;"><img class="aligncenter size-full wp-image-1634" src="http://factoryguideline.com/wp-content/uploads/2014/04/bigstock-Cargo-Ship-23637179.jpg" alt="Cargo Ship" width="600" height="900" /></p>
<p style="text-align: justify;">และสุดท้ายใครจะรับผิดชอบ เห็นมั้ยคะว่า ต้องระมัดระวังและรอบคอบกับเรื่องเหล่านี้มาก เพราะเมื่อสินค้าถึงลูกค้าทุกอย่างต้องอยู่ในสภาพ 100% พร้อมใช้งาน</p>
<p style="text-align: justify;">อีกประเด็นหนึ่งคือ ระหว่างการขนส่ง เมื่อมีการเปลี่ยนมือก็ควรระมัดระวังด้วยเช่นกัน เพราะหากสินค้าเสียหายมาก่อนที่ถึงอีกทอด และระหว่างนั้นเปลี่ยนความรับผิดชอบจากฝ่ายหนึ่งเป็นอีกฝ่ายหนึ่ง และฝ่ายที่รับช่วงไม่ได้มี comment ใด ก่อนการรับสินค้า แสดงว่าผู้รับสินค้ายอมรับโดยปริยาย หากมีกรณีแบบนี้เกิดปัญหาในการ claim ขึ้นมาได้ ดังนั้น <em><span style="color: #0000ff;">Incoterm</span> </em>จึงไม่ใช่เป็นเพียงการตกลงเรื่องราคาและเงื่อนไขการส่งสินค้าเท่านั้น แต่มีผลของการทำงานที่อาจจะมีความบกพร่อง ล่าช้า และปัญหาอื่นใด ที่จะนำมาซึ่งความเสียหาย ถ้าเราเข้าใจแม่นยำ ถ่องแท้ ถึงขอบข่ายความรับผิดชอบของแต่ละฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้ซื้อ ผู้ขาย มีการรับมอบเปลี่ยนมือกันอย่างรอบคอบ ปัญหาต่าง ๆ ก็จะไม่ค่อยเกิด แต่หากขาดความระมัดระวังก็จะไม่ปัญหาเหล่านี้ตามมา</p>
<p style="text-align: justify;">อยากให้เข้าใจว่าธรรมชาติของการขนส่ง การเดินทางนั้นอยู่บนพื้นฐานของปริมาณสินค้ามากมาย เร่งรีบ จึงเกิดความเสียหายขึ้นได้ ดังนั้นการเลือก <em><span style="color: #0000ff;">Incoterm</span> </em>จึงควรสอดคล้องสัมพันธ์กับตัวสินค้าด้วย เพื่อความประมาทในการบริหารจัดการด้านการขนส่งค่ะ</p>
<h3 style="text-align: justify;"><span style="color: #ff0000;"><strong>กำลังมีแผนที่จะเปิดเป็น free workshop เพื่อ sharing knowledge เพื่อน ๆ น้อง ๆ ที่สนใจสามารถแจ้ง email ไว้ที่ facebook หรือ ที่ email :factory guideline@gmail.com กันได้เลยนะคะ จัดเมื่อไรจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งค่ะ</strong></span></h3>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>https://factoryguideline.com/incoterm-%e0%b8%84%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
